กลิ่นอายความเย็นเยียบของไนโตรเจนเหลวในห้องปฏิบัติการยังไม่จางหายดี ทว่าอุณหภูมิความกดดันระหว่างคนสองคนกลับพุ่งสูงจนเกือบแตะจุดเดือด รวิศยืนนิ่งเป็นรูปปั้นอยู่เบื้องหน้า นัยน์ตาคู่คมที่มักฉาบไว้ด้วยความกวนประสาทและรอยยิ้มหยัน บัดนี้กลับพดด้วงไปด้วยประกายความตึงเครียดที่ยากจะคาดเดา ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาค้างอยู่ห่างจากกรอบหน้าของดร.น่านน้ำเพียงไม่กี่เซนติเมตร บรรยากาศรอบตัวถูกบีบอัดด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่ไม่อาจปฏิเสธ ทว่าเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวเข้ามาอย่างไร้มารยาทกลับทำลายทุกอย่างลงในเสี้ยววินาที
“ขอโทษที่ขัดจังหวะความสัมพันธ์อันลึกซึ้งนะครับ... แต่ดูเหมือนผมจะมาถูกเวลาพอดีเลยใช่ไหม ดร.น่านน้ำ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย้ยหยันดังขึ้นจากทางประตูกระจกบานเลื่อนที่ถูกเปิดค้างไว้ ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบก้าวเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวอย่างถือวิสาสะ นัยน์ตาคมกริบทอประกายความท้าทายขณะกวาดมองคนทั้งคู่ที่ยังคงยืนใกล้ชิดกันเกินความจำเป็น
น่านน้ำสะดุ้งสุดตัว เปลือกตากะพริบถี่เพื่อดึงสติกลับคืนสู่โหมดตรรกะและความเป็นจริง สมองส่วนอะมิกดาลากำลังส่งสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉาน แต่ใบหน้าที่เรียบเฉยราวน้ำแข็งสลักกลับถูกดึงกลับมาสวมทับอย่างรวดเร็ว เธอผละถอยหลังออกมาครึ่งก้าว ปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้หัวใจจะเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก
“คุณเข้ามาในเขตหวงห้ามของสถาบันวิจัยได้ยังไง... ภาคภูมิ” น่านน้ำเอ่ยชื่อผู้มาใหม่ด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาจนติดลบ
ภาคภูมิหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มที่มุมปากไม่ได้ส่งไปถึงดวงตาคู่คมคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย เขากวาดสายตามองไปรอบห้องทดลอง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่รวิศ วิศวกรหนุ่มคู่ปรับที่ยืนตีหน้าตายอยู่ข้างๆ น่านน้ำ รวิศไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย เขากลับยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อยในแบบฉบับที่คนเห็นแล้วอยากจะซัดให้คว่ำสักหมัด มือหนาทั้งสองข้างล้วงกระเป๋ากางเกงสแล็คอย่างผ่อนคลาย ราวกับสถานการณ์ตึงเครียดตรงหน้าเป็นเพียงละครฉากหนึ่งที่กำลังฉายอยู่บนจอโทรทัศน์
“เขตหวงห้ามเหรอครับ? น่าขันสิ้นดี” ภาคภูมิสาวเท้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนกระทั่งยืนอยู่ห่างจากน่านน้ำเพียงช่วงแขน สายตาคมกวาดมองอดีตคนรักด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก “สำหรับผม ไม่มีพื้นที่ไหนในโลกนี้ที่เรียกว่า ‘หวงห้าม’ ถ้าที่นั่นมีคุณอยู่... น่านน้ำ”
คำพูดที่เจือความหลงใหลในอดีตแต่กลับเต็มไปด้วยความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ ทำให้รวิศที่ยืนเงียบมานานขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาคู่คมของวิศวกรหนุ่มหรี่ลง รังสีความไม่พอใจแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาอย่างชัดเจนจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที
