ดีโค้ดสมองสั่งรัก: เมื่ออัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมประมวลผล•ตอนที่ 24

จุดเดือดของความสัมพันธ์

ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
หน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ในห้องปฏิบัติการวิจัยประสาทวิทยาของสถาบันกลายเป็นจอภาพสีดำสนิท สะท้อนเงาใบหน้าของ ดร.น่านน้ำ ที่กำลังขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามขึ้นเป็นสันนูน เธอไม่ได้สนใจเสียงประกาศเตือนระบบความปลอดภัยที่ยังคงดังระงับเป็นระยะจากฝีมือของบุคคลปริศนาที่เพิ่งแทรกแซงเข้ามา สิ่งที่ดึงดูดสายตาและแผดเผาความอดทนของเธอให้มอดไหม้จนไม่เหลือซาก คือข้อความโค้ดสั้นๆ ที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอหลัก พร้อมกับภาพวิดีโอวงจรปิดแบบเรียลไทม์จากห้องรับรองแขกชั้นล่าง ภาพนั้นฟ้องชัดเจนว่า รวิศ วิศวกรซอฟต์แวร์ผู้เคยประกาศกร้าวว่าเกลียดความไร้สาระของมนุษย์ กำลังยืนประจันหน้าอยู่กับ "ลิลลี่" อดีตเพื่อนร่วมงานสาวสวยที่บินตรงมาจากซิลิคอนแวลีเพื่อเป้าหมายบางอย่าง และที่สำคัญ... ทั้งคู่อยู่ใกล้กันเกินกว่าระยะปลอดภัยทางสังคมที่มนุษย์ปกติเขาเว้นวรรคกัน "อุ๊ย... ดูท่าทางคุณรวิศของฉันจะเนื้อหอมเสียจริงนะคะ ดร.น่านน้ำ" เสียงหัวเราะใสๆ ของลิลลี่ดังทะลุผ่านลำโพงบลูทูธราคาแพงบนโต๊ะทำงาน ตามมาด้วยภาพในจอที่แสดงให้เห็นว่าลิลลี่กำลังเอื้อมมือเรียวไปแตะปกเสื้อเชิ้ตของรวิศอย่างถือวิสาสะ น่านน้ำสูดลมหายใจเข้าลึกจนสุดปอด พยายามกระตุ้นระบบประสาทพาราซิมพาเทติกเพื่อลดอัตราการเต้นของหัวใจที่พุ่งทะยานเกิน 120 ครั้งต่อนาที แต่ทว่า... กลไกการป้องกันตัวเองทางจิตวิทยาที่เธอมักใช้สอนคนอื่นกลับใช้ไม่ได้ผลกับตัวเองเลยสักนิด ในทางจิตวิทยาแล้ว มนุษย์มักแสดงความหึงหวงออกมาในรูปแบบของการ "จิกกัด" และปฏิเสธความรู้สึกที่แท้จริง เพื่อปกป้องอีโก้ที่เปราะบาง และเธอก กำลังตกหลุมพรางนั้นเข้าเต็มเปิก "ถ้าว่างมากจนไม่มีอะไรทำ นักพัฒนาระบบอัลกอริทึมของที่นี่ควรเอาเวลาไปตรวจสอบบั๊กในฐานข้อมูล มากกว่าจะมานั่งทำตัวเป็นผู้กำกับละครน้ำเน่าราคาถูกนะคะ คุณลิลลี่" น่านน้ำกดเปิดไมโครโฟน น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจของผู้ฟัง ผ่านไปไม่ถึงสามวินาที เสียงฝีเท้าก้าวฉับๆ ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องปฏิบัติการ ก่อนที่บานประตูอัตโนมัติจะเลื่อนเปิดออก รวิศก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ดวงตาสีเข้มคู่นั้นกลับไหววับด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก เขาถอดแว่นตากรอบบางออกแล้วโยนมันลงบนโต๊ะทำงานของเธออย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น "คุณเป็นบ้าอะไรของคุณ น่านน้ำ?" รวิศเปิดฉากทันที น้ำเสียงของเขากลั้วหัวเราะเยาะหยันแต่แฝงความขุ่นเคืองไว้เต็มเปี่ยม "จู่ๆ ก็บล็อกการเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์หลัก แถมยังส่งข้อความเตือนภัยระดับสีแดงไปทั่วตึก เพียงเพราะเห็นผู้หญิงคนอื่นยืนคุยกับผมเนี่ยนะ? นี่คุณกำลังใช้อัลกอริทึมตัวไหนมาประมวลผลพฤติกรรมตัวเองอยู่หรือไง หึงเหรอครับ... อ๊ะ ขอโทษที พอดีผมติดปากคำว่า 'ค่ะ' ไม่เป็น แต่สำหรับคุณ... ผมยอมเป็นฝ่ายผิดก็ได้นะ ถ้ามันจะทำให้เลิกทำหน้าเหมือนอยากจะฆ่าผมให้ตายคาที่แบบนี้" น่านน้ำแค่นหัวเราะในลำคอ เธอผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตากลมโตจ้องมองชายหนุ่มราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ความซึนที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์หลุดลอกออกจนหมดสิ้น เหลือเพียงความร้อนรุ่มที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างรอบตัว "หึง? คุณเอาสมองส่วนไหนคิดคะ ดร.