“ถ้าการกลับมาของเธอมันมีไว้เพื่อรื้อฟื้นเศษซากขยะที่ฉันกวาดทิ้งลงถังขยะไปตั้งแต่สามปีก่อน... ฉันแนะนำให้เธอนั่งเที่ยวบินถัดไปกลับไปที่นิวยอร์กซะจะดีกว่าค่ะ”
น้ำเสียงเรียบเฉยแต่เย็นยะเยือกของดร.น่านน้ำดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออกในห้องทำงานส่วนตัว ร่างบางในชุดสูทเข้ารูปยืนกอดอก ใบหน้างดงามเชิดขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นมองผู้หญิงแปลกหน้าที่ก้าวเข้ามาในห้องด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาอย่างไม่ปิดบัง
“แหม... น่านน้ำยังปากคอเราะร้ายเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะคะ”
ลลินา หรือ ‘ลิลลี่’ อดีตคู่หมั้นสาวสวยไฮโซผู้เพียบพร้อม ส่งยิ้มหวานหยดที่เคลือบด้วยยาพิษ เธอก้าวฉับๆ เข้ามาในห้องโดยไม่1สนสายตาของใครทั้งสิ้น ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองไปทั่วห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างสูงของรวิศที่ยืนขมวดคิ้วมุ่นอยู่ข้างๆ น่านน้ำ
รวิศไม่ได้เอ่ยทักทาย เขารู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างในบรรยากาศ ทางจิตวิทยาแล้ว มนุษย์เรามักจะแสดงพฤติกรรมการป้องกันตัว (Defense Mechanism) ออกมาในรูปแบบที่แตกต่างกันเมื่อเผชิญหน้ากับ ‘สิ่งเร้า’ ที่คุกคามความมั่นคงทางจิตใจ และในตอนนี้ ทั้งน่านน้ำและผู้หญิงที่ชื่อลลินากำลังแผ่รังสีอำมหิตใส่กันชนิดที่เรียกว่าไม่มีใครยอมใคร
“ฉันไม่ได้ว่างพอจะมาต่อปากต่อคำกับคุณค่ะ ลลินา” น่านน้ำก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงาน มือเรียวบางกดลงบนแฟ้มเอกสารงานวิจัยชิ้นสำคัญแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด “บอกธุระของคุณมา แล้วก็เชิญออกไป”
“ว้าว ใจBร้อนจังนะคะ... แต่ก็นะคะ คนเรามักจะเกรี้ยวกราดเป็นพิเศษเมื่อรู้ว่า ‘สิ่งของ’ ที่ตัวเองเคยครอบครอง กำลังจะมีคนอื่นมาแย่งกลับไป” ลลินาย่างสามขุมเข้าไปใกล้รวิศ ดวงตาพราวเสน่ห์กวาดมองชายหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเสียดายระคนท้าทาย “ไม่เจอกันนานนะคะ รวิศ... คุณยังดูหล่อเหลาและฉลาดเป็นกรดเหมือนเดิมเลยนี่คะ น่าเสียดายจังนะคะที่คนสมองเพอร์เฟกต์อย่างคุณ ต้องมาเสียเวลากับหุ่นยนต์ที่ไร้หัวใจอย่างผู้หญิงคนนี้”
รวิศแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึก ดวงตาคมกริบมองอดีตคู่หมั้นของน่านน้ำด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
“ขอบคุณสำหรับคำชมครับ... เอ้ย! ค่ะ” รวิศเผลอหลุดปากคำชายออกมาตามความคุ้นชิน ก่อนจะรีบเปลี่ยนสรรพนามและน้ำเสียงให้ราบเรียบตามปกติเมื่อเห็นสายตาดุๆ ของน่านน้ำที่หันขวับมามอง “ฉันหมายถึง... ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะคุณลลินา แต่เรื่องที่ฉันจะเสียเวลาหรือFไม่นั้น มันเป็นเรื่องของ ‘อัลกอริทึม’ ในสมองฉัน ซึ่งเกรงว่าระบบประมวลผลของคุณคงจะทำความเข้าใจได้ยากสักหน่อย”
น่านน้ำเหลือบมองรวิศแวบหนึ่ง หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างประหลาด คำว่า ‘หุ่นยนต์ที่ไร้หัวใจ’ ที่ลลินาใช้เรียกเธอมันควรจะเป็นความจริงที่เธอยึดถือมาตลอดชีวิตไม่ใช่หรือ? ทำไมพอได้ยินมันจากปากคนอื่น ในใจมันถึงได้รู้สึกเหมือนมีเข็มเล่มเล็กๆ มาทิ่มแทงล่ะ?
และที่สำคัญกว่านั้น... ทำไมรวิศถึงต้องปกป้องเธอด้วยถอดรหัสคำพูดที่กวนประสาทแต่เจ็บแสบใส่ลลินาแบบนั้นด้วย?
