“ถ้าพวกท่านอยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยความอดอยากปากแห้งเหมือนเปรตไร้ญาติ ก็เชิญนั่งทำหน้าอมทุกข์กันต่อไปค่ะ แต่อย่าลืมว่าบนโต๊ะอาหารบ้านตระกูลจ้าววันนี้ ข้า—หลินฟางเซียน ผู้นี้จะเป็นคนกำกับเมนูเองทั้งหมด!”
เสียงประกาศกร้าวที่เจือด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยดังขึ้นกลางห้องครัวคับแคบของบ้านตระกูลจ้าว ท่ามกลางสายตาดือรั้นแกมหวาดระแวงของแม่เฒ่าจ้าวที่นั่งกอดอกถลึงตาใส่สะใภ้ตัวดีจนลูกตาดำแทบจะถลونออกมาจากเบ้า
หม้อดินเผาเก่าคร่ำคร่าใบใหญ่ส่งเสียงเดือดปุดๆ กลิ่นอายความหอมฉุนของเครื่องเทศและรากสมุนไพรลึกลับจากมิติห้องยาโบราณโชยฟุ้งทะลุตะแกรงหน้าต่างไม้ไผ่ ลอยไปตามสายลมยามสาย อบอวลไปทั่วบริเวณบ้านจนชาวบ้านละแวกใกล้เคียงที่เดินผ่านไปมาต้องหยุดฝีเท้า สูตรยาสมุนไพรจีนโบราณที่ถูกดัดแปลงมาเป็นน้ำซุปบำรุงกำลังชั้นเลิศในยุค 70 นี้ คืออาวุธชิ้นแรกที่หลินฟางเซียนหยิบขึ้นมาใช้ฟาดฟันความยากจนและตบหน้าบรรดาคนปากหอยปากปูในบ้านหลังนี้
จ้าวหานยืนร่างสูงตระหง่านอยู่มุมห้อง ดวงตาคมกริบมองภรรยาตัวน้อยด้วยความรู้สึกซับซ้อน เขากำลังถือฟืนในมือแน่น หัวใจเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ ตั้งแต่แต่งงานกันมา หญิงสาวตรงหน้าไม่เคยแสดงท่าทีฮึกเหิมและเด็ดเดี่ยวเช่นนี้มาก่อน นางไม่ใช่ฟางเซียนผู้ขี้ขลาดตาขาวและอ่อนแอคนเดิมอีกแล้ว
“เจ้า... นังสะใภ้ตัวดี! กล้าดียังไงมาสั่งปลดข้าออกจากตำแหน่งแม่ครัวใหญ่ประจำบ้าน!” แม่เฒ่าจ้าวตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ลุกขึ้นชี้หน้าด่าด้วยความโมโหจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน “ของในครัวมีแต่แป้งหยาบกับผักเหี่ยวๆ ชามหนึ่ง เจ้าเอาอะไรมาทำให้อวดเก่ง หากทำของกินเสียของ ข้าจะตีเจ้าให้หลังลายคามือ!”
หลินฟางเซียนหันกลับมาอย่างช้าๆ นางใช้ทัพพีไม้คนน้ำซุปในหม้ออย่างใจเย็น ใบหน้ารูปไข่ประดับด้วยรอยยิ้มบางเบา ทว่าแววตาคมกริบราวกับแพทย์หญิงผู้กำลังวินิจฉัยโรคบนเตียงผ่าตัด นางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปใกล้แม่สามีทีละก้าว จนแม่เฒ่าจ้าวเผลอถอยหลังไปชนตู้กับข้าวโดยไม่รู้ตัว
“แม่สามีคะ ท่านบอกว่ามีแค่แป้งหยาบกับผักเหี่ยวๆ งั้นหรือคะ? แต่ในสายตาของแพทย์อย่างข้า วัตถุดิบทุกชนิดล้วนมีชีวิตและมีคุณค่าในตัวเอง ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนหยิบจับมันต่างหากล่ะคะ” หลินฟางเซียนก้มลงกระซิบเสียงต่ำ ทว่าทรงพลังจนอีกฝ่ายถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “ท่านอยากรู้ไหมล่ะคะว่า แป้งหยาบที่ท่านดูแคลน จะกลายเป็นอาหารรสเลิศที่ทำให้ท่านต้องยอมกลืนน้ำลายตัวเองได้อย่างไร?”
ไม่รอให้แม่เฒ่าจ้าวได้เอ่ยปากด่าทอต่อ หลินฟางเซียนก็หันไปจัดการกับวัตถุดิบในมืออย่างคล่องแคล่ว นางแอบหยิบเนื้อหมูสามชั้นคุณภาพดีชิ้นโตและเห็ดหอมป่าล้ำค่าออกจากมิติลับในพริบตาเดียว ขณะที่หันหลังบังสายตาคนอื่น มือเรียวบางสับเนื้อหมูและเห็ดหอมด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ เสียงคมมีดกระทบเขียงดังถี่รัวราวกับบทเพลงประสานเสียง
จ้าวหานยืนมองภรรยาด้วยความทึ่ง ประกายความชื่นชมฉายชัดในแววตาคู่นั้น เขารู้ดีว่าภรรยาของเขาซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้ แต่ความลับนั้นช่างหอมหวานและอบอุ่นหัวใจเสียเหลือเกิน มือหนาตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้โดยไม่ลังเล เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่จริงจัง
“ฟางเซียน ให้พี่ช่วยก่อไฟเถอะ เจ้าถอยไปพักผ่อนเถอะนะ”
หลินฟางเซียนชะงักมือเล็กน้อย หันไปสบตากับสามีผู้ซื่อสัตย์ รอยยิ้มอ่อนโยนที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนางทำให้หัวใจของจ้าวหานกระตุกวูบ “ไม่ต้องค่ะพี่จ้าว วันนี้ข้าจะแสดงให้คนบ้านนี้เห็นว่า สามีของหลินฟางเซียนสมควรได้รับอาหารที่ดีที่สุดและเกียรติยศที่พวกมันเคยเหยียบย่ำ!”
