เงาไม้ใต้แสงจันทร์: เส้นทางสู่ความว่างเปล่า•ตอนที่ 38

ความตายคือบทเรียน

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
"ตายแล้วเหรอคะ... รวิ" เสียงของยายแสงแหบพร่าคล้ายเสียงใบไม้แห้งที่ถูกลมพัดกวาดไปมาบนพื้นซีเมนต์ รวิชะงักมือที่กำลังหยิบผลไม้ในตะกร้า เขาไม่ได้หันไปมองในทันที แต่กวาดสายตามองร่างไร้วิญญาณของตาบุญที่นอนสงบนิ่งอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ใต้ต้นก้ามปูใหญ่ ท่ามกลางเสียงร้องไห้ระงมของลูกหลานที่ดูเหมือนจะกำลังแสดงละครฉากใหญ่ให้กับโลกภายนอกรับรู้ รวิถอนหายใจเบาๆ ความเย็นของอากาศยามบ่ายไม่ได้ทำให้อารมณ์ของเขาสั่นไหวเท่ากับแววตาที่ว่างเปล่าของคนตายที่เขาเพิ่งจ้องมองเมื่อครู่ "ความตายก็แค่การเปลี่ยนผ่านไม่ใช่หรือครับ... เอ่อ ขอโทษทีค่ะ ยายแสง" รวิแก้คำเรียกขานตัวเองอย่างประหม่าเมื่อรู้ตัวว่าเผลอใช้สรรพนามผิดเพี้ยนไปตามความเคยชินเก่าๆ ยายแสงแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาฝ้าฟางที่มองโลกทะลุปรุโปร่งจ้องเขม็งมาที่เขา "ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะรวิ สันดานที่ติดตัวมานานมันลบไม่ออกง่ายๆ หรอก แต่มองดูให้ดีสิ... ตาบุญที่เคยขยันหาเงินจนลืมกินข้าว วันนี้เขาก็แค่นอนเฉยๆ แบมือว่างเปล่า ไม่มีเหรียญสักบาทติดไปได้เลยสักนิด" รวิก้าวเดินไปที่แคร่ไม้ไผ่ เขาไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวความตายอย่างที่เคยเป็นในวัยเยาว์ แต่เขากลับรู้สึกอิจฉาความสงบนั้น ในอดีตเขาเคยเป็นผู้บริหารที่ต้องแบกรับตัวเลขกำไรขาดทุนจนนอนไม่หลับ แต่ในวินาทีที่เขายืนอยู่ตรงนี้ ชีวิตที่เหลืออยู่ดูเป็นเรื่องที่น่าตลกขบขันสิ้นดี "ผมเคยคิดว่าชีวิตคือการสะสม" รวิกระซิบ น้ำเสียงของเขาแหบพร่า "สะสมความสำเร็จ สะสมคำชื่นชม สะสมรอยหยักบนสมองเพื่อเอาไว้ใช้ฟาดฟันกับคนอื่น แต่พอเห็นตาบุญ... ผมกลับรู้สึกว่าเราสะสมขยะไว้เต็มบ้าน" "ขยะงั้นหรือคะ?" ยายแสงเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นยาฉุนจางๆ จากตัวยายทำให้รวิรู้สึกสงบขึ้นเล็กน้อย "ใช่ค่ะ ทุกอย่างที่ผมเคยไขว่คว้า มันไม่มีอะไรยั่งยืนเลย สักวันหนึ่ง มือของผมก็จะแบเหมือนตาบุญ แล้วทุกอย่างที่ผมหวงแหนก็จะกลายเป็นเพียงฝุ่นผงที่คนอื่นมาคอยเก็บกวาดให้เท่านั้น" ขณะที่เขากำลังจมดิ่งกับความคิด เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความโศกเศร้าของหมู่บ้าน รวิเงยหน้าขึ้นมอง เห็นร่างของธันวาในชุดสูทราคาแพงที่ดูผิดที่ผิดทางในหมู่บ้านชนบทแห่งนี้ ชายหนุ่มเดินแหวกฝูงชนเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบเฉย ท่ามกลางสายตาไม่เป็นมิตรของชาวบ้าน "นายดูแย่มากรวิ" ธันวาเปิดฉากทันที ไม่มีการกล่าวทักทาย ไม่มีมารยาททางสังคม เขาปัดฝุ่นที่เกาะตามแขนเสื้อสูทเหมือนรังเกียจผืนดินที่เหยียบอยู่ "ฉันตามหานายจนทั่ว ข่าวลือเรื่องที่นายลาออกไปบวชหรือไปทำไร่ทำนาอะไรนั่น... ฉันนึกว่านายแค่ล้อเล่น แต่ดูสภาพนายตอนนี้สิ นายกำลังจมอยู่กับกองศพพวกนี้เหรอ?" รวิไม่ตอบ เขาเพียงแค่ยิ้มบางๆ ซึ่งนั่นดูเหมือนจะทำให้ธันวาโกรธยิ่งกว่าการตะโกนด่า "ชีวิตมันสั้นเกินกว่าจะมานั่งทำตัวเป็นปรัชญาเมธีนะรวิ บอร์ดบริหารยังรอคำตอบเรื่องหุ้นส่วนใหม่ และถ้านายยังไม่กลับไปจัดการ เรื่องทุกอย่างที่นายสร้างมาตลอดสิบปีจะพังลงต่อหน้าต่อตา" "พังลงงั้นหรือ?" รวิย้อนถามเบาๆ พลางหันไปมองร่างของตาบุญอีกครั้ง "ธันวา ลองมองดูตาบุญสิ นายเห็นอะไรบ้างนอกจากความว่างเปล่า?" ธันวาเมินหน้าหนี "ฉันไม่สนหรอกว่าใครจะตาย ฉันสนใจแค่ว่าคนเป็นอย่างพวกเราจะอยู่อย่างไรให้สูงกว่าคนอื่นต่างหาก นายกำลังหลงทาง รวิ นายกำลังเอาชีวิตที่เหลืออยู่ไปถมทิ้งกับดินโคลนพวกนี้" "บางทีการถมทิ้งกับดินโคลน... อาจจะเป็นการเดินทางกลับสู่บ้านที่แท้จริงก็ได้นะคะ" ยายแสงแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่ทรงพลัง ธันวาหันไปถลึงตามองหญิงชรา แต่ยายแสงกลับยิ้มตอบด้วยสายตาที่เย็นเยียบกว่า รวิรู้สึกถึงแรงบีบคั้นในหน้าอก ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความกระจ่างแจ้งในใจที่กำลังก่อตัว เขารู้ดีว่าธันวามาที่นี่ไม่ใช่แค่เพื่อเรียกตัวเขา แต่มีวาระซ่อนเร้นบางอย่างที่ร้ายแรงกว่านั้น รวิก้าวเข้าไปหาเพื่อนเก่า สายตาของเขาเปลี่ยนไปจนธันวาต้องชะงัก "นายไม่ได้มาที่นี่เพื่อแค่ตามฉันกลับไปทำงานใช่ไหมธันวา?" รวิถามเสียงเรียบแต่เฉียบคม "นายมาที่นี่เพราะนายกำลังหนี... นายหนีอะไรมา นายรู้เรื่องโครงการ 'ความมืดสีเทา' ที่บริษัทกำลังปิดบังไว้ใช่ไหม?" ใบหน้าของธันวาถอดสีไปวูบหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่ดูน่ากลัว "นายยังฉลาดเหมือนเดิมรวิ... แต่ความฉลาดนั่นแหละที่จะฆ่านาย ก่อนที่นายจะได้บรรลุธรรมในไร่กากๆ นี่" ธันวาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดส่งข้อความบางอย่าง แล้วเงยหน้าขึ้นมองรวิด้วยสายตาที่ไร้เยื่อใยอีกต่อไป "ฉันไม่ได้มาคนเดียว และคนที่ตามมาไม่ได้มีความใจดีเหมือนฉันหรอกนะรวิ เตรียมตัวบอกลาชีวิตว่างเปล่าที่นายโหยหานี่ได้เลย เพราะทางเลือกของนายหมดลงแล้ว" รวิสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ เมื่อรถยนต์สีดำสนิทสามคันแล่นเข้ามาจอดสนิทที่หน้าปากซอยหมู่บ้านพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ท่ามกลางเสียงนกร้องที่เงียบกริบลงอย่างฉับพลัน ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปบนเส้นทางแห่งความเงียบกับต้นไม้ริมระเบียงนะคะ
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ใต้แสงจันทร์: เส้นทางสู่ความว่างเปล่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%