“ถ้าไม่มีธุระอะไรสำคัญ เชิญออกไปจากห้องของผม... เอ้ย ของสถาบันด้วยครับ” รวิศจงใจเน้นเสียงคำว่า ‘ของผม’ พร้อมกับก้าวเข้ามาขวางกึ่งกลางระหว่างน่านน้ำกับภาคภูมิโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณความเป็นนักล่าและสภาวะหวงก้างทำงานเต็มพิกัด ปากที่เคยร้ายกาจตอนนี้พ่นคำพูดเชือดเฉือนออกมาโดยไม่ต้องคิด “คนมีความรู้ระดับดร. น่าจะรู้ความหมายของคำว่า ‘พื้นที่ส่วนบุคคล’ และ ‘การบุกรุก’ ดีนี่ครับ หรือว่าสมองส่วนหน้าของคุณเกิดความเสียหายจากอัลצהไฮเมอร์ระยะเริ่มต้น ถึงได้ลืมมารยาทพื้นฐานทางสังคมไปหมดแล้ว”
ภาคภูมิหันมามองรวิศด้วยหางตา รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย “อ๋อ... คุณนี่เอง วิศวกรซอฟต์แวร์เทวดาที่บริษัทแม่ส่งมาประกบโครงการของน่านน้ำสินะครับ ได้ยินชื่อเสียงเรียงนามมาเยอะ นึกว่าจะฉลาดกว่านี้เสียอีก ที่แท้ก็เป็นแค่พวกชอบทำตัวเป็นเงาตามตัวผู้หญิงไปวันๆ”
“อย่างน้อยผมก็เป็นเงาที่ยืนอยู่ถูกที่ถูกเวลา ไม่ได้โผล่มาเป็นภูตผีปีศาจในยามวิกาลเพื่อทำลายบรรยากาศดีๆ ของคนอื่นหรอกครับ” รวิศสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่เชือดเฉือนทุกอณู “อีกอย่าง... การที่คนเราจะก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัวของใคร เขาน่าจะมี ‘สิทธิ์’ มากพอเสียก่อน ไม่ใช่โผล่หน้ามาเห่าหอนเรียกร้องความสนใจแบบไร้ตรรกะแบบนี้”
“นี่คุณ!” ภาคภูมิหน้าตึงขึ้นมาทันที ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธ
“พอได้แล้วทั้งคู่!” น่านน้ำตบโต๊ะทำงานเสียงดังลั่น ความอดทนของนักประสาทวิทยาผู้ยึดมั่นในระเบียบวินัยขาดผึ่งลง เธอกวาดสายตามองผู้ชายสองคนที่กำลังยืนปะทะคารมกันราวกับเด็กชายแย่งของเล่นด้วยความรู้สึกปวดหัวตุบๆ “นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่น และฉันก็ไม่ใช่ข้าวของที่พวกคุณจะมาแย่งชิงกันพูดจาประชดประชัน ถ้าคุณภาคภูมิมีเรื่องงาน กรุณานัดหมายผ่านระบบทางการของสถาบัน แต่ถ้าไม่มี... เชิญออกไปก่อนที่ฉันจะเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาเชิญคุณออกไปจริงๆ”
คำประกาศกร้าวที่เต็มไปด้วยอำนาจทำให้น่านน้ำกลับมาควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ชั่วขณะ ภาคภูมิลอบถอนหายใจยาว ปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว เขายกมุมปากขึ้นยิ้มมุมปาก คราวนี้สายตาที่มองน่านน้ำกลับเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่ทำให้น่านน้ำรู้สึกหนสันหลังวาบ
“ผมไม่ได้มาเรื่องงานหلوثหเลื่อนอะไรหรอกครับ น่านน้ำ...” ภาคภูมิเว้นจังหวะ ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง แต่สายตายังคงจดจ้องอยู่ที่ใบหน้าหวานที่ไม่ยอมแสดงความอ่อนแอออกมา “ผมมาเพื่อทวงของที่ควรจะเป็นของผมคืน... และเตือนคุณว่า งานวิจัยชิ้นโบแดงที่คุณกำลังทำร่วมกับบริษัทของนายรวิศเนี่ย มันมี ‘เบื้องหลัง’ ที่เน่าเฟะกว่าที่คุณคิดเยอะ”
รวิศขมวดคิ้วมุ่น สัญชาตญาณนักวิเคราะห์ข้อมูลในตัวทำงานทันที “คุณหมายความว่ายังไง”
“หมายความว่า... ดร.น่านน้ำผู้แสนฉลาดกำลังถูกหลอกใช้ให้เป็นเครื่องมือฟอกเงินและขโมยสิทธิบัตรโดยคนที่เธอไว้ใจที่สุดยังไงล่ะครับ” ภาคภูมิหันมามองรวิศด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น ก่อนจะทิ้งระเบิดลูกใหญ่ลงกลางห้องทดลอง “ถามพ่อหนุ่มอัจฉริยะคนนี้ดูสิครับ ว่าบริษัทแม่ของเขาแอบส่งเขามาที่นี่เพื่อดึงข้อมูลสมองกลรุ่นล่าสุด หรือเพื่อมาตีสนิทคุณกันแน่?”
