คุณหมอหญิงแห่งยุค 70 กับภารกิจปั้นสามีให้น่าเกรงขาม•ตอนที่ 2

มิติลับแห่งโอสถสวรรค์

ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
เสียงทุบประตูรั้วไม้ไผ่ดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะพังมิพังแหล่ พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายของสหายร่วมหมู่บ้านที่หวังดีประสงค์ร้ายคนหนึ่ง ดังแว้ดเข้ามาในความเงียบสงบยามบ่าย "แย่แล้ว! จ้าวหาน! รีบออกไปดูเร็วเข้า สหายจากในเมืองมาที่บ้านแกแล้ว แถมพวกเขากำลังรุมรื้อแปลงผักหลังบ้านของแกเพราะหาว่าแกแอบปลูกของต้องห้ามฝ่าฝืนนโยบาย!" หลินฟางเซียนขมวดคิ้วมุ่น นางเพิ่งจะฟื้นคืนสติกลับมาอยู่ในร่างของสะใภ้รองตระกูลจ้าวแห่งยุคเจ็ดสิบได้ไม่นาน ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมยังคงตีวนอยู่ในหัว สมุนไพรล้ำค่าในมิติลับยังไม่ทันได้สำรวจให้ถ่องแท้ ปัญหาชิ้นโตก็วิ่งเข้ามาหาถึงหน้าประตูเสียแล้ว จ้าวหานที่ยืนอยู่ข้างเตียงกำหมัดแน่น ใบหน้าคมเข้มที่เต็มไปด้วยรอยกร้านแดดบึ้งตึงขึ้นมาทันที ดวงตาคู่นคมฉายแววโกรธเกรี้ยวและคับแค้นใจ เขารู้ดีว่าแปลงผักหลังบ้านเป็นเพียงผักกาดขาวและต้นหอมธรรมดา การกล่าวหาว่าปลูกของต้องห้ามนั้นชัดเจนว่าเป็นการกลั่นแกล้งจากคนอิจฉาตาร้อน หรือไม่ก็ฝีมือของแม่เฒ่าจ้าวผู้เป็นแม่สามีที่ร่วมมือกับคนนอกเพื่อบีบคั้นให้พวกเขาจนมุม "ฟางเซียน ล็อคประตูไว้ เจ้าอยู่แต่ในห้องนี้ เดี๋ยวข้าออกไปจัดการเอง" จ้าวหานเอמהด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่หนักแน่น เขาไม่อยากให้ภรรยาต้องมาพลอยเดือดร้อนหรือตกใจกลัวไปด้วย แต่นางไหนเลยจะยอมเป็นนกน้อยในกรงทอง หลินฟางเซียนยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย แววตาของแพทย์หญิงยอดอัจฉริยะทอประกายเยือกเย็นราวกับน้ำแข็งพันปี นางผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วนในโลกก่อน การเผชิญหน้ากับอันธพาลยุคเจ็ดสิบแค่นี้ ไม่ทำให้หัวใจของนางกระตุกแม้แต่น้อย "พี่จ้าว ท่านคิดว่าคนพวกนั้นจะยอมรามือแค่เพราะท่านออกไปคนเดียวหรือคะ พวกมันมาเพื่อเหยียบย่ำเรา ไปเถอะค่ะ... ข้าจะไปกับท่านด้วย" พูดจบ หลินฟางเซียนก็ก้าวฉับๆ นําหน้าสามีออกไปที่ลานบ้านทันที ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือชายฉกรรจ์สามคนจากในเมือง สวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบแต่ทำท่าทางกร่างราวกับเป็นผู้มีอำนาจ นำโดย "เฉินกั๋วเฉียง" อันธพาลประจำตำบลที่เป็นหลานชายห่างๆ ของแม่เฒ่าจ้าว พวกมันกำลังใช้จอบขุดคุ้ยแปลงผักจนดินกระเซ็นกระสาย ผักกาดขาวที่หลินฟางเซียนตั้งใจจะเก็บมาทำอาหารเย็นถูกเหยียบย่ำจนป่นปี้ "หยุดมือนქ!" หลินฟางเซียนตวาดกร้าว น้ำเสียงกังวานใสแต่ทรงพลังจนทุกคนในบริเวณนั้นต้องชะงักเงียบ เฉินกั๋วเฉียงหันมามอง