"หยุดนะ! ใครกล้าสร้างความวุ่นวายในเขตความรับผิดชอบของฉัน!"
เสียงตวาดทรงพลังดังขึ้นผสานกับเสียงย่ำเท้าของกลุ่มคนนับสิบที่กรูเข้ามาในลานบ้านตระกูลจ้าว เงาร่างสูงใหญ่ของ "ผู้ใหญ่บ้านหวัง" ในชุดเสื้อผ้าฝ้ายสีเขียวขี้ม้าเก่าๆ ปรากฏขึ้นพร้อมกับสีหน้าเคร่งเครียด ดวงตาคมกริบกวาดมองสภาพความโกลาหลเบื้องหน้า—ภาพแม่เฒ่าจ้าวนอนโอואคร่ำครวญอยู่กับพื้นโดยมีคราบน้ำตาและฝุ่นดินเปรอะเปื้อน ส่วนหลินฟางเซียนยืนหลังตรง สงบนิ่ง ใบหน้าสะสวยปราศจากความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ราวกับนางพญาที่กำลังมองดูตัวตลกแสดงละครสัตว์
หลินฟางเซียนซ่อนประกายตารู้ทันไว้ภายใต้แพขนตางอนยาว เมื่อครู่ก่อนที่ผู้ใหญ่บ้านจะมาถึง แม่เฒ่าจ้าวเพิ่งจะกรีดร้องลั่นบ้านเตรียมพุ่งเข้าใส่เธอเพื่อประกาศให้คนทั้งหมู่บ้านรุมประณามว่าเธอเป็น 'สะใภ้เนรคุณ' ที่กล้าลงมือทำร้ายแม่สามี แต่ทว่า... แผนการอันชั่วร้ายนั้นกลับต้องสะดุดหยุดลงเมื่อเสียงฝีเท้าของทางการมาเยือนพอดีเป๊ะ ราวกับสวรรค์ส่งคนมาผดุงความยุติธรรมให้เธอก็ไม่ปาน
"ผู้ใหญ่บ้าน! ท่านมาก็ดีแล้วเจ้าค่ะ!" แม่เฒ่าจ้าวดูดน้ำมูกฟืดใหญ่ ปล่อยโฮออกมาดังยิ่งกว่าเดิม ร่างอ้วนท้วนกลิ้งตัวไปมาบนพื้นดินเสมือนเด็กเอาแต่ใจ นางรีบพุ่งเข้าไปควชายเสื้อของผู้ใหญ่บ้านหวังทันที "นังตัวดีนี่... นังสะใภ้จัญไรคนนี้มันคิดจะฆ่าแม่สามี! มันตบหน้าฉัน! มันบอกว่าจะขับไล่ฉันออกจากบ้านหลังนี้ ท่านดูสิเจ้าค่ะ รอยแดงนี่ฝีมือมันทั้งนั้น! แบบนี้มันต้องเอาตัวไปเข้าคุกปรับทัศนคติ!"
จ้าวหานที่ยืนนิ่งเป็นเสาหินอยู่ข้างกายภรรยา ขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นนูน เขารีบก้าวเท้าเข้ามาบังร่างบางของภรรยาไว้ครึ่งหนึ่ง ดวงตาคมเข้มดุจพญาเสือจ้องมองแม่สามีด้วยแววตาเย็นชาไร้ความรู้สึก "ท่านแม่ พูดจาให้มันระวังปากบ้าง ฟางเซียนไม่ได้ทำอะไรท่าน ผู้คนในลานบ้านนี้ต่างก็เห็นกันอยู่ว่าท่านต่างหากที่เป็นฝ่ายบุกเข้ามาพังข้าวของและหาเรื่องก่อน!"
"ไอ้ลูกอกตัญญู! แกเข้าข้างนังนี่เหรอ!" แม่เฒ่าจ้าวแผดเสียงแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตก นางชี้หน้าบุตรชายแท้ๆ ด้วยความเกลียดชัง "เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ! เมียมันเป่าหูหน่อยเดียวก็ลืมบุญคุณแม่ที่อุ้มท้องมา!"
