ดีโค้ดสมองสั่งรัก: เมื่ออัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมประมวลผล•ตอนที่ 8

ตัวแปรที่คาดไม่ถึง

ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
กลิ่นอายความเย็นเฉียบของเครื่องปรับอากาศในร้านกาแฟกึ่ง co-working space แห่งนี้ราวกับจะลดอุณหภูมิลงไปอีกสามองศา ทันทีที่เงาสูงโปร่งของบุคคลที่สามทาบทับลงบนโต๊ะทำงานของเรา "ถ้าการประชุมโปรเจกต์อัลกอริทึมนี้ มันจำเป็นต้องถึงเนื้อถึงตัวกันขนาดนี้ ผมคิดว่าเราควรย้ายไปทำกันที่ห้องแล็บปิดดีกว่าไหมครับ ดร.น่านน้ำ" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความไม่สบอารมณ์อย่างชัดเจนดังขึ้น ฉันกะพริบตาปริบๆ สมองส่วนพรีฟรอนต์คอร์เทกซ์ที่เคยประมวลผลเรื่องเส้นประสาทและตัวแปรทางคณิตศาสตร์อย่างแม่นยำ กลับชะงักกึกไปชั่วขณะ เมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับ ‘กรณ์’—รุ่นพี่ร่วมคณะแพทย์ศาสตร์ผู้ผันตัวไปเป็นนักลงทุนด้านเทคโนโลยีการแพทย์คนสําคัญ และที่สำคัญที่สุด... เขาคือชายหนุ่มที่อยู่ในสถานะ ‘คนที่กำลังศึกษาดูใจ’ กับฉันตามกรอบตรรกะที่ครอบครัวขีดเส้นเอาไว้ ทว่า ก่อนที่ฉันจะได้อ้าปากอธิบายสภาพที่ปลายนิ้วของฉันเกือบจะสัมผัสกับปลายจมูกโด่งรั้นของรวิศเมื่อครู่ ร่างสูงของวิศวกรซอฟต์แวร์อัจฉริยะกลับขยับตัวช้าๆ รวิศไม่ได้ผุดลุกขึ้นด้วยความตกใจ เขากลับค่อยๆ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย ราวกับเด็กหนุ่มที่กำลังเจอของเล่นชิ้นใหม่ที่น่าสนใจ "อ้าว นึกว่าใคร..." รวิศลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มเบาๆ ก่อนจะปรายตามองกรณ์ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่ทำให้อีกฝ่ายเส้นเลือดปูดโปน "คุณกรณ์นักลงทุนมือทองนี่เอง พอดีเลยครับ ผมกับดร.น่านน้ำกำลังทำ ‘การทดลองทางจิตวิทยา’ กันอยู่พอดี... คุณสนใจจะร่วมเป็นตัวควบคุมในกลุ่มทดลอง (Control Group) ด้วยไหมล่ะครับ เผื่อจะได้รู้ว่าความสัมพันธ์แบบมีเงื่อนไขของคุณเนี่ย มันล้าสมัยไปกี่ปีแล้ว" "รวิศ!" ฉันปรามเสียงเขียว พร้อมกับส่งสายตาดุๆ ไปให้คนที่นั่งลอยหน้าลอยตาอยู่ฝั่งตรงข้าม รวิศเป็นคนแบบนี้เสมอ... ชอบเหยียบเบรกและเหยียบคันเร่งในเวลาเดียวกันจนคนนั่งด้วยหัวใจแทบวาย "ผมพูดความจริงนี่ครับคุณดร." รวิศหันมาสบตาฉัน แววตาคู่คมนั้นไหววูบไปชั่วขณะจนฉันจับสังเกตแทบไม่ทัน น้ำเสียงของเขาอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว "เรากำลังคุยกันถึงเรื่อง ‘ออกซิโตซิน’ และ ‘โดปามีน’ ที่หลั่งออกมาไม่ใช่เหรอครับ? หรือว่าคุณกรณ์เขาไม่เข้าใจเรื่องเบสิกพวกนี้ ถึงได้ทำหน้าเหมือนคนกำลังจะกินหัวผมแบบนั้น" กรณ์ขบกรามแน่นจนสันนูนชัดเจน เขาปรายตามองหน้าจอแท็บเล็ตของฉันที่เต็มไปด้วยกราฟฟังก์ชันการทำงานของสมองมนุษย์ยามตกหลุมรัก ก่อนจะหันมามองหน้าฉันด้วยแววตาผิดหวังระคนตัดพ้อ "น่านน้ำครับ... ผมให้เกียรติคุณมาตลอดนะ เราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าเราจะค่อยๆ เรียนรู้กันไปในฐานะผู้ใหญ่ที่ใช้เหตุผล แต่นี่คุณมานั่งคลุกคลีอยู่กับเด็กกวนเมืองที่เอาแต่เล่นสนุกกับความรู้สึกคนอื่นเนี่ยนะ? นี่เหรอครับวิธีที่นักวิทยาศาสตร์เขาใช้ประเมินความสัมพันธ์กัน?" คำพูดของกรณ์เหมือนมีเข็มเล่มเล็กๆ มาสะกิดต่อมความรู้สึกบางอย่างในใจฉัน มันไม่ใช่ความรู้สึกผิด แต่มันคือความ ‘อึดอัด’ ที่ถูกกรอบเกณฑ์และคำว่า ‘ความเหมาะสม’ บีบรัดมานาน ตลอดชีวิตของฉัน... ดร.น่านน้ำ ไม่เคยทำอะไรนอกเหนือจากสมการที่คำนวณไว้แล้ว ทุกก้าวเดินต้องมีเปอร์เซ็นต์ความสำเร็จรองรับ การคบหากับกรณ์ก็เช่นกัน... เขาคือตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบบนกระดาษ ครอบครัวยอมรับ หน้าที่การงานมั่นคง และไม่มีความเสี่ยงใดๆ แต่วันนี้ ทฤษฎีความปลอดภัยเหล่านั้นกลับสั่นคลอนอย่างรุนแรง เพียงเพราะผู้ชายอีกคน... คนที่ทำลายทุกสมการที่ฉันสร้างขึ้นมากับมือ ฉันสูดลมหายใจเข้าลึก 3 วินาทีตามหลักการผ่อน 4-7-8 ก่อนจะเงยหน้าสบตากับกรณ์ตรงๆ "กรณ์คะ... น่านคิดว่าเราควรทบทวนคำว่า ‘ความเหมาะสม’ ที่คุณพูดถึงเมื่อครู่เสียใหม่นะคะ ความสัมพันธ์ไม่ใช่โจทย์เลขคณิตที่ต้องมีคำตอบตายตัว และน่านก็ไม่ใช่หุ่นยนต์ที่คุณจะตั้งโปรแกรมรอความคาดหวังได้ตลอดเวลา" กรณ์เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย คงไม่คิดว่าผู้หญิงที่เคยนิ่งสงบและยอมรับฟังเขามาตลอดจะกล้าพูดประโยคนี้ออกมาต่อหน้าบุคคลที่สาม บรรยากาศรอบโต๊ะเงียบกริบลงถนัดตา จนได้ยินเสียงนิ้วมือของรวิศที่เคาะลงบนโต๊ะเป็นจังหวะเบาๆ ทว่าดวงตาคมกริบของวิศวกรหนุ่มกลับพราวระยับยิ่งกว่าเดิม มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นนิดๆ อย่างพอใจในคำตอบของฉัน "ได้ยินชัดแล้วนะครับคุณนักลงทุน" รวิศเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม "ระบบรวนหมดแล้วล่ะครับ เพราะ ‘ตัวแปร’ อย่างผมดันเข้าไปแทรกแซงอัลกอริทึมที่ถูกตั้งค่าไว้เสียจนพังไม่เป็นท่า... และบอกไว้ก่อนเลยนะ ว่าผมไม่มีทางยอมให้รีเซ็ตระบบกลับไปเป็นค่าเริ่มต้นง่ายๆ หรอก" กรณ์หันขวับไปมองรวิศด้วยความโกรธจัด "คุณไม่มีสิทธิ์มาพูดแบบนี้!" "ผมมีสิทธิ์เต็มที่ครับ..." รวิศลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่ของเขาขยับเข้าไปยืนเคียงข้างเก้าอี้ของฉันอย่างเป็นเจ้าandเข้าเจ้าของ ไหล่กว้างของเขากั้นกลางระหว่างฉันกับกรณ์โดยสมบูรณ์ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกาแฟเข้มๆ ลอยเข้าจมูกจนฉันเผลอกลั้นหายใจ รวิศโน้มตัวลงมาใกล้ใบหูของฉัน จนสัมผัสได้ถึงไออุ่นร้อนที่เป่ารดลาดไหล่ เสียงกระซิบของเขาแผ่วเบาแต่ก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของฉันคนเดียว *"...เพราะหัวใจของคุณตอนนี้ มันกำลังเต้นเร็วกว่า 120 ครั้งต่อนาที ซึ่งไม่ได้เกิดจากคาเฟอีน... แต่เกิดจากผมต่างหากล่ะครับ, ดร.