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทดลองชั่วขณะ น่านน้ำหันขวับไปมองหน้ารวิศทันที ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยคำถามและความไม่ไว้วางใจที่พรั่งพรูขึ้นมาในอก ขณะที่รวิศเองก็แสดงอาการชะงักไปชั่ววินาที ก่อนที่แววตาของเขาจะเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
วิศวกรหนุ่มหันกลับมาสบตากลับน่านน้ำที่กำลังมองเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป หัวใจของรวิศกระตุกวูบ เขาอ้าปากเตรียมจะเอ่ยคำแก้ตัวเพื่ออธิบายความจริงบางอย่างที่ยังไม่เคยบอกใคร
“น่านน้ำ... ฟังผมก่อน มันไม่ใช่——”
*กริ๊งงงงงงง!*
เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินดังลั่นสนั่นตึก ระบบไฟสำรองในห้องปฏิบัติการตัดเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานกะพริบถี่ หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักที่เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลงานวิจัยทั้งหมดดับวูบลงพร้อมกัน ก่อนที่ข้อความแจ้งเตือนสีแดงเลือดจะปรากฏขึ้นบนหน้าจอทุกจอในห้องพร้อมๆ กัน
**[WARNING: UNAUTHORIZED DATA BREACH DETECTED - SYSTEM OVERRIDE BY EXTERNAL SOURCE]**
น่านน้ำเบิกตากว้างเมื่อมองเห็นชื่อผู้ใช้ที่กำลังเข้าถึงระบบฐานข้อมูลลับสุดยอดของเธอ... เป็นรหัสส่วนตัวของรวิศที่ถูกใช้ดาวน์โหลดข้อมูลทั้งหมดออกไปยังเซิร์ฟเวอร์ภายนอกในขณะนี้เอง!
เธอกัดริมฝีปากแน่น หันขวับกลับมามองหน้าชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกายด้วยแววตาที่เย็นชาและแตกสลายจนหัวใจเจ็บแปลบ
“คุณรวิศ...” น่านน้ำเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความสั่นเทา “นี่คือคำอธิบายที่คุณอยากจะบอกฉันใช่ไหม?”
รวิศหน้าซีดเผือดเป็นครั้งแรกในชีวิต ดวงตาคู่คมฉายแววตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิดเมื่อมองหน้าหญิงสาวที่เขารักสุดหัวใจ แต่คำพูดที่กำลังจะเอ่ยออกไปกลับจุกอยู่ที่ลำคอ เมื่อประตูห้องทดลองถูกล็อกอัตโนมัติจากระบบรักษาความปลอดภัยภายนอก และร่างของภาคภูมิก็หายลับไปกับความมืดที่เพิ่งถูกตัดขาดจากระบบไฟหลัก ทิ้งให้พวกเขาทั้งสองคนติดอยู่ภายในกรงขังแห่งความลับนี้เพียงลำพัง
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาปาสติ๊กเกอร์และหัวใจให้ "จิตวิทยาเพื่อทุกคน" นะคะ
ดีโค้ดสมองสั่งรัก: เมื่ออัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมประมวลผล•ตอนที่ 17
อดีตที่ตามมาหลอกหลอน
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีโค้ดสมองสั่งรัก: เมื่ออัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมประมวลผล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!