บรรยากาศในลานบ้านตึงเครียดขึ้นจนแทบมีประกายไฟแลบออกมา ชาวบ้านที่มามุงดูต่างซุบซิบกันเซ็งแซ่ หลายคนมองหลินฟางเซียนด้วยสายตาเคลือบแคลงสงสัย ขณะที่บางคนก็แอบสճสมน้ำหน้าแม่เฒ่าจ้าวที่ชอบรังแกคนอื่นมานาน
ทว่า หลินฟางเซียนกลับไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย นางค่อยๆ ก้าวเท้าออกมาจากด้านหลังของสามี มือเรียวบางปัดฝุ่นที่ชายเสื้อเบาๆ อย่างใจเย็น ก่อนจะแย้มยิ้มบางเบา—รอยยิ้มที่งดงามแต่กลับทำให้ผู้ที่พบเห็นรู้สึกหน I'm sorry, let me maintain the strict persona rules. รอยยิ้มที่งดงามแต่กลับทำให้ผู้ที่พบเห็นรู้สึกหนาวเยือกถึงกระดูกสันหลัง
"ท่านแม่พูดจบหรือยังคะ?" น้ำเสียงหวานใสแต่กังวานก้องกังวานกังวาลกังวานไปทั่วบริเวณ มันไม่ได้ดังตะคอก แต่น่าแปลกที่ทำให้ทุกคนในที่นั้นต้องเงียบเสียงลงโดยอัตโนมัติ "ถ้าท่านโวยวายจนคอแห้งแล้ว รบกวนตั้งใจฟังความจริงจากปากฉันบ้างนะคะ"
หลินฟางเซียนหันไปประสานสายากับผู้ใหญ่บ้านหวังอย่างนอบน้อมแต่เด็ดเดี่ยว นางย่อกายทำความเคารพตามธรรมเนียมโบราณเล็กน้อยก่อนเอ่ยขึ้น "ท่านผู้ใหญ่บ้าน และพี่น้องชาวบ้านทุกท่านค่ะ ตั้งแต่ฉันแต่งเข้าบ้านตระกูลจ้าวมา ฉันไม่เคยบกพร่องต่อหน้าที่สะใภ้ ตื่นก่อนไก่ขัน นอนดึกกว่าใคร ทำงานหนักยิ่งกว่าวัวกว่าควาย แต่สิ่งที่ฉันและสามีได้รับกลับไม่ใช่การยอมรับ... หากแต่เป็นการถูกปฏิบัติราวกับเป็น 'คนรับใช้' ไร้ค่า!"
"นัง... นังสะใภ้ปากดี!" แม่เฒ่าจ้าวหน้าถอดสี รีบโวยวายกลบเกลื่อน "แกกล้าดียังไงมาพูดจาสามหามต่อหน้าผู้ใหญ่บ้าน!"
"ทำไมฉันจะพูดไม่ได้คะ!" หลินฟางเซียนเสียงเข้มขึ้น ดวงตาสุกสกาววาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่สะสมมา "ท่านแม่บังคับให้ฉันทำงานบ้านทั้งหมดคนเดียวตั้งแต่เช้าจรดค่ำ แถมยังไม่อนุญาตให้พวกเรากินอิ่มท้อง ข้าวสารในยุ้งฉางถูกท่านแอบเอาไปซ่อนไว้แจกจ่ายให้ลูกชายคนโปรดฝั่งโน้น ส่วนพวกเราสองคนสามีภรรยาต้องกินแค่น้ำต้มผักจางๆ วันนี้... ท่านยังบุกเข้ามาทุบทำลายหม้อข้าวและข้าวของเครื่องใช้ในครัวของฉัน เพียงเพราะฉันปฏิเสธที่จะซักผ้าให้ท่านจนดึกดื่น ทั้งที่ฉันเพิ่งจะกลับจากการช่วยงานในแปลงนามาเหนื่อยๆ!"
