เงาไม้ใต้แสงจันทร์: เส้นทางสู่ความว่างเปล่า•ตอนที่ 39

รอยต่อของความต่าง

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
"นายกำลังทำลายทุกอย่างที่พวกเราเคยสร้างมาด้วยมือตัวเองนะ รวิ... นายกำลังจะกลายเป็นคนขี้แพ้ที่ไร้แม้แต่ที่ยืนในสังคม" เสียงของธันวาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของร้านขายของชำเล็กๆ ยายแสงไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากกระดานหมากรุกไม้เก่าคร่ำครึ เธอยังคงขยับตัวหมากอย่างเชื่องช้า ราวกับว่าถ้อยคำเชือดเฉือนของชายหนุ่มในชุดสูทราคาแพงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเป็นเพียงฝุ่นละอองที่พัดผ่านอากาศไปเท่านั้น รวิขยับตัวนั่งหลังพิงเก้าอี้หวายที่ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าด เขาไม่ตอบโต้ด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวอย่างที่เคยเป็นในอดีต ดวงตาของเขาทอดมองไปที่ขวดโหลแก้วใบหนึ่งบนชั้นวาง ข้างในนั้นบรรจุเมล็ดพันธุ์พืชแห้งกรังที่รอวันจะถูกหย่อนลงดิน ไม่ใช่เพื่อการเติบโตที่หวือหวา แต่เพื่อการหยั่งรากในเวลาของมันเอง "ชัยชนะที่นายว่า... คือการวิ่งไล่ตามเงาที่ไม่มีวันจับต้องได้หรือเปล่า ธันวา" รวิเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบจนคนฟังชะงัก "ฉันเคยคิดว่าความสุขคือเส้นชัยที่ตั้งไว้เมื่อเราสะสมตัวเลขในบัญชีได้ครบตามเป้า แต่ตอนนี้... ฉันกลับเห็นว่ามันเป็นเพียงแค่ภาพลวงตาที่ทำให้เราหิวกระหายอยู่ตลอดเวลา" ธันวาแค่นหัวเราะ เขาเดินก้าวยาวๆ เข้ามาใกล้จนรวิสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่เจือไปด้วยความกดดัน "นั่นคือคำพูดของคนที่หมดไฟ ไม่ใช่คนที่ค้นพบสัจธรรม นายแค่เหนื่อย รวิ นายแค่ยอมแพ้ให้กับการแข่งขัน เพราะกลัวว่าจะสู้คนอื่นไม่ได้" ยายแสงวางตัวหมากตัวสุดท้ายลงแล้วส่งยิ้มบางๆ ที่ดูเหมือนจะมองทะลุผ่านความโอหังของธันวาไปถึงความว่างเปล่าข้างใน "พ่อหนุ่ม... เธอเคยเห็นหยดน้ำค้างบนใบไม้ไหม?" หญิงชราถามขึ้นโดยไม่สบตาผู้มาเยือน "มันสวยงามที่สุดตอนที่มันวางตัวอยู่บนนั้นอย่างอิสระ ไม่ได้พยายามจะเป็นมหาสมุทร และไม่ได้กลัวว่าแดดจะเผามันให้ระเหยไป มันแค่เป็นหยดน้ำที่ทำหน้าที่ของมันอย่างดีที่สุดในชั่วขณะนั้น... นั่นไม่ใช่ความพ่ายแพ้ แต่นั่นคือจุดสูงสุดของความเป็นน้ำแล้วนะ" ธันวากำมือแน่น ความโกรธเคืองฉายชัดในแววตาที่คุ้นเคยกับอำนาจ เขามองรวิด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสมเพช "ฉันให้เวลาเธออีกอาทิตย์เดียว รวิ ถ้าเธอไม่กลับไปเซ็นชื่อในเอกสารร่วมทุนนั่น พวกเขาจะเขี่ยชื่อเธอออกจากการเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ถาวร และถึงเวลานั้น... ต่อให้เธออยากจะกลับมาคลานเข่าขอโอกาส ฉันก็ช่วยอะไรไม่ได้อีกแล้ว" เขาสะบัดตัวเดินออกจากร้านไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่หนักอึ้งและฝุ่นละอองที่ลอยคว้างกลางแสงแดดที่ลอดผ่านช่องหน้าต่าง