ดีโค้ดสมองสั่งรัก: เมื่ออัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมประมวลผล•ตอนที่ 14

แรงดึงดูดทางจิตวิทยา

ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
หน้าจอโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูสว่างวาบตัดกับความมืดสลัวในห้องทำงานของ ดร.น่านน้ำ ตัวเลขเจ็ดหลักบนหน้าจอไม่ได้เป็นเพียงแค่ชุดข้อมูลทางดิจิทัล แต่มันคือ ‘ผี’ ที่ถูกฝังกลบไว้ใต้ดินเมื่อสามปีก่อน และเวลานี้มันกำลังโทรกลับมาหาเธอ “พ่อของฉัน...” เธอเงยหน้ามองรวิศ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตระหนก “พ่อที่เสียชีวิตไปแล้ว... รวิศ... หน้าจอโทรศัพท์มันโชว์เบอร์พ่อที่เสียไปเมื่อสามปีก่อน!” ความเงียบงันเข้ากัดกินบรรยากาศรอบตัวทันที เสียงเครื่องปรับอากาศที่เคยเงียบเชียบ กลับดังเสียดแท่นประสาทในความรู้สึกของน่านน้ำ รวิศที่ปกติมักจะมีคำพูดกวนประสาทหรือข้อโต้แย้งทางตรรกะเสมอ กลับนิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบของเขาไม่ได้มองที่หน้าจอโทรศัพท์ แต่จ้องลึกลงไปในนัยน์ตาที่สั่นระริกของหญิงสาว เขายื่นมือออกไปอย่างรวดเร็ว คว้าข้อมือเรียวของเธอไว้ก่อนที่นิ้วเรียวจะกดรับสาย แรงบีบจากอุ้งมือของชายหนุ่มไม่ได้รุนแรง แต่มันหนักแน่นพอที่จะฉุดเธอกลับมาจากหลุมดำแห่งความตื่นตระหนก “ตั้งสติก่อน น่านน้ำ” น้ำเสียงของรวิศทุ้มต่ำและจริงจังอย่างที่เธอไม่ค่อยได้ยินบ่อยนัก “ในทางประสาทวิทยา เมื่อสมองเผชิญกับสิ่งเร้าที่ขัดแย้งกับความเป็นจริงอย่างรุนแรง ระบบลิมบิก (Limbic System) จะสั่งการให้เกิดสัญชาตญาณสู้หรือหนีทันที แต่ตอนนี้... เธอต้องใช้พรีฟรอนทัลคอร์เทกซ์ คิดด้วยเหตุผล” “เหตุผลบ้าอะไรเล่า!” น่านน้ำสะบัดมือออกเล็กน้อย แต่รวิศไม่ได้ปล่อย เขาเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายกุมมือเธอไว้แน่นขึ้น ฝ่ามือของเขาร้อนผ่าวตัดกับความเย็นเฉียบในร่างกายของเธอ “เบอร์นั้นถูกยกเลิกไปแล้ว! ฉันเป็นคนจัดการเรื่องเอกสารการตายและปิดเบอร์โทรศัพท์ของพ่อด้วยมือตัวเอง! ไม่มีทางที่มันจะโทรเข้ามาได้!” “มันอาจจะเป็นการปลอมแปลงเบอร์ หรือ IP Spoofing” รวิศวิเคราะห์ด้วยน้ำเสียงเฉียบคมตามประสาโปรแกรมเมอร์อัจฉริยะ “ในยุคที่ AI สามารถเลียนแบบเสียงและข้อมูลได้ทุกอย่าง การทำ Spoof Caller ID ไม่ใช่เรื่องยากเกินวิสัยของผู้ไม่หวังดี” ติ๊ด... เสียงตัดสายสิ้นสุดลงด้วยตัวระบบเอง ก่อนที่น่านน้ำจะทันได้ตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไป ทว่าความเงียบที่ตามมานั้นกลับน่ากลัวยิ่งกว่า เสียงเรียกเข้าดังขึ้นอีกครั้ง... แต่ครั้งนี้ไม่ใช่โทรศัพท์ของเธอ มันดังมาจากโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานของรวิศเอง ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น ปล่อยมือน่านน้ำช้าๆ แล้วหยิบโทรศัพท์ของตนขึ้นมาดู หน้าจอแสดงเบอร์โทรศัพท์สายเรียกเข้าชุดเดียวกัน... เบอร์ของพ่อเธอ “รวิศ...” น่านน้ำก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ลมหายใจของเธอติดขัด “นี่มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญแล้ว” “อืม ฉันรู้” รวิศกดรับสายทันทีโดยไม่ลังเล พร้อมกับเปิดสปีกเกอร์โฟนเพื่อให้เธอได้ยินด้วย บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดกรีดออกเป็นชิ้นๆ ได้ “ฮัลโหล...” รวิศกรอกเสียงลงไป ความนิ่งสงบในน้ำเสียงของเขาคือเกราะป้องกันเดียวที่น่านน้ำมีในตอนนี้ เสียงซ่าของคลื่นวิทยุก่อนจะถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจแผ่วเบา... เสียงที่น่านน้ำคุ้นเคยยิ่งกว่าเสียงของตัวเอง มันคือเสียงแหบพร่าอันเป็นเอกลักษณ์ เสียงของผู้ชายที่เธอรักและฝังกลบความทรงจำไว้เมื่อสามปีก่อน *(“น้ำ... ลูกรัก พ่อดีใจนะที่ลูกยังจำเบอร์นี้ได้”)* หัวใจของน่านน้ำกระตุกวูบ ความรู้สึกเหมือนถูกกระชากลงไปในเหวลึก ร่างกายของเธอบล็อกการทำงานไปชั่วขณะ เธอก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงาน คว้าโทรศัพท์จากมือรวิศมาแนบหูทันทีโดยไม่สนทนากฎเกณฑ์ทางตรรกะใดๆ ทั้งสิ้น “พ่อ! พ่ออยู่ที่ไหน! พ่อยังไม่ตายใช่ไหมคะ ทำไม... ทำไมถึงติดต่อมาตอนนี้!” เสียงของเธอสั่นเครือ หยดน้ำตาเอ่อคลอเบ้าอย่างห้ามไม่อยู่ ความเข้มแข็งทั้งหมดที่เธอสร้างมาตลอดสามปีพังทลายลงในพริบตา *(“พ่อไม่ได้ไปไหนไกลหรอกลูก... ความจริงทั้งหมดกำลังจะถูกเปิดเผย สิ่งที่ลูกคิดว่าเข้าใจ มันเป็นแค่ภาพลวงตาที่ถูกสร้างขึ้น... ระวังตัวไว้นะน้ำ คนที่อยู่ข้างๆ ลูกตอนนี้... เขาไม่ได้บอกความจริงทั้งหมดหรอ—”)ติ๊ด!* สัญญาณตัดขาดลงดื้อๆ ทิ้งไว้เพียงเสียงสัญญาณเตือนสายหลุดที่ดังยาวต่อเนื่อง น่านน้ำยืนแข็งค้าง โทรศัพท์ในมือร่วงหล่นลงบนโต๊ะทำงาน ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความสับสน ปนเปไปกับความหวาดกลัว ก่อนที่สายตาของเธอจะค่อยๆ เคลื่อนกลับมามองหน้าชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า รวิศยังคงนิ่งเงียบ ดวงตาคมกริบของเขาไหววูบไปชั่วขณะหนึ่ง แต่มันรวดเร็วเกินกว่าที่เธอจะจับสังเกตได้ทัน ความสงสัยที่ถูกฝังไว้พุ่งทะยานขึ้นสู่ขีดสุด น่านน้ำถอยหลังกวาดสายตามองผู้ชายที่อยู่ใกล้ชิดเธอที่สุดในเวลานี้ “คนที่อยู่ข้างๆ ฉัน...” น่านน้ำทวนคำพูดนั้น เสียงของเธอกลายเป็นเสียงกระซิบที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวง “หมายความว่ายังไง รวิศ นายรู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ใช่ไหม นายปิดบังอะไรฉันอยู่!” รวิศถอนหายใจยาวออกมาเฮือกหนึ่ง เขาไม่ได้แสดงอาการลุกลี้ลุกลน แต่นั่นยิ่งทำให้ความน่าสงสัยทวีคูณ เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอ รุกไล่จนแผ่นหลังบางชนเข้ากับชั้นหนังสือด้านหลัง ระยะห่างระหว่างเขากับเธอในตอนนี้แทบจะกลายเป็นศูนย์ กลิ่นอายความเป็นผู้ชายผสมกับความเย็นจากเครื่องปรับอากาศโชยเข้าจมูก น่านน้ำเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่ยอมแพ้ แม้หัวใจจะเต้นระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก “เธอคิดว่าฉันเป็นคนเล่นตลกงั้นเหรอน่านน้ำ?” รวิศโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบจะชิดกัน เสียงทุ้มต่ำของเขาแฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก มันทั้งร้อนรุ่มและอันตราย “ถ้าฉันจะหลอกเธอ ฉันคงมีวิธีที่แนบเนียนกว่าการเอาเบอร์คนตายมาโทรหาหรอกนะ” “แล้วมันเรื่องอะไรล่ะ! ทำไมพ่อถึงพูดแบบนั้น!” “เพราะว่า...” รวิศหยุดพูดไปชั่วจังหวะ ปลายนิ้วอุ่นจัดของเขาเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากให้อย่างเบามือ สัมผัสที่อ่อนโยนขัดกับสถานการณ์ตึงเครียดรอบตัวอย่างสิ้นเชิง “คนที่เล่นเกมนี้กับเรา เขากำลังดูเราอยู่... และตอนนี้ เขาก็ไม่ได้อยู่แค่ในสายโทรศัพท์” น่านน้ำชะงัก “หมายความว่า...” *แอดม...* เสียงประตูห้องทำงานที่ควรจะล็อคสนิท ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ จากด้านนอก เผยให้เห็นเงาร่างของใครบางคนยืนอยู่ท่ามกลางความมืดของทางเดินที่ไร้แสงไฟ (โปรดติดตามตอนต่อไป...) -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาDcodeหัวใจไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีโค้ดสมองสั่งรัก: เมื่ออัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมประมวลผล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%