คำพูดของหลินฟางเซียนราวดั่งสายฟ้าฟาดลงกลางกลางวันแสกๆ ชาวบ้านต่างพากันอุทานออกมาด้วยความตกใจ หลายคนเริ่มหันไปซุบซิบกันหนาหู เพราะพฤติกรรมความลำเอียงของแม่เฒ่าจ้าวนั้นเป็นที่เลื่องลือในหมู่บ้านอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่มีใครกล้าพูดออกมาตรงๆ
ผู้ใหญ่บ้านหวังขมวดคิ้วแน่น เขากวาดสายตามองไปรอบๆ บริเวณ จนกระทั่งสายตาไปสะดุดเข้ากับซากหม้อดินที่แตกกระจายและเศษอาหารที่หกเรี่ยราดบนพื้น สีหน้าของผู้นำชุมชนเริ่มเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
"จริงหรือแม่เฒ่าจ้าว?" ผู้ใหญ่บ้านเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกดดัน "เธอทำแบบนั้นจริงๆ หรือ?"
"อย่าไปฟังมันนะผู้ใหญ่บ้าน! นังนี่มันตอแหล! มันใส่ร้ายฉัน!" แม่เฒ่าจ้าวแผדเสียงปฏิเสธเสียงหลง ใบหน้าอ้วนท่วมชุ่มไปด้วยเหงื่อกาฬ "บ้านนี้ฉันเป็นแม่ เป็นใหญ่ที่สุดในบ้าน สะใภ้ก็เหมือนทาสในเรือนเบี้ย มันมีหน้าที่ต้องปรนนิบัติตามคำสั่งฉันสิ! จะมาเถียงคำไม่ตกฟากแบบนี้ไม่ได้!"
*เปรี้ยง!*
ประโยคคำพูดที่หลุดออกจากปากของแม่เฒ่าจ้าวนั้น เปรียบเสมือนการขุดหลุมฝังตัวเองโดยแท้ เพราะในยุคสมัยนี้ ทางการกำลังรณรงค์เรื่องความเท่าเทียมและการเลิกทาสยุคใหม่ การที่นางหลุดปากพูดคำว่า "ทาสในเรือนเบี้ย" ออกมาต่อหน้าผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านนับสิบชีวิต เท่ากับเป็นการตบหน้า นโยบายของรัฐบาลฉาดใหญ่เข้าอย่างจัง!
หลินฟางเซียนแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ นางก้าวเข้าไปใกล้แม่สามีอีกก้าวหนึ่ง ดวงตาคู่สวยจับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่กำลังหวาดหวั่นของอีกฝ่าย
"ท่านแม่พูดออกมาเองนะคะว่ามองฉันเป็นทาส!" หลินฟางเซียนประกาศกร้าวเสียงดังฟังชัด ให้ทุกคนได้ยินทั่วกัน "ในเมื่อท่านเห็นว่าพวกเราเป็นแค่คนรับใช้ที่ไม่มีสิทธิ์มีเสียง งั้นวันนี้... ต่อหน้าผู้ใหญ่บ้านและพยานนับสิบคนนี้ ฉัน 'หลินฟางเซียน' ขอประกาศตัดขาดหน้าที่การเป็นทาสรับใช้ในบ้านหลังนี้อย่างเป็นทางการค่ะ!"
"แก... แกหมายความว่ายังไง!" แม่เฒ่าจ้าวเบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนหวาดกลัว
"หมายความว่า นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ฉันกับพี่จ้าวจะไม่ยอมก้มหัวให้กับการกดขี่อย่างไร้เหตุผลอีกต่อไป!" หลินฟางเซียนเชิดหน้าขึ้นอย่างองอาจ นางหยิบเอกสารแบ่งแยกครัวเรือนฉบับเก่าที่เคยทำไว้ลวกๆ ออกมาสะบัดต่อหน้าทุกคน "พวกเราได้ทำการแยกบ้านกันอย่างถูกต้องตามกฎหมายมาพักหนึ่งแล้ว แต่ท่านยังคงมารังควานและทำตัวเป็นเจ้าชีวิตไม่เลิก วันนี้ในเมื่อผู้ใหญ่บ้านมาอยู่ ณ ที่นี้แล้ว ฉันขอร้องให้ท่านช่วยเป็นพยาน... หากแม่เฒ่าจ้าวยังกล้าเข้ามาวุ่นวายหรือทำลายข้าวของในเขตบ้านของเราอีก ฉันจะนำเรื่องนี้ไปฟ้องร้องกับทางคอมมิวนิตี้และสถานีตำรวจคอมมิวนิสต์ข้อหาบุกรุกและทำลายทรัพย์สินส่วนบุคคลทันที!"