นางกวาดสายตาสำรวจสตรีตรงหน้าด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน "อ้าว นึกว่าใคร ที่แท้ก็สะใภ้รองผู้บอบบางนี่เอง พวกฉันได้รับแจ้งมาว่าบ้านหลังนี้แอบซุกซ่อน 'สมุนไพรทุนนิยม' ไว้ค้ากำไรเกินสมควร ผิดกฎของพรรคคอมมิวนิสต์! ถ้าไม่อยากติดคุกหัวโต ก็รีบไสมือถอยไปซะ!" ชาวบ้านที่มามุงดูต่างพากันซุบซิบ บางคนเวทนา บางคนสมน้ำหน้า โดยเฉพาะแม่เฒ่าจ้าวที่ยืนกอดอกยิ้มเยาะอยู่ใต้ชายคาบ้านใหญ่ นางจงใจส่งสายตาสะใจมาให้ลูกสะใภ้คนรองที่นางเกลียดชัง ในวินาทีที่จ้าวหานกำลังจะพุ่งเข้าไปเอาเรื่องด้วยความโมโห หลินฟางเซียนกลับยื่นมือเรียวไปขวางอกแกร่งของสามีไว้เบาๆ นางก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว รอยยิ้มบางเบาปรากฏบนเรียวปาก ทว่าดวงตากลับคมกริบดั่งใบมีดผ่าตัด "สมุนไพรทุนนิยมงั้นหรือคะ?" หลินฟางเซียนแค่นหัวเราะเบาๆ "ท่านหัวหน้าเฉิน ตาของท่านเป็นต้อกระจกหรือว่าสมองมีปัญหา ถึงดูไม่ออกว่าสิ่งที่พวกท่านกำลังขุดทำลายอยู่เนี่ย... มันคือผักกาดขาวพันธุ์พื้นบ้านที่ใช้ประทังชีวิต ไม่ใช่โสมป่าอายุร้อยปี หากพวกท่านยังรื้อค้นต่อโดยไม่มีหมายค้นจากทางการ ข้าจะไปฟ้องคอมมูนหมู่บ้านว่าพวกท่านรังแกประชาชนและทำลายทรัพย์สินส่วนรวมในยามวิกาล ข้อหานี้หนักหนาพอดู ท่านรับไหวหรือเปล่าคะ?" คำพูดที่ฉาดฉานและมีเหตุผลทำให้เฉินกั๋วเฉียงชะงักไปชั่วขณะ มันไม่คิดว่าผู้หญิงคนนี้จะฝปากกล้าและมีความรู้เรื่องกฎระเบียบเช่นนี้ ใบหน้าของอันธพาลเริ่มฉายแววลังเล แต่ก่อนที่สถานการณ์จะพลิกผัน แม่เฒ่าจ้าวกลับส่งเสียงแหลมสูงแทรกขึ้นมาทันที "นังตัวดี! แกอย่ามาทำเป็นปากดีกลบเกลื่อนความผิดนะ! ใครๆ ก็รู้ว่าพวกแกแอบซุกซ่อนของดีไว้ในบ้าน ถ้าไม่ได้ทำจริง ทำไมไม่ยอมให้ตรวจค้นให้ทั่วล่ะ!" หลินฟางเซียนหันไปมองแม่สามีด้วยสายตานิ่งสนิท แววตาคู่นั้นเย็นชาจนแม่เฒ่าจ้าวถึงกับสะท้านเยือกในอกโดยไม่รู้ตัว "อยากตรวจนักใช่ไหมคะ?" หลินฟางเซียนเหยียดยิ้ม "ได้! เชิญตรวจให้พอใจเลยค่ะ แต่ถ้าพวกท่านค้นไม่เจออะไรเลย... พวกท่านต้องชดใช้ค่าเสียหายแปลงผักทั้งหมดนี้เป็นเงินห้าหยวน พร้อมทั้งกราบขอโทษพวกเราต่อหน้าชาวบ้านทุกคนที่มารุมดูตรงนี้ กล้าไหมล่ะคะ?" บรรยากาศรอบบริเวณเงียบกริบลงทันที ทุกคนต่างกลั้นหายใจรอฟังคำตอบ เฉินกั๋วเฉียงหน้าซีดเผือดลงเล็กน้อยเพราะมั่นใจว่าในบ้านหลังเล็กๆ ของสองสามีภรรยาคู่นี้ไม่มีอะไรแน่ๆ แต่เพราะรับเงินใต้โต๊ะมาแล้วจึงจำต้องกัดฟันพยักหน้า "ก็ได้! ถ้าฉันเจอ... พวกแกเตรียมตัวไปเข้าค่ายดัดสันดานได้เลย!" เฉินกั๋วเฉียงสะบัดหน้าเดินนำลูกน้องพังประตูห้องนอนของหลินฟางเซียนเข้าไปรื้อค้นทันที จ้าวหานกำหมัดแน่นด้วยความคับแค้นใจ แต่หลินฟางเซียนกลับบีบมือเขาเบาๆ ส่งรอยยิ้มอบอุ่นและมั่นใจไปให้ เพื่อบอกว่าทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมของนางแล้ว ในจังหวะที่ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุด หลินฟางเซียนก็หลับตาลงแวบหนึ่ง จิตสำนึกของนางพุ่งวูบดิ่งผ่านม่านหมอกสีขาวเข้าสู่ "มิติลับแห่งโอสถสวรรค์" ที่ซ่อนอยู่ภายในห้วงจิตวิญญาณ ที่นี่คือห้องยาโบราณขนาดมหึมา ชั้นวางสมุนไพรล้ำค่าเรียงรายสุดลูกหูลูกตา ทั้งโสมหิมะพันปี เห็ดหลินจือม่วง และตำรับยาแพทย์แผนจีนสูตรลับที่สาบสูญไปแล้ว นางตวัดปลายนิ้วเพียงนิดเดียว หยิบ "ผงยาสลายความทรงจำและทำให้ร่างกายนอนหลับลึกชั่วคราว" ออกมาจากชั้นวาง ก่อนจะส่งจิตกลับคืนสู่ร่างเนื้อในเสี้ยววินาที เพล้ง! เสียงข้าวของในห้องนอนถูกกวาดทิ้งลงพื้นดังมาจากด้านใน ตามด้วยเสียงร้องโอดโอยของเฉินกั๋วเฉียงที่ดังขึ้นอย่างกะทันหัน "อ๊าก! ตาฉัน! แสบตาเหลือเกิน! ช่วยด้วย!" หลินฟางเซียนก้าวเท้าช้าๆ เดินตามเข้าไปในห้องด้วยใบหน้าเรียบเฉย นางมองอันธพาลตัวแสบที่กำลังดิ้นทุรนทุรายเอามือขยี้ตาจนแดงก่ำ โดยที่ในมือของมันยังถือห่อกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าๆ ที่มันแอบซุกซ่อนเข้ามาเองเพื่อใส่ร้ายป้ายสี "อ้าว... ไหนล่ะคะของต้องห้ามที่ท่านอุตส่าห์ 'หา' เจอ?" หลินฟางเซียนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงความสะใจไว้อย่างมิดชิด "ดูท่าทางท่านจะรีบร้อนจนเอาของมาใส่เองเสียแล้วกระมังคะ?" เฉินกั๋วเฉียงโกรจนหน้าดำหน้าแดง แต่นัยน์ตากลับพร่ามัวและร่างกายเริ่มอ่อนแรงลงอย่างประหลาด ความเจ็บปวดแปลบปลาบที่ดวงตาทำให้มันแทบยืนไม่ไหว ในวินาทีที่เฉินกั๋วเฉียงทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นและสลบเหมือดคาที่ ลูกน้องอีกสองคนต่างพากันหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว พวกมันไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับหัวหน้า แม่เฒ่าจ้าวที่แอบมองอยู่ตรงประตูถึงกับเข่าอ่อนล้มพับลงไปนั่งกองกับพื้นเช่นกัน นางอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงจนพูดไม่ออก หลินฟางเซียนกวาดสายตามองคนทั้งหมดด้วยรอยยิ้มทรงเสน่ห์แต่น่าเกรงขาม ก่อนที่นางจะหันไปสบตากับจ้าวหานที่ยืนมองภรรยาด้วยความทึ่งและรักใคร่จนหัวใจพองโต ทว่า... ในขณะที่สถานการณ์กำลังจะคลี่คลาย เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงตะโกนก้องของ "ผู้ใหญ่บ้าน" พร้อมกับกองกำลังรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านก็ดังแทรกขึ้นมาจากหน้าปากซอย พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนที่เพิ่งก้าวเข้ามาในรัศมิ์สายตา ซึ่งทำให้สีหน้าของหลินฟางเซียนเปลี่ยนสีไปทันที! โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่คอยสนับสนุน "อวี้ซินหมอยายุค 70" เสมอมานะคะ)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงแห่งยุค 70 กับภารกิจปั้นสามีให้น่าเกรงขาม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%