กลิ่นอับของฟางข้าวชื้นแฉะและกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยคละคลุ้งจนน่าคลื่นไส้ แรงกระชากที่หัวไหล่อย่างรุนแรงทำให้สติที่ดับวูบไปของหลินฟางเซียนกระชากกลับมาอย่างรวดเร็ว
"นังตัวดี! แกแกล้งตายหรือไงวะ! แค่ตักน้ำล้างหม้อแค่นี้ทำเป็นสำออยรึ? ถ้าแกยังนอนขี้เกียจอยู่แบบนี้ ตระกูลจ้าวของเราคงต้องล่มจมเพราะเลี้ยงปากท้องคนไร้ประโยชน์อย่างแกแน่!"
เสียงแหลมสูงบาดแก้วหูพร้อมกับแรงทุบตีลงที่ต้นแขนทำให้ฟางเซียนนิหน้าด้วยความเจ็บปวด เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อยๆ กะพริบปรับรับแสงสว่างอันน้อยนิดที่ลอดผ่านรอยแตกของผนังดินผสมฟางข้าว ภาพเบื้องหน้าไม่ใช่ห้องเครื่องหรูหราในจวนอัครเสนาบดีแห่งแคว้นต้าฉีที่เธอควรจะอยู่ แต่เป็นห้องแคบๆ ที่มีหลังคารั่วจนมองเห็นท้องฟ้าสีเทาหม่น
ความทรงจำแปลกปลอมหลั่งไหลเข้าสู่สมองราวกับสายน้ำทะลัก หลินฟางเซียน แพทย์หญิงอัจฉริยะผู้เชี่ยวชาญทั้งการแพทย์แผนโบราณและศัลยกรรมแผนปัจจุบัน ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของหญิงสาวชื่อแซ่เดียวกันใน "ยุค 1970" ยุคสมัยที่ข้าวปลาอาหารขาดแคลน ผู้คนต้องใช้คูปองแลกซื้อทุกสิ่ง และที่สำคัญ... เธอกำลังตกเป็นกระสอบทรายอารมณ์ของ "แม่เฒ่าจ้าว" แม่สามีใจยักษ์ใจมารผู้ขึ้นชื่อเรื่องการกดขี่สะใภ้
ฟางเซียนแค่นยิ้มในใจ ร่างกายนี้อ่อนแอเพราะอดอยากมาหลายมื้อ แต่จิตวิญญาณของแพทย์หญิงผู้เคยช่วยชีวิตคนมานับพันกลับลุกโชนขึ้นด้วยความท้าทาย
"แม่ค่ะ..." ฟางเซียนเปล่งเสียงแห้งผาก แสร้งทำเป็นน้ำตาคลอเบ้าอย่างน่าสงสาร แต่แววตากลับซ่อนความเฉียบคมเอาไว้ "ฉันไม่ได้สำออยค่ะ... แค่รู้สึกหน้ามืดคล้ายจะเป็นลมเพราะไม่ได้กินอะไรมาสองวันแล้วต่างหาก"
"อ๋อ! เถียงคำไม่ตกฟากนะนังนี่! กินข้าวบ้านฉันแต่ทำตัวเป็นภาระ แกคิดว่าข้าวในยุคนี้มันหามาง่ายนักหรือไง? จ้าวหานสามีไร้น้ำยาของแกไปรับจ้างแบกหามในเหมือง กลับมาก็แทบไม่เหลือแรง ส่วนแกวันๆ เอาแต่นอนกินบ้านกินเมือง!" แม่เฒ่าจ้าวยกมือขึ้นหมายจะตบซ้ำ ทว่าฝ่ามือเหี่ยวย่นนั้นกลับถูกมือเรียวบางคว้าเอาไว้ได้อย่างแม่นยำ
ปฏิกิริยานี้รวดเร็วเกินคาด แม่เฒ่าจ้าวชะงักไป ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นประกายตาเย็นเยียบราวกับคมมีดที่ส่งตรงมาจากร่างสะใภ้ที่เคยอ่อนแอและยอมให้รังแกมาตลอด
"การปล่อยให้คนป่วยทำงานหนักจนหมดสติ... ถ้าเจ้าหน้าที่คอมมูนรู้เข้า หรือถ้าหมอประจำสถานีอนามัยมาตรวจพบว่าตระกูลจ้าวปล่อยให้สมาชิกในครอบครัวอดอยากจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด เกรงว่า 'คะแนนความประพฤติ' ของครอบครัวเราในปีนี้คงไม่พ้นได้ขึ้นบัญชีดำหรอกกระมังคะ?" ฟางเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแต่ละคำกลับหนักแน่นและเฉียบคมดั่งเข็มเงินฝังจุดชีพจร
