"รวิ... เธอคิดว่าใบไม้ที่ร่วงหล่นลงมานั่น มันเสียใจไหมที่ต้องจากกิ่งก้านที่เคยยึดเหนี่ยวมาตลอดชีวิต?"
น้ำเสียงแหบพร่าของยายแสงแทรกผ่านความเงียบงันภายในร้านของชำเล็กๆ ขณะที่ปลายนิ้วเหี่ยวย่นของท่านค่อยๆ บรรจงวางถ้วยชาเซรามิกสีหม่นลงบนโต๊ะไม้เก่า รวิชะงักมือที่กำลังถือปากกาจดบันทึก แววตาของเขาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ที่ซึ่งต้นหูกวางผลัดใบจนเกือบหมดต้น
"ผมว่ามันคงไม่มีความรู้สึกหรอกครับยาย มันก็แค่... วงจรชีวิต" รวิเอ่ยตอบพลางขยับตัวอย่างอึดอัด ความเงียบในใจของเขาไม่ได้สงบอย่างที่ปากพูด ความกดดันจากการถูกธันวาตามราวีเรื่องโครงการใหม่ที่บริษัทเก่า—โครงการที่พยายามดึงตัวเขาให้กลับไปสู่วังวนแห่งความสำเร็จ—ยังคงเกาะกินใจอยู่ลึกๆ
"งั้นหรือ? ถ้าไม่มีความรู้สึก ทำไมมนุษย์อย่างเราถึงกลัวการร่วงหล่นยิ่งกว่าความตายกันล่ะ" ยายแสงเลิกคิ้วมอง ดวงตาคู่คมดุจเหยี่ยวเบนกลับมาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของรวิ "เธอยังเก็บรูปถ่ายใบนั้นไว้ในกระเป๋าสตางค์ใช่ไหม?"
หัวใจของรวิกระตุกวูบ เขาไม่ได้ตอบ แต่ความนิ่งงันนั้นคือคำยืนยัน รูปถ่ายใบเก่าที่เขาถือติดตัวมาตลอดสามปี—รูปที่ถ่ายร่วมกับครอบครัวในวันเปิดตัวบริษัทที่เขาเคยภูมิใจนักหนา ก่อนที่มันจะพังทลายลงเพราะความทะเยอทะยานที่ไม่มีวันสิ้นสุด
"เธอพยายามจะรักษาสิ่งที่มันตายไปแล้วไว้ในกระเป๋า แต่ในเวลาเดียวกัน เธอก็อยากจะเดินไปข้างหน้า" ยายแสงหยิบใบไม้แห้งใบหนึ่งขึ้นมาจากตะกร้าข้างตัว ท่านวางมันลงบนฝ่ามือของรวิ "ลองปล่อยมันสิ"
รวิก้มมองใบไม้แห้งกรอบในมือ เขาลังเล นิ้วมือกำแน่นโดยไม่รู้ตัว
"ถ้าเธอไม่ปล่อยมือจากอดีตที่แห้งกรอบ เธอก็ไม่มีทางเหลือมือว่างไว้คว้าโอกาสที่จะเติบโตเป็นยอดอ่อนใบใหม่หรอกนะรวิ"
"แต่มันเป็นส่วนหนึ่งของตัวผม ยายครับ... ถ้าผมทิ้งมันไป ผมจะเหลืออะไรยืนยันว่าผมเคยผ่านอะไรมา?" เสียงของรวิสั่นเครือ มันไม่ใช่แค่เรื่องของรูปถ่าย แต่มันคือการยอมรับว่าสิ่งที่เขาพยายามสร้างมาทั้งชีวิตนั้น มันว่างเปล่า
"เธอจะได้เหลือ 'ความว่างเปล่า' ที่สมบูรณ์แบบไงล่ะ" ยายแสงแย้มยิ้ม มุมปากของท่านหยักโค้งราวกับรู้ความลับของจักรวาล "ความว่างที่ไม่ได้แปลว่าไม่มีอะไร แต่มันคือพื้นที่ให้ชีวิตได้หายใจ เหมือนดินที่ต้องสละใบไม้เก่าเพื่อเป็นปุ๋ยให้ต้นไม้เติบโตต่อไป เธอจะแบกทุกอย่างไปจนตาย หรือจะยอมปล่อยให้บางอย่างร่วงหล่นเพื่อเริ่มต้นใหม่?"