“ปากจัดไม่เปลี่ยนเลยนะคะ ทั้งคู่เลยนี่แหละ” ลลินาหรี่ตามองคนทั้งสองสลับกัน รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏบนริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีแดงสด “แปลกดีนะคะ... น่านน้ำ คนที่ประกาศกร้าวมาตลอดชีวิตว่าความรักเป็นแค่เรื่องไร้สาระ เป็นแค่ปฏิกิริยาเคมีในสมองที่ควบคุมได้ แต่วันนี้กลับยืนเคียงข้างผู้ชายที่ขึ้นชื่อเรื่องการทดลองความบ้าคลั่งทางความรู้สึก... หรือว่าทฤษฎีที่เธอเชื่อมั่นมาตลอด มันกำลังจะพังทลายลงแล้วล่ะคะ?”
คำพูดของลลินาเหมือนลูกดอกที่ปักเข้ากลางเป้าอย่างแม่นยำ
น่านน้ำชะงักไปชั่วขณะ สมองที่เคยประมวลผลเรื่องราวต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ กลับสะดุดกึกราวกับระบบรันนิ่งไทม์เกิดข้อผิดพลาด เธอมองหน้าลลินาด้วยแววตาที่ไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที—ชั่ววินาทีเดียวเท่านั้น ก่อนที่เกราะป้องกันอันหนาทึบจะถูกสร้างขึ้นมาคลุมทับไว้อีกครั้ง
“ทฤษฎีของฉันไม่มีทางพังทลายหรอกค่ะลลินา” น่านน้ำเชิดหน้าขึ้น น้ำเสียงหนักแน่นและเย็นชา “เพราะทุกอย่างบนโลกใบนี้ ล้วนมีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์รองรับทั้งสิ้น แม้กระทั่งความรู้สึกน่ารำคาญใจที่ฉันกำลังรู้สึกอยู่ตอนนี้ ก็เป็นเพียงแค่ผลลัพธ์จากการหลั่งสารฮอร์โมนความเครียด—คอร์ติซอล—ที่หลั่งออกมาเพราะมี ‘ขยะเปียก’ เดินเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของฉันก็เท่านั้น”
ลลินากัดฟันกรอด รอยยิ้มเสแสร้งบนใบหน้าเริ่มบิดเบี้ยว “ปากเก่งให้ได้ตลอดรอดฝั่งเถอะค่ะน่านน้ำ! แล้วเราจะได้เห็นกันว่า ระหว่างทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์งี่เง่าของคุณ กับ ‘ความจริง’ ที่ฉันกำลังจะเอาคืน... อะไรมันจะพังเร็วกว่ากัน!”
พูดจบ ลลินาก็สะบัดหน้าพรืดเดินกระแทกส้นสูงออกจากห้องไปเสียงดังสนั่น ทิ้งให้ความเงียบงันและบรรยากาศที่อึดอัดเข้าปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง
ประตูปิดลงแล้ว แต่น่านน้ำยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม มือเรียวบางกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ ความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิงราวกับเส้นด้ายที่ถูกแมวขยำ ทฤษฎีที่เธอเชื่อมั่น... กฎเกณฑ์ที่เธอสร้างขึ้นเพื่อปกป้องหัวใจตัวเองจากความเจ็บปวด... มันกำลังสั่นคลอนอย่างรุนแรงจริงหรือ?
“เฮ้อ...”
เสียงถอนหายใจยาวๆ ดังขึ้นข้างตัว น่านน้ำหันไปมองรวิศที่ตอนนี้กำลังยกมือขึ้นกอดอก สายตาคมกริบคู่นั้นมองเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มันไม่ใช่แววตากวนประสาทแบบทุกที แต่เป็นแววตาที่ลุ่มลึกและเต็มไปด้วยคำถามมากมาย
“มองอะไรคะ?” น่านน้ำถามเสียงห้วน พยายามกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียงของตัวเอง
“กำลังคิดอยู่ครับ... เอ๊ย! กำลังคิดอยู่ค่ะ ว่าดร.น่านน้ำผู้เพียบพร้อมและมีเหตุผลที่สุดในสามโลก กำลังหาข้ออ้างทางวิทยาศาสตร์มาปลอบใจตัวเองอยู่หรือเปล่า” รวิศก้าวเข้าไปใรน่านน้ำอีกนิด ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนเหลือแค่คืบเดียว กลิ่นอายสะอาดๆ ของผู้ชายตรงหน้าลอยเข้าจมูก ปลุกปั่นให้อัตราการเต้นของหัวใจเธอเริ่มรัวเร็วขึ้นอย่างไร้เหตุผล
“ฉันไม่ได้หาข้ออ้างค่ะ ทุกอย่างที่ฉันพูดคือความจริง ความรัก ความสัมพันธ์ มันก็แค่กลไกทางชีววิทยา...”