แม่เฒ่าจ้าวหน้าถอดสีทันที ในยุคสมัยนี้การถูกเพ่งเล็งจากทางการหรือคอมมูนไม่ใช่เรื่องเล่นๆ หญิงแก่สะบัดแขนออกด้วยความโมโหปนหวาดหวั่น พลางชี้หน้าด่ากราด
"ดี! นังปากเก่ง ปีกกล้าขาแข็งนักนะ! ถ้าแน่จริงก็ลุกไปหาอะไรกินเองสิ ในครัวไม่มีแม้แต่แป้งสักขีดเดียว อยากกินอะไรก็ไปคุ้ยเอาตามพื้นดินโน่น!" พูดจบแม่เฒ่าจเอกก็สะบัดก้นเดินกระแทกเท้าออกไปจากห้อง พลางบ่นพึมพำด้วยความแค้นเคือง
เมื่อความเงียบกลับมาเยือน ฟางเซียนจึงสำรวจร่างกายตัวเองอย่างละเอียด พร้อมกับทด the เรียกจิตวิญญาณแห่งแพทย์เข้าสู่ภายใน จิตใต้สำนึกของเธอตื่นขึ้นพร้อมกับความมหัศจรรย์—"มิติลับห้องยาโบราณ" ที่ติดตัวข้ามภพมาด้วยยังคงอยู่!
ชั้นวางสมุนไพรล้ำค่า หลินจือร้อยปี โสมภูเขาป่า และเครื่องมือแพทย์ปลอดเชื้อถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบภายในพื้นที่จิตวิญญาณไร้ขีดจำกัดนี้ ต่อให้ภายนอกจะอดอยากยากแค้นเพียงใด แต่สำหรับหมออัจฉริยะที่มีห้องยาส่วนตัว การพลิกฟื้นชีวิตย่อมไม่ใช่เรื่องยาก
ฟางเซียนยันกายลุกขึ้น แม้ร่างกายจะยังโงนเงน แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เธอต้องหาทางปรับปรุงความเป็นอยู่ และที่สำคัญ... สามีที่ถูกตราหน้าว่าไร้น้ำยาผู้นั้น เธอจะเป็นคนปั้นให้เขากลายเป็นชายหนุ่มที่ผู้คนต้องยำเกรงเอง!
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาทางประตูหน้าบ้าน พร้อมกับเสียงทุบกระแทกของถמותไม้ร่วงลงพื้น ตามด้วยเสียงทุ้มต่ำที่เจือความเหนื่อยล้าแต่แฝงความห่วงใย
"ฟางเซียน... พี่กลับมาแล้ว วันนี้พี่ได้แป้งข้าวโพดมาครึ่งชิ้นกับมันสำปะหลังหัวเล็กๆ รีบกินรองท้องก่อนเถอะนะ"
ฟางเซียนหันไปมองร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มผิวเข้ม ใบหน้าคมคายแต่มีรอยคล้ำใต้ตาจากความเหน็ดเหนื่อย เขากำลังยืนมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและรักใคร่ทะนุถนอมอย่างสุดซึ้ง
ทว่า ก่อนที่ฟางเซียนจะทันได้เอ่ยปากตอบรับ ประตูไม้หน้าบ้านก็ถูกถีบเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของเพื่อนบ้านจอมสอดรู้สอดเห็นที่ตะโกนเข้ามาเสียงดังลั่น
"แย่แล้ว! จ้าวหาน! รีบออกไปดูเร็วเข้า สหายจากในเมืองมาที่บ้านแกแล้ว แถมพวกเขากำลังรุมรื้อแปลงผักหลังบ้านของแกเพราะหาว่าแกแอบปลูกของต้องห้ามฝ่าฝืนนโยบาย!"
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนแรกด้วยนะคะ มาร่วมลุ้นและให้กำลังใจฟางเซียนในการเอาคืนคนพาลและสร้างเนื้อสร้างตัวไปด้วยกันในตอนหน้าค่ะ!
คุณหมอหญิงแห่งยุค 70 กับภารกิจปั้นสามีให้น่าเกรงขาม•ตอนที่ 1
ฟื้นคืนชีพในบ้านไม้ผุพัง
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงแห่งยุค 70 กับภารกิจปั้นสามีให้น่าเกรงขาม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!