ความเงียบสงบปกคลุมไปทั่วบริเวณ ชั่วขณะหนึ่งไม่มีใครกล้าส่งเสียงหายใจดัง แม่เฒ่าจ้าวอ้าปากค้างพูดไม่ออก นางไม่เคยคิดเลยว่าสะใภ้หน้าหวานคนนี้จะมีความเด็ดขาดและวาจาคมคายถึงเพียงนี้
ผู้ใหญ่บ้านหวังพยักหน้ารับช้าๆ ด้วยความเห็นใจและชื่นชมในความกล้าหาญ เขาหันไปมองแม่เฒ่าจ้าวด้วยแววตาตำหนิ "แม่เฒ่าจ้าว เรื่องนี้เธอทำเกินไปจริงๆ บ้านเขาก็แยกออกไปแล้ว เธอยังจะตามไปราวีเขาอีกไม่รู้จักจบจักสิ้น แบบนี้มันผิดกฎระเบียบของหมู่บ้านนะ! ถ้ายังมีครั้งหน้าอีก ฉันจะไม่เกรงใจฐานะคนแก่ในหมู่บ้านแน่!"
พูดจบ ผู้ใหญ่บ้านก็สะบัดแขนเสื้อสั่งให้กองกำลังรักษาความปลอดภัยแยกย้ายกันกลับ พร้อมกับตักเตือนแม่เฒ่าจ้าวอีกสองสามคำก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้แม่เฒ่าจ้าวนั่งทรุดฮวบลงกับพื้น ร้องไห้คร่ำครวญฟูมฟายด้วยความแค้นเคืองที่ทำอะไรสะใภ้ตัวแสบไม่ได้
หลินฟางเซียนมองตามร่างของผู้ใหญ่บ้านที่เดินลับตาไป ก่อนจะระบายยิ้มแห่งชัยชนะออกมาอย่างสะใจ นางหันกลับมามองสามีที่ยืนมองนางด้วยสายตาเป็นประกายระยิบระยับเต็มไปด้วยความรักและความเทิดทูน
"ฟางเซียน..." จ้าวหานเรียกชื่อภรรยาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า หัวใจของชายหนุ่มพองโตจนแทบระเบิด เขาไม่เคยคิดเลยว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้จะยืนหยัดปกป้องครอบครัวและศักดิ์ศรีของพวกเขาได้อย่างองอาจถึงเพียงนี้
"มองอะไรคะ สามี หน้าฉันมีข้าวติดอยู่หรือไง?" หลินฟางเซียนเอ่ยแซwยิ้มๆ พร้อมกับใช้มือเรียวปัดเสื้อผ้าให้สามีเบาๆ ทว่าในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายและเต็มไปด้วยความหวานชื่น ทันใดนั้น... กลิ่นหอมเย้ายวนของสมุนไพรจีนล้ำค่าและกลิ่นหอมกรุ่นของอาหารจานเด็ดที่ถูกปรุงขึ้นจากวัตถุดิบใน "มิติลับ" ก็ลอยโชยออกมาจากในห้องครัวเล็กๆ ทะลุกำแพงอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณบ้าน จนกระทั่งเพื่อนบ้านใกล้เคียงเริ่มชะโงกหน้าออกมาสูดดมกลิ่นหอมนั้นด้วยความฉงนสนเท่ห์
และในวินาทีนั้นเอง... เสียงเคาะประตูกรั้วบ้านดังขึ้นก๊อกๆ พร้อมกับเงาร่างของ "คุณหมอเจียง" ที่ยืนถือตะกร้าสมุนไพรสดและห่อกระดาษหนังสือพิมพ์ปริศนา ก้าวเข้ามาในลานบ้านด้วยรอยยิ้มลึกลับที่ซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความสตรองของหมอหญิงฟางเซียนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
คุณหมอหญิงแห่งยุค 70 กับภารกิจปั้นสามีให้น่าเกรงขาม•ตอนที่ 3
ประกาศกร้าวต่อแม่สามี
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงแห่งยุค 70 กับภารกิจปั้นสามีให้น่าเกรงขาม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!