“รวิ... ถ้าความจริงมันเป็นสิ่งที่ทำให้เธอต้องสูญเสียตัวตนที่เธอพยายามสร้างมาตลอดชีวิต เธอจะยังอยากรู้จักมันอยู่ไหม?”
ยายแสงถามขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในร้านชำหลังเก่า เสียงไม้กระดานลั่นเอี๊ยดอ๊าดใต้ฝ่าเท้าของรวิขณะที่เขากำลังประคองถ้วยยาที่ส่งกลิ่นสมุนไพรจางๆ ให้กับหญิงชรา รวิชะงักมือไปครู่หนึ่ง กลิ่นอายความอุ่นของถ้วยยาในมือปะทะกับไอเย็นจากป่าหลังบ้านที่พัดเข้ามาปะทะหน้าต่าง
เขาวางถ้วยยาลงบนโต๊ะไม้ตัวเตี้ย ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ไผ่ที่ฝืดเคือง ดวงตาของเขาทอดมองไปยังรอยเหี่ยวย่นบนมือของยายแสง มือที่ผ่านการหยิบจับชีวิตคนมานักต่อนัก รวิไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที แต่เขากลับค่อยๆ ปรับท่านั่งให้สมดุล บรรจงจัดวางผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดไว้ข้างถ้วยยาอย่างประณีต
“ผมเคยคิดว่าการสูญเสียคือจุดจบของทุกอย่างครับยายแสง” รวิเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยความหนักแน่น “แต่การได้มาอยู่ที่นี่... ได้เรียนรู้ที่จะดูแลยายในทุกๆ วัน ทำให้ผมเริ่มเข้าใจว่า การสูญเสียอาจเป็นเพียงการผลัดใบเพื่อให้เราเห็นเนื้อไม้ข้างในชัดเจนขึ้นเท่านั้น”
ยายแสงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคมปลาบเหมือนจะทะลุเข้าไปถึงรอยร้าวในใจของเขา “พูดจาได้คมคายเหมือนพระที่ปลงตก แต่ในใจเธอยังมีพายุซ่อนอยู่ รวิ... เธอรู้ไหมว่าทำไมคนเราถึงกลัวความจริง? เพราะความจริงมักไม่มีที่ว่างให้เราซ่อนตัวอีกต่อไป เหมือนกับเงาไม้ที่ต้องหายไปเมื่อไม่มีแสงกระทบ”
รวิเงียบไป เขาหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กจุ่มน้ำอุ่น บิดจนหมาด แล้วเริ่มเช็ดมือที่สั่นเทาเล็กน้อยของหญิงชราอย่างแผ่วเบา ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวของเขาสุขุมและเนิบนาบ นี่ไม่ใช่กิจวัตรที่เขาสั่งตัวเองให้ทำเหมือนตอนเป็นผู้บริหารที่ต้องคอยควบคุมทุกอย่าง แต่เป็นความตั้งใจที่เกิดจาก 'การอยู่กับปัจจุบัน' อย่างแท้จริง
“ถ้าความจริงที่ยายว่า คือสิ่งที่ธันวาพยายามจะเอามาข่มขู่ผม” รวิกล่าวขณะก้มหน้าจดจ่อกับการเช็ดปลายนิ้วยายแสง “ผมคิดว่าผมพร้อมแล้วครับ ไม่ว่าจะสูญเสียอะไรไป... ก็คงไม่เท่ากับเสียเวลาไปกับการไล่ล่าภาพลวงตาอีกต่อไป”
“งั้นลองดูนี่” ยายแสงเอื้อมมืออีกข้างที่ยังว่างคว้ากล่องไม้ใบเก่าใต้เตียงออกมา เธอเลื่อนมันมาตรงหน้ารวิ กลิ่นไม้จันทน์เก่าๆ โชยออกมาพร้อมกับเศษกระดาษที่ดูเหมือนจดหมายที่ถูกพับไว้หลายทบ “นี่คือสิ่งที่ 'เงาไม้' ฝากไว้ให้คนที่จะมาเป็นผู้สืบทอดความว่างเปล่าต่อจากยาย”
รวิมองกล่องไม้นั้นด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ความสงสัยเริ่มก่อตัวขึ้นเป็นก้อนแข็งในอก ธันวาเคยบอกเขาว่าเขามีความลับบางอย่างที่ครอบครัวปิดบังไว้ แต่เขาก็ไม่เคยคิดว่ามันจะเกี่ยวพันกับร้านชำเล็กๆ แห่งนี้ หรือยายแสงที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงแค่ชาวบ้านธรรมดา
ขณะที่รวิกำลังจะเอื้อมมือไปเปิดฝากล่อง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูร้าน เสียงนั้นไม่ใช่เสียงรองเท้าแตะสานแบบชาวบ้าน แต่เป็นเสียงรองเท้าหนังราคาแพงที่กระทบพื้นดินอย่างมั่นคงและก้าวร้าว
“รวิ... นายอยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย”
เสียงของธันวาดังขึ้นทำลายความสงบ รวิหันไปมอง เพื่อนสนิทของเขายืนตระหง่านอยู่ตรงกรอบประตู ใบหน้าของธันวาดูซีดเผือดและเหนื่อยล้า แต่ในมือของเขากลับกำเอกสารปึกหนึ่งไว้แน่น
“ฉันเตือนนายแล้วว่าอย่าขุดคุ้ยเรื่องนี้” ธันวาเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงของเขาปะทะกับกลิ่นยาสมุนไพรจนเกิดความรู้สึกขัดแย้งในอากาศ “ถ้านายรู้ว่าเอกสารชุดนี้มันทำลายชื่อเสียงของครอบครัวนายไปถึงไหน นายจะไม่มีวันอยากนั่งดูแลคนแก่คนนี้แบบนี้อีกต่อไป!”
รวิลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขามองธันวาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ไม่มีความโกรธ ไม่มีความกลัว มีเพียงความว่างเปล่าที่นิ่งสนิทราวกับผิวน้ำในคืนเดือนดับ
“นายคิดว่าชื่อเสียงนั่นมันกินได้หรือครับธันวา?” รวิถามกลับเบาๆ “หรือมันคือโซ่ตรวนที่นายยังล่ามตัวเองเอาไว้จนหายใจไม่ออก?”
ธันวาชะงักไป เขากำลังจะโต้ตอบ แต่สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นกล่องไม้ที่เปิดแง้มอยู่บนตักของยายแสง ทันใดนั้น สีหน้าของธันวาก็เปลี่ยนจากโกรธแค้นเป็นความตระหนกสุดขีด เขาพุ่งตรงเข้ามาเพื่อจะคว้ากล่องใบนั้น แต่รวิไวกว่า เขากางแขนออกขวางทางไว้ และในวินาทีที่ทั้งสองปะทะกัน ยายแสงก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังจนทุกคนต้องหยุดนิ่ง
“พอได้แล้ว... ของในกล่องนี้ไม่ได้มีไว้ให้คนนอกอย่างเธอเปิดดู ธันวา” ยายแสงขยับตัวลุกขึ้นยืนอย่างสง่างามผิดกับคนชราทั่วไป “และรวิ... ถ้าเธอพร้อมจะเห็น 'ใบหน้า' ที่แท้จริงของคนที่นายเรียกว่าพ่อ... ก็จงเปิดกล่องนั่นเดี๋ยวนี้”
รวิหันไปมองกล่องไม้ มือของเขาสั่นระริกขณะที่สัมผัสได้ถึงความหนักอึ้งของประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ข้างใน ขณะที่ธันวาทรุดเข่าลงกับพื้นพร้อมเสียงสะอื้นที่หลุดออกมาอย่างไม่อาจกลั้น
เขาสูดหายใจลึก กลิ่นอายของความว่างเปล่ากำลังครอบงำทุกสรรพสิ่งในร้านชำแห่งนี้ รวิค่อยๆ เปิดฝากล่องออกช้าๆ สิ่งที่อยู่ข้างในไม่ใช่ทองคำหรือสมบัติ แต่เป็นเพียงรูปถ่ายใบเดียวที่เก่าจนเหลืองกรอบ... รูปของเด็กชายสองคนที่กอดคอกันอยู่หน้าโรงพยาบาลร้างแห่งหนึ่งที่เขาเคยเห็นในฝันร้ายซ้ำๆ มาตลอดชีวิต
และข้างหลังรูปนั้น มีลายมือที่เขาจำได้แม่นยำว่าเป็นของพ่อ... มันเขียนเพียงประโยคสั้นๆ ว่า 'แด่รวิ... ผู้ที่จะทำลายทุกอย่างเพื่อเริ่มต้นใหม่'
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านความว่างเปล่าไปกับรวิและต้นไม้ริมระเบียงนะคะ
เงาไม้ใต้แสงจันทร์: เส้นทางสู่ความว่างเปล่า•ตอนที่ 36
การดูแลด้วยใจ
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ใต้แสงจันทร์: เส้นทางสู่ความว่างเปล่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!