“ถ้างั้น... ช่วยอธิบายกลไกทางชีววิทยาของอาการที่ฉันกำลังเป็นอยู่ตอนนี้ให้ฟังหน่อยได้ไหมล่ะคะ ดร.น่านน้ำ” รวิศขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีก จนแผ่นหลังของน่านน้ำชนเข้ากับชั้นหนังสือด้านหลัง ทางหนีทีไล่ถูกปิดตายโดยสมบูรณ์
น่านน้ำเบิกตากว้างเมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วพบว่าใบหน้าคมคายของรวิศอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตร ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณปลายจมูก ดวงตาคมกริบคู่นั้นฉายแววคลั่งรักอย่างเปิดเผยจนเธอกลืนน้ำลายลงคอแทบไม่ลง
“คุณ... คุณหมายถึงอะไร...” น่านน้ำพยายามดึงสติ เสียงของเธอเริ่มสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่ได้
รวิศโน้มใบหน้าลงมาใกล้ข้างใบหูของเธอ กระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่สั่นประสาทคนฟังให้หลอมละลายได้ในพริบตา
“ทุกครั้งที่ฉันเข้าใกล้คุณ... อัตราการเต้นของหัวใจมันพุ่งสูงเกินลิมิต อะดรีนาลีนหลั่งพล่านจนควบคุมตัวเองไม่ได้ และที่สำคัญที่สุด...” รวิศหยุดเว้นจังหวะ เลื่อนสายตากลับมาสบตากลับน่านน้ำตรงๆ “สมองของฉันมันปฏิเสธที่จะประมวลผลตรรกะใดๆ ทั้งสิ้น... มีแต่คำว่า ‘อยากกอดคุณ’ วนเวียนซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในหัว”
น่านน้ำสมองดับสนิท ทฤษฎีทุกบท ตำราประสาทวิทยาทุกเล่มที่เธอเคยอ่านมาตลอดชีวิตพังทลายลงไม่เป็นท่าในวินาทีนั้น
ก่อนที่เธอจะทันได้อ้าปากเถียงหรือผลักไสร่างสูงออกไป ประตูห้องทำงานที่เพิ่งถูกปิดไปเมื่อครู่ก็ถูกผลเปิดผางขึ้นอีกครั้งอย่างแรง!
“ดร.น่านน้ำคะ! แย่แล้วค่ะ! ระบบฐานข้อมูลงานวิจัยทั้งหมดถูกแฮก และตอนนี้ไฟล์ข้อมูลลับสุดยอดกำลังถูกดาวน์โหลดออกไปยังเซิร์ฟเวอร์ภายนอกค่ะ!”
เสียงร้องตะโกนด้วยความตื่นตระหนกของเลขาหน้าห้อง ทำให้น่านน้ำและรวิศต้องผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว
น่านน้ำหน้าถอดสี เธอก้าวฉับๆ ไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นตัวเลขบนหน้าจอวิ่งรัวเป็นภาษาโค้ดที่เธอไม่คุ้นเคย และที่หน้าจอหลัก... มีข้อความสั้นๆ ปรากฏขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยของใครบางคน
*“ยินดีต้อนรับสู่เกมใหม่ค่ะ... น่านน้ำ เพื่อนเก่าคนนี้เตรียมของขวัญชิ้นใหญ่ไว้ให้เธอแล้ว”*
รวิศก้าวเข้าไปยืนชิดด้านหลัง กวาดสายตามองหน้าจอคอมพิวเตอร์ แววตาสนุกสนานหายวับไปกับตา เหลือเพียงประกายตาดุดันและเฉียบคมดั่งนักล่า
“ไม่ใช่ฝีมือของลลินาคนเดียวแน่ๆ ครับ... มีคนวงในช่วยส่งคีย์การ์ดเข้าถึงระบบหลักให้เธอ” รวิศหันมามองหน้าน่านน้ำ ดวงตาคมกริบเป็นประกายวาวโรจน์ “และดูเหมือนว่า... เป้าหมายที่แท้จริงของมัน ไม่ใช่แค่งานวิจัยของคุณหรอกนะ”
น่านน้ำหันขวับมามองรวิศ หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดระแวงระคนตกใจ “แล้วเป้าหมายของมันคืออะไร?!”
รวิศยกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทั้งอันตรายและทรงเสน่ห์ในเวลาเดียวกัน ก่อนที่เขาจะโน้มตัวลงกระซิบข้างหูเธอด้วยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของน่านน้ำเย็นเฉียบ
*“เป้าหมายของมัน... คือการทำลายทุกอย่างที่ฉันกำลังพยายามจะครอบครอง รวมถึงตัวคุณด้วยค่ะ”*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางไปพร้อมกับความคลั่งรักแบบป่วนๆ นี้นะคะ!
ดีโค้ดสมองสั่งรัก: เมื่ออัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมประมวลผล•ตอนที่ 6
สมการความสัมพันธ์ที่ไม่ลงตัว
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีโค้ดสมองสั่งรัก: เมื่ออัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมประมวลผล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!