คุณหมอหญิงแห่งยุค 70 กับภารกิจปั้นสามีให้น่าเกรงขาม•ตอนที่ 8

ความลับที่บอกใครไม่ได้

ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
"หากแม่เฒ่ายังเอาแต่ส่งเสียงโวยวายราวกับเป็ดถูกเชือดคออยู่หน้าบ้านเช่นนี้ เกรงว่าโรคความดันโลหิตสูงของแกคงจะกำเริบจนเส้นโลหิตในสมองแตกก่อนที่ฉันจะได้รักษาเสียล่ะมั้งคะ!" เสียงหวานใสแต่แฝงด้วยความเฉียบคมดังขึ้น ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของชาวบ้านที่มารุมล้อมมุงดูเหตุการณ์ หลินฟางเซียนยืนกอดอกพิงกรอบประตูเรือนด้วยท่าทีสบายๆ ตรงกันข้ามกับแม่เฒ่าจ้าวที่เวลานี้อ้าปากค้างจนแมลงวันแทบบินเข้าปาก ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก หลังจากเพิ่งโดนสะใภ้รองผู้นี้สวนกลับด้วยศัพท์แพทย์โบราณที่นางฟังไม่เข้าใจแม้แต่คำเดียว แต่กลับรู้สึกได้ถึงความเยียบเย็นที่เสียดแทงเข้าไปถึงกระดูกดำ เหตุการณ์และจุดทิ้งปมจากตอนที่แล้วยังคงติดตาชาวบ้านทุกคน แม่เฒ่าจ้าวที่ตั้งใจมาอาละวาดทวงสิทธิ์ตามความเคยชิน กลับต้องกลายเป็นใบ้กินไปชั่วขณะเมื่อเจอความเด็ดเดี่ยวและวาจาเชือดเฉือนของหลินฟางเซียน "นะ... นังตัวดี! แกกล้าดียังไงมาแช่งฉัน!" แม่เฒ่าจ้าวสะดุ้งสุดตัวเมื่อตั้งสติได้ ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว มือสั่นเทาชี้หน้าลูกสะใภ้ "ที่บ้านเรายากจนข้นแค้นก็เพราะสะใภ้อัปมงคลอย่างแก! ไหนล่ะยาบำรุงที่แกแอบซ่อนไว้? ข้าเห็นกับตาว่าเมื่อคืนมีแสงประหลาดเรืองรองออกมาจากห้องของพวกแก! อย่าคิดว่าคนแก่อย่างฉันจะหลอกง่ายนะ!" คำพูดของแม่เฒ่าจ้าวทำให้ชาวบ้านที่มุงดูอยู่เริ่มส่งเสียงฮือฮากันขึ้นมาทันที หลายคนขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ยุคสมัยนี้การมี "แสงประหลาด" ในยามวิกาลไม่ใช่เรื่องปกติ ยิ่งในช่วงเวลาที่บ้านเมืองยังต้องระแวดระวังเรื่องการสะสมทรัพย์สินหรือการกระทำที่ผิดลัทธิความเชื่อ ย่อมตกเป็นเป้าสายตาได้ง่าย หลินฟางเซียนหรี่ตาลงเล็กน้อย หัวใจเต้นระส่ำขึ้นมาวูบหนึ่งแต่นอกกายกลับนิ่งสงบราวกับผิวน้ำในบึงใหญ่ *แย่จริง... เมื่อคืนเผลอหยิบขวดวิตามินซีเกรดพรีเมียมจากมิติลับออกมาใช้รักษาอาการไข้ต่ำๆ ให้จ้าวหาน จนลืมระวังเรื่องแสงสะท้อนจากหลอดไฟ LED ขนาดเล็กในมิติ* หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก3 ก่อนจะปรับสีหน้าให้แสดงความตกใจและระคนน้อยใจออกมาได้อย่างแนบเนียน นางทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นดินเบาๆ พร้อมกับบีบน้ำตาคลอเบ้าอย่างน่าเวทนา "คุณแม่คะ... ท่านพูดเรื่องอะไรกันคะเนี่ย?" เสียงสะอื้นเบาๆ ของหลินฟางเซียนทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปในพริบตา "พวกเราสามีภรรยาแยกบ้านออกมาอย่างยากลำบาก ข้าวสารในถังแทบจะไม่พอรอมช่ออยู่แล้ว พี่รองก็เพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บจากการทำงานในไร่ ฉันเป็นแค่หมอชาวบ้านตัวเล็กๆ จะเอาเงินที่ไหนไปซื้อของวิเศษอะไรอย่างที่แม่ว่าล่ะคะ? ถ้าแม่ไม่เชื่อใจ รบกวนท่านเข้ามาตรวจค้นในบ้านได้เลยนะคะ หากพบเศษเงินแม้แต่เหวินเดียว หรือข้าวของมีค่าที่ว่านั่น ฉันยอมให้แม่ตบตีจนกว่าจะพอใจเลยค่ะ!" ท่าทีที่กล้าได้กล้าเสียและจริงใจของหลินฟางเซียนทำให้ชาวบ้านเริ่มหันมาซุบซิบนินทากันไปในทางตรงกันข้าม "นั่นสิ... บ้านรองจ้าวเพิ่งแยกออกไป มีแต่ผักป่ากับข้าวฟ่างแห้งๆ แม่เฒ่าจ้าวนี่ก็เหลือเกิน ลูกชายตัวเองขยันขันแข็งทำงานแทบตาย ยังตามมาผลาญไม่เลิก" "ฉันก็ว่าอย่างนั้นแหละ เด็กสะใภ้คนนี้เป็นคนมีความรู้รักษาคนไข้ได้ ใครจะไปทำเรื่องโง่ๆ ให้คนอื่นครหาเล่า" แม่เฒ่าจ้าวหน้าซีดเผือดสลับกับแดงก่ำด้วยความคับแค้นใจ นางอ้าปากจะเถียงแต่เมื่อเห็นสายตาตำหนิจากเพื่อนบ้านรอบข้างก็พลันชะงักไป ยิ่งเห็นสะใภ้รองท้าให้เข้าไปค้นบ้าน นางยิ่งไม่กล้าเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้า เพราะกลัวว่าจะเสียหน้าหากไม่เจออะไรอย่างที่ปากพล่อยพูดออกไป ในจังหวะนั้นเอง ร่างสูงใหญ่ของจ้าวหานก็ก้าวเท้าเดินออกมาจากแปลงผักหลังบ้าน ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึง ดวงตาดำสนิทคู่นั้นกวาดมองมารดาและชาวบ้านด้วยรัศมีกดดันที่ทำให้รอบบริเวณเงียบกริบลงทันที แม้เขาจะไม่ได้เอวาจาโกรธเกรี้ยวออกมาสักคำ แต่ความสูงใหญ่และกล้ามเนื้อที่อัดแน่นภายใต้เสื้อผ้าเก่าๆ กลับทำให้ผู้คนไม่กล้าสบตา ชายหนุ่มเดินตรงเข้าไปประคองภรรยาให้ลุกขึ้นยืนอย่างทะนุถนอม มือหนาปัดเศษฝุ่นที่หัวเข่าของนางเบาๆ ก่อนจะหันไปสบตากับมารดาด้วยแววตาที่ว่างเปล่าจนน่ากลัว "ถ้าแม่ตรวจค้นแล้วไม่พบอะไร อย่างที่ภรรยาผมพูด... แม่จะยอมเลิกมายุ่งกับครอบครัวเราสักทีไหมครับ?" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็น แม่เฒ่าจ้าวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นางสะบัดหน้าหนีด้วยความอับอายก่อนจะพึมพำด่าทอเสียงเบาแล้วเดินหนีหายไปท่ามกลางเสียงซุบซิบของชาวบ้านที่ทยอยแยกย้ายกันกลับบ้าน เมื่อความวุ่นวายสงบลง หลินฟางเซียนถอนหายใจออกมาเบาๆ นางหันไปสบตากับสามีที่ยังคงยืนนิ่งมองนางด้วยความกังวล "คุณ... ไม่เป็นไรใช่ไหม?" จ้าวหานเอ่ยถามเสียงนุ่ม มือหนายื่นมาจับมือเรียวของภรรยาไว้แน่น สัมผัสอุ่นๆ จากฝ่ามือของเขาทำให้หัวใจที่ตึงเครียดของหลินฟางเซียนผ่อนคลายลงอย่างน่าประหลาด "ฉันไม่เป็นไรค่ะ..." หลินฟางเซียนยิ้มบางๆ ให้เขา "แต่ดูท่าทางแล้ว... ความลับเรื่องสมุนไพรและข้าวของในบ้านของเราคงต้องระมัดระวังให้มากกว่านี้เสียแล้วล่ะค่ะ" พูดจบ หญิงสาวก็จูงมือสามีเดินกลับเข้าสู่ตัวบ้าน พร้อมกับปิดประตูล็อคกลอนอย่างแน่นหนา ทว่า ในขณะที่นางกำลังจะก้าวเข้าไปเตรียมสมุนไพรในห้องครัวเพื่อปรุงยารักษาอาการช้ำในให้จ้าวหาน จู่ๆ สายตาก็เหลือบไปเห็นเงาดำลึกลับทอดผ่านหน้าต่างกระดาษเปียกน้ำลายของห้องเก็บฟืนข้างบ้าน! เงาร่างนั้นไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็นหลี่ว์เฉียง อันธพาลประจำหมู่บ้านที่มักแอบลอบมองมาทางเรือนของพวกนางอยู่บ่อยครั้ง และในมือของมัน กำลังถือเศษกระดาษห่อสมุนไพรราคาแพงที่นางเพิ่งเผลอทิ้งลงในกองขยะเมื่อเช้า! หลินฟางเซียนชะתากึก ความหนาวเย็นเยือกวิ่งพล่านไปตามสันหลังวาบ เมื่อตระหนักได้ว่า... ความลับที่นางอุตส่าห์ปิดบังมาตลอด กำลังจะถูกเปิดเผยโดยคนชั่วผู้นี้แล้ว! --- ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้คุณหมอหญิงของเราในการต่อสู้ชีวิตในยุค 70 นะคะ!
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงแห่งยุค 70 กับภารกิจปั้นสามีให้น่าเกรงขาม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%