“คุณกำลังใช้ ‘Cognitive Dissonance’ เป็นเกราะป้องกันความกลัวที่จะสูญเสียการควบคุมต่างหากล่ะคะ ดร.น่านน้ำ”
เสียงใสทว่าก้องกังวานด้วยความมั่นใจของฉัน—หรือจะพูดให้ถูกคือ รวิศ ที่กำลังจงใจยั่วโมโหฉันด้วยทฤษฎีจิตวิทยาที่ยืมคำพูดฉันไปย้อนศร—ดังแทรกเสียงจอแจของคาเฟ่กึ่งห้องสมุดใจกลางย่านธุรกิจ ผู้คนรอบโต๊ะข้างเคียงเริ่มหันมามองเป็นตาเดียว แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่ได้แคร์สายตาใครเลยสักนิด ใบหน้าหล่อเหลาที่มักประดับด้วยรอยยิ้มกวนประสาทกำลังโน้มเข้าไปใกล้ฉัน จนปลายจมูกของเราแทบจะชนกันถ้าฉันไม่เอนตัวหนีเสียก่อน
“อย่ามาใช้หลักการทางจิตวิทยามาวิเคราะห์ฉันในที่สาธารณะแบบนี้นะคะ รวิศ” ฉันกัดฟันกรอด สัมผัสได้ถึงความร้อนที่พุ่งขึ้นมาถึงใบหู ไม่ใช่เพราะเขินอาย แต่เป็นเพราะความหงุดหงิดที่โดนอีกฝ่ายจับจุดความรู้สึกได้คาหนังคาเขา ผู้ชายคนนี้อันตรายต่อความสงบสุขในสมองส่วน Amygdala ของฉันเสียจริง
“อ้าว ทำไมจะไม่ได้ล่ะครับ—อุ๊ย ขอโทษทีค่ะ ฉันติดปากพูดคำว่า ‘ครับ’ ตามสไตล์คนอื่นซะแล้ว” รวิศจงใจล้อเลียนสำนวนการพูดของฉันด้วยการกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยความสนุกสนานที่ได้เห็นคนคุมกฎอย่าง ดร.น่านน้ำ สติหลุดกลางที่สาธารณะ “ในเมื่อคุณบอกว่าความรักมันเป็นแค่ ‘อัลกอริทึมทางชีววิทยา’ ที่หลั่งสารเคมีอย่างโดปามีนและออกซิโตซินออกมาแค่ชั่วคราว... แล้วทำไมตอนนี้ ชีพจรของคุณถึงเต้นเร็วกว่าปกติถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์ล่ะครับ ดร.น้ำ”
ให้ตายเถอะ! เขาสังเกตกระทั่งอัตราการเต้นของชีพจรฉันผ่านเส้นเลือดที่ขมับอย่างนั้นหรือ?
ฉันสูดลมหายใจเข้าลึก, พยายามเรียกสติและปรับโทนเสียงให้กลับมานิ่งสนิทตามแบบฉบับนักประสาทวิทยาผู้ยึดมั่นในตรรกะ “มันเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติของระบบประสาทซิมพาเทติกค่ะ เมื่อเผชิญหน้ากับความไร้เหตุผลของมนุษย์บางคนต่างหาก ไม่ได้เกี่ยวกับสารเคมีบ้าบอที่คุณพยายามยัดเยียดให้ฉันเลยสักนิด”
“ปากแข็งจังเลยนะคะ” รวิศจงใจลากเสียงยาวอย่างหมั่นไส้ เขายื่นมือหนาออกมา หมายจะปัดปอยผมที่ตกลงมาบดบังใบหน้าของฉันออกให้ แต่ฉันกลับปัดมือเขาออกอย่างไร้เยื่อใย จนเกิดเสียงดัง ‘เพียะ’ เบาๆ ท่า and ท่ามกลางความเงียบสงบที่เริ่มก่อตัวขึ้นจากสายตาของลูกค้าโต๊ะรอบข้างที่หยุดคุยกันเพื่อรอดูการปะทะ
เสียงกระซิบกระซาบเริ่มดังขึ้น “นั่น… ผู้ชายคนนั้นไม่ใช่, วิศวกรซอฟต์แวร์ระบบ AI ที่ดังๆ คนนั้นเหรอ?” “แล้วผู้หญิงคนนั้นใครอ่ะ สวยคมแต่ดูดุเป็นบ้าเลย ดูท่าจะเถียงกันเรื่องความสัมพันธ์แหงๆ”
ฉันไม่สนใจเสียงซุบซิบเหล่านั้น สายตาคมกวาดมองไปที่ดวงตาของรวิศที่หุบยิ้มลงเล็กน้อยเมื่อโดนปฏิเสธความหวังดีแบบนั้น บรรยากาศรอบตัวเราเริ่มตึงเครียดขึ้นจนแทบจะจุดไฟติด รวิศถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้กว่าเดิม จนฉันได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกาแฟดำคั่วเข้ม
“คุณกลัวอะไรอยู่กันแน่, น่านน้ำ” น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนจากทีเล่นทีจริง เป็นความจริงจังลุ่มลึกที่กรีดแทงเข้ามาถึงก้นบึ้งของหัวใจ “คุณกลัวอัลกอริทึมความรู้สึกที่ผมกำลังเขียนขึ้นมาเพื่อคุณ... หรือว่าคุณกลัวว่าตัวเองจะ ‘รัก’ ผมเข้าจริงๆ จนควบคุมมันไม่ได้กันแน่?”
คำถามนั้นราวกับมีดผ่าตัดที่กรีดลงบนกลีบสมองส่วนที่ฉันพยายามปิดตายมาตลอดชีวิต ฉันชะงักค้าง สมองที่เคยประมวลผลได้อย่างรวดเร็วกลับสะดุดกึกราวกับระบบรันโค้ดผิดพลาด ไดอะล็อกและการปะทะฝีปากที่เคยฉับไวหยุดชะงักลงในเสี้ยววินาทีนั้น
ทว่า—ในจังหวะที่หัวใจของฉันกำลังเต้นผิดจังหวะจนควบคุมไม่ได้ และริมฝีปากอิ่มกำลังจะอ้าตอบโต้อะไรบางอย่างที่อาจเปลี่ยนสถานะของเราไปตลอดกาล
เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเรียกชื่อฉันก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลังคาเฟ่
“น่านน้ำ! อยู่นี่เองเหรอ… ผมตามหาคุณซะทั่วเลย”
ร่างสูงของบุคคลที่สามก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงโต๊ะของเราพอดี ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อเห็นสภาพความแนบชิดระหว่างฉันกับรวิศ ขณะที่รวิศหรี่ตาลงมองผู้มาใหม่ด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาอย่างไม่ปิดบัง
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนที่ 7 แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าที่มีเรื่องราวเข้มข้นรออยู่นะคะ!
ดีโค้ดสมองสั่งรัก: เมื่ออัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมประมวลผล•ตอนที่ 7
การปะทะด้วยวาทะ
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีโค้ดสมองสั่งรัก: เมื่ออัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมประมวลผล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!