รวิศ? ฉันแค่กำลังทำหน้าที่ปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของสถาบัน จากการที่คนบางคนไร้ความสามารถในการควบคุม... เออ... มารยาทของแขกที่ตัวเองพาเข้ามาต่างหากล่ะคะ!" น่านน้ำเถียงกลับทันควัน ไดอะล็อกปะทะฝีปากพุ่งชนกันราวกับกระสุนปืนที่ไร้ซึ่งการผ่อนปรน "ทรัพย์สินทางปัญญาเหรอ?" รวิศก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออย่างไร้ระยะห่าง ความสูงที่ทิ้งห่างกันทำให้น่านน้ำต้องเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างเสียเปรียบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกาแฟคั่วเข้มตีเข้าจมูกจนเธอเผลอกลั้นหายใจ "แล้วไอ้หัวใจที่เต้นรัวจนผมได้ยินเสียงผ่านไมโครโฟนเมื่อกี้ล่ะครับ มันคือทรัพย์สินของใคร หรือว่ามันเป็นอัลกอริทึมความคลั่งรักที่คุณยังไม่ได้เขียนโค้ดใส่ตัวป้องกันกันแน่?" "ถอยไปนะรวิศ!" น่านน้ำยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาเอาไว้ แต่มันกลับยิ่งทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังผลักกำแพงเหล็กที่ไม่มีวันขยับ แถมอุณหภูมิร่างกายของเขาก็แผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าเข้ามาจนเธอต้องนิ่วหน้า "ไม่ถอยครับ จนกว่าคุณจะยอมรับความจริง" รวิศโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกของเราเกือบจะชนกัน แววตาของเขาเปลี่ยนจากความกวนประสาทเป็นความจริงจังที่สั่นระริก "คุณหึงที่คุณลิลลี่แตะตัวผม คุณหงุดหงิดที่ผมไม่อยู่ข้างๆ ตอนที่คุณต้องการ และที่สำคัญที่สุด... คุณกลัวว่าผมจะหายไปจากชีวิตคุณเหมือนกับข้อมูลที่ถูกรีเซ็ต" น่านน้ำเม้มปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมทรยศเธอด้วยการเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ตรรกะ เหตุผล หรือทฤษฎีทางประสาทวิทยาใดๆ ที่เธอเคยท่องจำมานับร้อยหน้า ถูกลบหายไปจากความทรงจำในเสี้ยววินาที ดวงตาสองคู่ประสานกันในความเงียบงันที่มีเสียงหัวใจของกันและกันเป็นฉากหลัง ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นแรงดึงดูดมหาศาลที่ยากจะต้านทาน "คุณมัน... คนบ้า..." น่านน้ำกระซิบเสียงสั่น เปลือกตาบางกะพริบถี่เพื่อซ่อนความหวั่นไหวที่เอ่อล้นออกมาทางสายตา รวิศยกยิ้มมุมปาก มือหนาเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มของเธออย่างเบามือ สัมผัสที่อ่อนโยนจนน่าใจหายทำให้แผ่นหลังของน่านน้ำเย็นวาบ เธอรู้ดีว่านี่คือจุดเดือดของความสัมพันธ์... จุดที่ถ้าหากก้าวข้ามเส้นนี้ไป จะไม่มีทางหันหลังกลับได้อีกตลอดกาล "ผมยอมบ้า... ถ้ามันทำให้คุณเลิกปากแข็งแล้วพูดความจริงออกมาสักที" รวิศกระซิบชิดริมฝีปากของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มจนขึ้นสีแดงระเรื่อ "บอกผมสิครับน่านน้ำ... ว่าคุณไม่ได้รู้สึกอะไรเลย" ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะได้ขยับเข้าใกล้กันมากกว่านั้น เสียงแจ้งเตือนระบบรักษาความปลอดภัยของห้องแล็บก็ดังลั่นสนั่นหวั่นไหวขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับหน้าจอคอมพิวเตอร์หลักที่เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ข้อความใหม่ปรากฏขึ้นพร้อมกับภาพวิดีโอจากลานจอดรถชั้นใต้ดิน *ระบบสแกนอัตโนมัติ: ตรวจพบผู้บุกรุกคนที่สาม... และบุคคลนั้นกำลังถือไฟล์ข้อมูลลับสุดยอดของโปรเจกต์ 'ดีโค้ดสมอง' เดินออกจากตึกไปแล้วค่ะ!* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมถอดรหัสหัวใจไปพร้อมกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีโค้ดสมองสั่งรัก: เมื่ออัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมประมวลผล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%