เงาไม้ใต้แสงจันทร์: เส้นทางสู่ความว่างเปล่า•ตอนที่ 37

ค่าของเวลา

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
"ลายมือพ่อ... มันทำไมถึงมาอยู่ในสภาพนี้คะ รวิ?" เสียงของธันวาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานเก่าหลังบ้านที่ปกคลุมด้วยฝุ่นผง เขาไม่ได้มองหน้าฉัน แต่สายตาจับจ้องไปที่กระดาษแผ่นนั้นราวกับจะคว้านหาความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้ตัวอักษรเหล่านั้น มือของเขาสั่นเล็กน้อยขณะใช้นิ้วชี้ลูบไล้ประโยคที่ว่า *'แด่รวิ... ผู้ที่จะทำลายทุกอย่างเพื่อเริ่มต้นใหม่'* ฉันขยับตัวนั่งลงบนเก้าอี้ไม้เก่าที่ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าด ความเย็นของอากาศในยามบ่ายไม่ได้ทำให้ฉันสั่นเท่ากับความรู้สึกที่เกาะกุมอยู่ในอก "ฉันไม่รู้เหมือนกันธันวา บางทีพ่ออาจจะรู้มาตลอดว่าฉันจะลงเอยแบบนี้... ลงเอยด้วยการทิ้งทุกอย่างที่เขาสร้างมา เพื่อมานั่งจมปลักอยู่ในที่ที่ไม่มีแม้แต่สัญญาณโทรศัพท์" ธันวาวางกระดาษลงบนโต๊ะไม้เนื้อหยาบ แรงกระแทกของมันเบาหวิว แต่มันกลับก้องในใจฉันอย่างหนักหน่วง เขาแค่นหัวเราะ ก่อนจะเดินไปที่หน้าต่างที่เปิดกว้าง มองออกไปเห็นยอดไม้ไหวเอน "นายเรียกที่นี่ว่าการปล่อยวาง แต่ฉันมองว่ามันคือการหนีรวิ นายกำลังทำลายสิ่งที่คนอื่นใฝ่ฝันจะครอบครองด้วยความเหนื่อยยาก นายรู้ไหมว่าช่วงเวลาที่นายหายไป บริษัทเราต้องแก้ปัญหาที่นายทิ้งไว้มากแค่ไหน? เงินทองที่นายเคยหาได้มหาศาล มันซื้อได้แม้กระทั่งเวลาของคนตาย แต่ตอนนี้นายกลับเลือกที่จะทิ้งมันไปหาความว่างเปล่าที่กินไม่ได้" ฉันนิ่งเงียบ มองดูเข็มนาฬิกาบนฝาผนังที่เดินไปอย่างเนิบนาบ แต่มั่นคง ความเงียบครั้งนี้ต่างจากทุกครั้ง มันไม่ได้สงบ แต่เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยคำถามที่ยังไม่ได้คำตอบ ฉันนึกถึงคำพูดของยายแสงเมื่อเช้านี้ ตอนที่แกหยิบใบไม้แห้งขึ้นมาวางบนฝ่ามือฉัน *“รวิเอ๋ย... คนเรามักจะคิดว่าเงินซื้อเวลาได้ แต่ไม่เคยมีใครซื้อเวลาที่หายไปกลับมาได้จริงๆ หรอกนะ สิ่งที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิต คือการได้นั่งดูเข็มนาฬิกาเดินไปพร้อมกับใครสักคนที่สำคัญ ไม่ใช่การใช้เวลาทั้งชีวิตวิ่งไล่ตามตัวเลขในบัญชีที่ไม่มีวันพอ”* ฉันลุกขึ้นเดินไปยืนเคียงข้างธันวา "นายพูดถูกเรื่องเงินธันวา แต่นายผิดเรื่องเวลา... นายจำวันที่เราสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ไหม? วันนั้นเราไม่ได้ต้องการเงิน เราต้องการแค่ใครสักคนที่นั่งรออยู่หน้าห้องสอบแล้วบอกว่า 'ไม่เป็นไรนะ' นายกับฉันในตอนนั้น เรามีเวลาให้กันโดยไม่ต้องคิดถึงมูลค่าของมันเลยด้วยซ้ำ" ธันวาชะงัก สายตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับฉัน "นั่นมันเด็กไปรวิ โลกความจริงมันโหดร้ายกว่านั้น" "โลกความจริงโหดร้ายเพราะเราเอาแต่ตีค่าทุกอย่างเป็นราคาค่ะธันวา" ฉันตอบเสียงเรียบ พลางจ้องเข้าไปในดวงตาที่เหนื่อยล้าของเขา "นายไม่ได้มาที่นี่เพื่อเตือนฉันหรอกใช่ไหม? นายมาที่นี่เพราะนายกำลังหลงทาง และนายต้องการให้ฉันยืนยันว่าสิ่งที่นายทำอยู่มันถูกต้อง... แต่น่าเสียดาย ที่ฉันให้คำตอบนั้นกับนายไม่ได้ เพราะตอนนี้ แม้แต่ตัวเอง ฉันก็ยังไม่แน่ใจเลยว่าความว่างเปล่าที่พ่อพูดถึง มันคือจุดจบ หรือจุดเริ่มต้นกันแน่" ธันวาเงียบไปนาน เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวเดิม ร่างกายที่เคยผึ่งผายดูหดเล็กลงเมื่อต้องอยู่ท่ามกลางบรรยากาศที่เรียบง่ายของบ้านไม้หลังนี้ เขาดูแก่ลงไปหลายปีในสายตาของฉัน "ถ้าฉันบอกนายว่า... พ่อไม่ได้ทิ้งแค่รูปนี้ไว้ล่ะ" ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาจนแทบจะกลืนไปกับเสียงลมข้างนอก "เขาทิ้งพินัยกรรมอีกฉบับไว้ที่บริษัท แต่มันไม่ใช่เรื่องทรัพย์สิน... มันคือรายชื่อคนที่นายต้องไปพบ ก่อนที่ความจริงเรื่องบริษัทของนายจะถูกเปิดโปงทั้งหมด" หัวใจของฉันกระตุกวูบ ความรู้สึกวางเฉยที่เพียรฝึกมานานปีคล้ายจะพังทลายลงในพริบตา นี่ไม่ใช่แค่การเริ่มต้นใหม่ตามที่พ่อเขียนไว้ แต่มันคือการขุดรากถอนโคนอดีตที่ฉันพยายามฝังกลบ "ใคร?" ฉันถามสั้นๆ ธันวาไม่ได้ตอบทันที เขาหยิบซองจดหมายสีเหลืองซีดออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทราคาแพงที่ดูขัดกับสภาพบ้านไม้เก่าๆ นี้ เขาค่อยๆ ดันมันมาทางฉัน มือของเขาดูลังเลราวกับกลัวว่าสิ่งที่อยู่ในซองจะทำลายโลกของฉันและเขาไปพร้อมกัน เมื่อฉันเปิดซองออก ภาพถ่ายใบหนึ่งร่วงหล่นลงบนโต๊ะ มันเป็นภาพถ่ายเก่าที่เปื้อนคราบน้ำหมึกจางๆ ในภาพนั้นคือผู้หญิงคนหนึ่งที่ฉันไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน แต่ทว่า... รอยยิ้มของเธอกลับดูคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด ราวกับเป็นเงาสะท้อนของตัวฉันเองในกระจกที่ดูเศร้าหมองที่สุด รอยยิ้มของเธอคนนั้นคือรอยยิ้มเดียวกับที่ยายแสงมักจะทำเวลาที่แกมองดูฉันเงียบๆ ท่ามกลางความว่างเปล่า ธันวาขยับริมฝีปากพูดเบาๆ เหมือนคนละเมอ "รวิ... ผู้หญิงคนนี้คือเหตุผลว่าทำไมพ่อถึงยอมทำลายทุกอย่าง... และตอนนี้ เธอมาอยู่ที่หน้าประตูบ้านนายแล้ว" เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างแผ่วเบา... แต่หนักแน่นราวกับค้อนที่ตอกลงบนหัวใจของฉัน ทั้งที่ที่นี่ห่างไกลจากผู้คน และไม่มีใครรู้เส้นทางมาที่นี่ได้หากไม่ได้รับอนุญาต ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปบนเส้นทางแห่งความเงียบกับต้นไม้ริมระเบียงนะคะ
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ใต้แสงจันทร์: เส้นทางสู่ความว่างเปล่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%