รวิหลับตาลง ภาพของธันวาที่ยืนกร้าวในชุดสูทราคาแพงเมื่อวานนี้หวนกลับเข้ามาในหัว ธันวาที่พยายามขีดเส้นให้เขาเดินตาม ความกังวลที่ว่าคนอื่นจะมองเขาอย่างไรหากเขาละทิ้งทุกอย่างกลายเป็นโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น
เขาค่อยๆ คลายมือออก ใบไม้สีน้ำตาลปลิวลงสู่พื้นร้าน มันไม่ส่งเสียงใดๆ มันไม่ได้ร้องขอความเมตตา แต่มันดูเบาสบายอย่างประหลาด
"ยายครับ... ถ้าผมปล่อยแล้ว แต่คนอื่นเขายังตามมาลากผมกลับไปล่ะ"
"ก็แค่บอกพวกเขาว่า เธอไม่ได้อยู่ที่เดิมอีกแล้ว" ยายแสงวางมือเหี่ยวห่อลงบนมือของรวิ "แต่ต้องแน่ใจนะรวิ ว่าข้างในของเธอไม่ได้แอบวิ่งตามเขากลับไปเอง"
ขณะที่รวิกำลังจะเอ่ยตอบ เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังกระแทกขึ้นที่หน้าร้าน ประตูไม้เก่าถูกผลักเข้ามาอย่างแรงโดยไม่ได้รับเชิญ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงและบุคลิกที่ดูรีบร้อนของชายหนุ่มร่างสูงในชุดลำลองหรูหราทำเอาอากาศภายในร้านดูอึดอัดขึ้นมาทันที
ธันวาก้าวเข้ามาในร้าน สายตาของเขาจ้องเขม็งมาที่รวิด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและร้อนรนในคราวเดียวกัน
"นายทำตัวเป็นพระเอกละครธรรมะอยู่ที่นี่นานเกินไปแล้วรวิ" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ฉันเอาเอกสารมาให้เซ็น... และข่าวดีคือบอร์ดบริหารยอมถอยเรื่องตำแหน่งให้เธอแล้ว นี่คือโอกาสสุดท้ายที่จะกลับไปทวงทุกอย่างคืน"
รวิเหลือบมองเอกสารในมือธันวา ก่อนจะเบนสายตาไปที่ใบไม้แห้งบนพื้นร้าน
"แล้วถ้าฉันบอกว่า... ฉันไม่ได้ต้องการมันอีกต่อไปแล้วล่ะ?" รวิถามด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบที่สุดเท่าที่เคยทำได้
ธันวาหัวเราะหึในลำคอ แต่ในจังหวะนั้นเอง สายตาของธันวาก็ปะทะเข้ากับบางอย่างที่ตกอยู่บนโต๊ะใกล้กับมือของรวิ มันคือรูปถ่ายใบเก่าที่รวิเผลอหยิบออกมาจากกระเป๋าก่อนหน้านี้ ธันวาคว้ามันขึ้นมาดู ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นทันทีราวกับเห็นผี
"รูปนี้... นายไปเอามันมาจากไหน? รวิ... นี่มันไม่ใช่แค่รูปความทรงจำนะ นี่คือหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่จะมัดตัวเธอในคดีฉ้อโกงที่พวกเขาพยายามจะเล่นงานเธอตอนนั้น!"
บรรยากาศในร้านเย็นเฉียบขึ้นในพริบตา รวิหน้าซีดเผือด เขาไม่เคยรู้เลยว่าสิ่งที่เขาคิดว่าเป็นเพียง 'เศษเสี้ยวอดีต' กลับกลายเป็น 'อาวุธ' ที่คนกลุ่มหนึ่งใช้เพื่อควบคุมชีวิตเขามาโดยตลอด ยายแสงที่นั่งอยู่อีกฝั่งขยับแว่นสายตาเพียงเล็กน้อย สายตาของท่านไม่ได้ดูตกใจแม้แต่น้อย เหมือนท่านรู้อยู่แล้วว่าวันนี้จะต้องมาถึง
รวิมองธันวาที่กำลังกำรูปถ่ายแน่น ก่อนที่ธันวาจะหันกลับมามองเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... ไม่ใช่เพื่อนสนิทที่มาตามเพื่อนกลับบ้าน แต่เป็นคนที่กำลังถือไพ่เหนือกว่าในเกมที่เขาไม่มีวันชนะ
"เลือกเอา รวิ... จะกลับไปกับฉันตอนนี้ หรือจะให้หลักฐานชิ้นนี้ไปอยู่ในมือตำรวจที่หน้าประตูร้านนั่น?"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านบทเรียนแห่งความว่างเปล่าไปกับต้นไม้ริมระเบียงนะคะ
เงาไม้ใต้แสงจันทร์: เส้นทางสู่ความว่างเปล่า•ตอนที่ 26
บทเรียนจากใบไม้ร่วง
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ใต้แสงจันทร์: เส้นทางสู่ความว่างเปล่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!