กลิ่นหอมของแป้งสาลีที่ถูกนวดจนเหนียวนุ่มผสมผสานกับกลิ่นหอมของเนื้อหมูผัดซีอิ๊วสูตรโบราณเริ่มฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัว หลินฟางเซียนจัดการปั้นแป้งห่อไส้หมูผสมเห็ดหอมอวบอ้วน ก่อนจะนำไปนึ่งในซึ้งไม้ไผ่ที่ไอน้ำพุ่งขึ้นมาขาวโพลน และอีกเตาหนึ่งนางกำลังทำ ‘ซุปซี่โครงหมูตุ๋นรากบัวสมุนไพร’ ที่ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจจนคนในบ้านที่แอบกลืนน้ำลายดังเอื๊อก
ผ่านไปชั่วก้านธูป อาหารสามอย่างถูกลำเลียงวางลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ อย่างเป็นระเบียบ ‘ซาลาเปาแป้งเหนียวนุ่มไส้ทะลัก’ ร้อนๆ ควันฉุย ‘ผัดผักป่าใส่ไข่สีสันสดใส’ และ ‘ซุปซี่โครงหมูตุ๋นรากบัว’ ที่น้ำซุปใสสีทองอำพันส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วบ้าน ตระกูลจ้าวที่นั่งเงียบกริบต่างจ้องมองอาหารบนโต๊ะด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ความหวาดระแวงเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตะกละตะกลามที่ยากจะอดกลั้น
แม่เฒ่าจ้าวนั่งมองซาลาเปาลูกใหญ่ตรงหน้า มือสั่นเทาด้วยความอยากอาหาร แต่ยังคงฟอร์มทำเป็นเชิดหน้า “哼! หน้าตาดูใช้ได้ แต่รสชาติอาจจะแย่จนกินไม่ได้ก็—”
ยังไม่ทันที่แม่เฒ่าจ้าวจะพูดจบประโยค จ้าวหานผู้เงียบขรึมมาตลอดได้หยิบซาลาเปาร้อนๆ ขึ้นมากัดคำใหญ่ น้ำซุปข้นๆ จากไส้หมูทะลักออกมาเคลือบลิ้น รสชาติกลมกล่อม หอมกลิ่นเห็ดป่าและเครื่องเทศละมุนละไมอย่างที่ไม่เคยลิ้มลองมาก่อนในชีวิต ความเหนียวนุ่มของแป้งที่ผ่านการนวดอย่างพิถีพิถันทำให้ความอร่อยแผ่ซ่านไปทั่วช่องปาก
ดวงตาของจ้าวหานเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เขากลืนอาหารลงคออย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันมามองภรรยาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความอัศจรรย์ใจ “อร่อยมาก... ฟางเซียน อาหารนี่อร่อยที่สุดเท่าที่พี่เคยทานมาในชีวิต”
คำพูดของจ้าวหานทำให้แม่เฒ่าจ้าวทนไม่ไหวอีกต่อไป นางรีบคว้าซาลาเปาเข้าปากบ้าง ทันทีที่เคี้ยว ดวงตาของนางก็เป็นประกายวาววับด้วยความตะลึงงัน รสชาติที่ล้ำเลิศนี้ทำให้ลืมความเกลียดชังที่มีต่อสะใภ้ไปชั่วขณะ
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศบนโต๊ะกำลังเปลี่ยนเป็นความเงียบงันเนื่องจากทุกคนต่างก้มหน้าก้มตากินอาหารฝีมือหลินฟางเซียนอย่างเอร็ดอร่อยจนลืมตัวนั้นเอง เสียงทุบประตูกระแทกระทั้นอย่างรุนแรงจากด้านนอกก็ดังขึ้นขัดจังหวะ!
*ปึง! ปึง! ปึง!*
“เปิดประตูเร็วกว่านี้หน่อย! คนตระกูลจ้าว พวกเจ้าเอาอะไรมาทำกินกัน ทำไมกลิ่นมันถึงหอมยั่วยวนจนคนทั้งหมู่บ้านเขาปั่นป่วนกันหมดแบบนี้! หรือพวกเจ้าแอบซ่อนอาหารดีๆ ไว้กินกันเองคนเดียว หืม?!”
เสียงตะโกนแหลมสูงอันคุ้นเคยและน่ารำคาญใจดังแว่วเข้ามา พร้อมกับเงาร่างของสะใภ้ใหญ่บ้านรองที่พังประตูผลักเข้ามาในบ้านอย่างไร้มารยาท และสิ่งที่นางถืออยู่ในมือคือตะกร้าเปล่าพร้อมกับสายตาโลภมากที่จ้องตรงมายังหมูตุ๋นบนโต๊ะ!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความสตรองของหมอหญิงฟางเซียนนะคะ!
คุณหมอหญิงแห่งยุค 70 กับภารกิจปั้นสามีให้น่าเกรงขาม•ตอนที่ 5
เมนูอาหารจากความมืดมน
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงแห่งยุค 70 กับภารกิจปั้นสามีให้น่าเกรงขาม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!