รวินิ่งเงียบ เขารู้สึกถึงรอยต่อระหว่างชีวิตเก่าที่ยุ่งเหยิงกับชีวิตใหม่ที่เขากำลังสร้าง มันเป็นช่องว่างที่แคบและเปราะบางเหลือเกิน แต่ในความแคบนั้น เขากลับมองเห็นความกระจ่างชัด ความคาดหวังของครอบครัว ความกดดันจากหน้าที่การงาน และเสียงวิจารณ์ของธันวา ทั้งหมดดูเหมือนจะเป็นเพียงคลื่นกระทบฝั่งที่ค่อยๆ จางหายไปเมื่อเขารู้จักที่จะหยุดนิ่ง "ยายแสงครับ... ถ้าผมปล่อยมือจากสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดจริงๆ ผมจะยังเหลืออะไรไหม?" รวิถามขณะมองออกไปที่ทิวไม้ไหวเอน หญิงชราประคองถ้วยชาอุ่นๆ ขึ้นจิบ "เธอจะเหลือความว่างเปล่าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยตัวตนที่แท้จริงอย่างไรเล่ารวิ การที่คนเรากลัวความว่างเปล่า เพราะเรากลัวว่าถ้าไม่มีชื่อเสียงหรือสมบัติมาประดับประดา เราก็ไม่มีค่า... แต่ดูเถอะ ตะวันตกดินแล้ว มันไม่เคยต้องพยายามแสดงอวดใครว่ามันสวยงามแค่ไหน แต่มันก็ยังงดงามเสมอในความเรียบง่ายของมัน" รวิหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึก ความนิ่งสงบแผ่ซ่านเข้ามาในจิตใจ เขาตระหนักได้ว่าความสุขไม่ใช่ปลายทางที่ต้องวิ่งไปให้ถึง แต่มันคือการยอมรับ "ปัจจุบัน" ที่เขากำลังนั่งอยู่ตรงนี้ การได้ดื่มชา การได้พูดคุยกับคนที่มีจิตวิญญาณสอดคล้องกัน และการได้เป็นอิสระจากความต้องการของผู้อื่น เขาหยิบปากกาขึ้นมา ไม่ใช่เพื่อเซ็นสัญญาธุรกิจตามที่ธันวาต้องการ แต่เพื่อเขียนบันทึกถึงความรู้สึกในวันนี้ ความรู้สึกที่เปรียบเสมือนการปลดแอกครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต ทว่า ในขณะที่ปลายปากกาจรดลงบนกระดาษ เสียงโทรศัพท์ที่เขาลืมปิดไว้นานหลายเดือนก็แผดเสียงก้องกังวานขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง รวิขมวดคิ้วมองชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ แสงสีฟ้าสว่างวาบสะท้อนอยู่ในดวงตาของเขา มันไม่ใช่ธันวา และไม่ใช่เบอร์ของคนในครอบครัว แต่เป็นเบอร์ติดต่อจากสำนักงานทนายความส่วนตัวของพ่อเขา... เบอร์ที่เขาไม่ได้เห็นมาตลอดห้าปีหลังจากวันสิ้นศพ "รวิ... ฉันเกรงว่าเรื่องที่พ่อเธอทิ้งไว้ จะไม่ได้มีแค่ความคาดหวังนะ" ยายแสงเอ่ยเสียงแผ่ว สายตาของเธอมองไปที่โทรศัพท์ด้วยความกังวลที่รวิไม่เคยเห็นมาก่อน เขารับสายด้วยมือที่สั่นเทา เสียงทุ้มแห้งผากจากปลายสายเพียงประโยคเดียวกลับทำให้โลกทั้งใบที่เขากำลังจะปล่อยวางพังทลายลงในพริบตา "คุณรวิครับ... เอกสารพินัยกรรมฉบับล่าสุดเพิ่งถูกพบที่บ้านพักตากอากาศ และในนั้น... มีชื่อคุณระบุว่าเป็นผู้ต้องรับผิดชอบต่อหนี้สินทั้งหมดที่บริษัทพ่อคุณก่อไว้ก่อนตายครับ" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงรอยต่อที่สำคัญนี้ไปพร้อมกับต้นไม้ริมระเบียงนะคะ
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ใต้แสงจันทร์: เส้นทางสู่ความว่างเปล่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%