น่านน้ำ"* สมองของฉันชัตดาวน์ไปชั่วขณะ ปลายประสาทรับความรู้สึกราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งผ่านจนขนลุกซู่ ร่างกายแข็งทื่อ ขยับหนีไปไหนไม่ได้เมื่อฝ่ามืออุ่นจัดของรวิศเอื้อมลงมาสัมผัสข้อศอกของฉันแผ่วเบา ราวกับจะย้ำเตือนให้ฉันตระหนักถึงความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า... อัลกอริทึมในหัวใจของฉัน บัดนี้ได้รวนเรจนเกินกว่าจะกู้คืนเสียแล้ว กรณ์กำหมัดแน่นด้วยความคับแค้นใจ ก่อนจะเอ่ยเสียงลอดไรฟัน "น่านน้ำ... คุณปล่อยให้ผู้ชายคนนี้ปั่นหัวคุณจนเสียคนไปกันใหญ่แล้วนะ! ถ้าคุณยังเลือกแบบนี้ เราคงต้อง..." "ถ้าการเป็นคนของเธอ, หมายถึงการต้องอยู่ในกรอบที่น่าเบื่อและไร้ซึ่งชีวิตชีวา..." รวิศสวนกลับเสียงเรียบ ตัดบทกรณ์หน้าตาเฉย ดวงตาคู่คมหันมามองฉันเต็มๆ ตา ประกายความคลั่งรักที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความกวนประสาทเมื่อครู่ บัดนี้ระเบิดออกมาอย่างชัดเจนจนฉันแทบละลาย "งั้นผมยินดีจะเป็น ‘ไวรัสตัวฉกาจ’ ที่ทำลายระบบของคุณให้พังยับเยิน... ดีกว่ายอมเห็นคุณตายด้านอยู่กับความสมบูรณ์แบบจอมปลอมนี่" ฉันนิ่งอึ้ง หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นพล่านไปทั่วร่าง นี่ไม่ใช่การทดลองทางวิทยาศาสตร์ แต่มันคือปฏิกิริยาเคมีที่รุนแรงที่สุดในชีวิตที่ฉันเคยพบเจอ กรณ์หน้าดำคร่ำเครียด สะบัดหน้าเดินหนีออกจากร้านไปอย่างหัวเสีย ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและความอึดอัดที่อบอวลไปด้วยเคมีอันร้อนแรงระหว่างเราสองคน ฉันหันขวับไปหมายจะต่อว่าคนฉวยโอกาสที่ถือวิสาสะไล่แขกของฉันทางอ้อม แต่ทว่า... ทันทีที่หันไป ใบหน้าของเรากลับห่างกันเพียงคืบเดียว รวิศไม่ได้ถอยหลังหนี เขากลับก้าวเข้าไปประชิดตัวฉันมากขึ้นจนแผ่นหลังชนเข้ากับพนักพิงเก้าอี้ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของฉัน นิ่งสนิท และเต็มไปด้วยแรงดึงดูดมหาศาลที่ปฏิเสธไม่ได้ "มองอะไรคะ..." ฉันพยายามรักษาเสียงให้มั่นคงที่สุด แม้ว่าปลายนิ้วของตัวเองจะจิกเข้ากับเบาะเก้าอี้จนแน่น รวิศโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกของเราเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บนพวงแก้ม และก่อนที่ฉันจะทันได้ตั้งตัว ประโยคกระซิบแผ่วเบาแต่สั่นสะเทือนหัวใจก็หลุดออกมาจากริมฝีปากหยัก "ลองตอบผมหน่อยสิครับ..." รวิศไล้ปลายนิ้วอุ่นจัดลงบนหลังมือของฉันที่วางอยู่บนโต๊ะ ช้าๆ อย่างจงใจ "ว่าไอ้ตัวแปรอย่างผม... พอจะมีสิทธิ์เลื่อนขั้นไปเป็น ‘คนในใจ’ ของคุณ แทนที่ไอ้ทฤษฎีงี่เง่าพวกนั้นได้หรือยัง?" ขอบคุณทุกคนที่ติดตามและอินไปกับสมการหัวใจบทนี้นะคะ! หวังว่าจะฟินและลุ้นไปพร้อมกับดร.น่านน้ำของเรานะคะ ✨
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีโค้ดสมองสั่งรัก: เมื่ออัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมประมวลผล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%