เงาไม้ใต้แสงจันทร์: เส้นทางสู่ความว่างเปล่า•ตอนที่ 41

เสียงดนตรีจากวิทยุเก่า

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
“เลิกพยายามทำตัวเป็นนักบวชที่ถือศีลแปดในป่าคอนกรีตเสียที รวิ... มันดูน่าสมเพชมากกว่าน่าเลื่อมใส” ธันวากระแทกแก้ววิสกี้ลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ ในร้านขายของชำของยายแสง กลิ่นแอลกอฮอล์ราคาแพงตลบอบอวลทำลายกลิ่นจางๆ ของฝุ่นผงและถั่วลิสงคั่วที่อบอุ่นเป็นเอกลักษณ์ของร้านนี้ไปจนหมดสิ้น รวิไม่ได้ตอบโต้ เขาเพียงแค่นั่งมองรอยร้าวบนพื้นไม้กระดาน สายตาจดจ่ออยู่กับวิทยุทรานซิสเตอร์รุ่นเก่าที่วางนิ่งสนิทอยู่บนชั้นไม้ ซึ่งเขารู้ดีว่ามันไม่ได้ส่งเสียงมานานกว่าสิบปีแล้ว “นายมาที่นี่เพื่อจะบอกฉันเรื่องนี้อีกรอบเหรอ ธันวา?” รวิเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับเสียงคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งโดยไม่รีบร้อน “ฉันมาเพื่อดึงนายกลับไปโลกความเป็นจริง โครงการที่นายทิ้งมา มันกำลังจะพังเพราะไม่มีใครคุมเกมได้เท่าคนอย่างนาย นายจะปล่อยให้ความพยายามสิบปีละลายหายไปกับความว่างเปล่าที่นายพร่ำบอกว่ามันดีนักหนาหรือไง” ธันวาโน้มตัวเข้ามาใกล้ ใบหน้าที่เคยสง่าผ่าเผยด้วยอำนาจการตัดสินใจบัดนี้กลับบิดเบี้ยวด้วยความหงุดหงิด รวิเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสนิท สายตาของเขาไม่ได้มีความโกรธเคือง มีเพียงความสงสารที่แผ่ออกมาอย่างเงียบเชียบ “ความพยายามสิบปีที่นายพูดถึง มันมีอะไรเหลืออยู่บ้างนอกจากตัวเลขในบัญชีที่เพิ่มขึ้น กับความกดดันที่ทำให้นายต้องกินยานอนหลับทุกคืน?” ยายแสงที่นั่งเย็บผ้าอยู่มุมมืดของร้านขยับแว่นสายตา เธอไม่ได้เงยหน้าขึ้น แต่เสียงพูดของเธอแทรกเข้ามาเหมือนสายลมที่เปลี่ยนทิศ “ของบางอย่างที่พังไปแล้ว ก็เหมือนวิทยุเครื่องนั้นแหละพ่อหนุ่ม มันไม่ได้ต้องการให้ใครไปซ่อมให้มันกลับมามีเสียงเหมือนเดิมหรอก แต่มันกำลังรอให้คนฟังเข้าใจว่า บางครั้ง... ความเงียบก็เป็นดนตรีที่ไพเราะที่สุดแล้ว” ธันวาแค่นหัวเราะ “ปรัชญาคนแก่... มันกินไม่ได้หรอกยาย” ทันใดนั้น รวิก็ยื่นมือออกไปสัมผัสวิทยุเครื่องเก่าอย่างแผ่วเบา นิ้วของเขาไล้ไปตามรอยถลอกของพลาสติกสีหม่น ราวกับกำลังปัดเป่าฝุ่นที่กักขังวิญญาณของเครื่องดนตรีชิ้นนี้ไว้ ความเงียบงันในร้านขยายตัวขึ้นจนกระทั่งได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรำไปพร้อมกับจังหวะชีวิตที่ช้าลงของรวิ เขาหมุนปุ่มปรับคลื่นอย่างเชื่องช้า... ไม่ใช่เพื่อซ่อม แต่มองว่ามันเป็นความสุนทรีย์ที่เขาควรได้รับหลังจากเหนื่อยล้าจากการขีดเขียนเส้นทางแห่งชีวิตมานาน แกร๊ก... เสียงซ่าของคลื่นวิทยุแทรกเข้ามาในบรรยากาศที่ตึงเครียด มันไม่ใช่เสียงเพลงที่ชัดเจน แต่เป็นเสียงก้องกังวานของคลื่นแทรกที่ฟังสบายหู ราวกับเสียงกระซิบจากจักรวาล รวิหลับตาลง เขารู้สึกได้ถึงความว่างเปล่าที่เคยเป็นปมด้อย กลับกลายเป็นผืนผ้าใบว่างเปล่าที่รอให้เขาเติมสีสันแห่งความสุขที่แท้จริงลงไปโดยไม่ต้องมีใครมาขีดเขียนให้ “นายเห็นไหม ธันวา...” รวิกระซิบ “เสียงที่นายพยายามตามหาในความวุ่นวาย มันไม่มีอยู่จริงหรอก เพราะมันถูกซ่อนอยู่ในความเงียบที่นายไม่เคยแม้แต่จะเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ฟัง” ธันวาชะงักไป ครู่หนึ่งที่ดวงตาของเขาสั่นไหว ความมั่นใจที่เขาสร้างขึ้นเป็นเกราะป้องกันเริ่มแตกร้าว แต่แล้วเขาก็ลุกขึ้นยืนกระทันหันราวกับมีเข็มทิ่มแทง “นายมันบ้าไปแล้ว รวิ... อีกสามวันฉันจะจัดประชุมใหญ่ ถ้าวันนั้นนายไม่โผล่หัวไป ฉันจะถือว่าเราไม่มีอะไรต้องเกี่ยวข้องกันอีก” ธันวาเดินกระทืบเท้าออกจากร้านไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกที่ค่อยๆ จางหายไปแทนที่ด้วยกลิ่นอายของฝนที่กำลังจะมาถึง รวิยังคงนั่งอยู่ตรงนั้นกับเสียงวิทยุที่เริ่มเปลี่ยนเป็นทำนองเพลงแจ๊สเก่าๆ ที่แสนเศร้าแต่ปลดปล่อย ยายแสงวางงานเย็บผ้าลง แล้วเดินมาหยิบแก้ววิสกี้ของธันวาไปเททิ้งลงอ่างล้างจาน “ความสุนทรีย์ไม่ได้หายไปไหนหรอกพ่อรวิ มันแค่รอวันที่เราจะพร้อมยอมรับว่าเราสูญเสียอะไรไปบ้าง เพื่อที่จะได้รู้ว่าเราต้องการอะไรจริงๆ” รวิพยักหน้าช้าๆ เขารู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงที่กำลังก่อตัว เขาได้ค้นพบกุญแจสำคัญที่จะปลดปล่อยตัวเองจากเงาไม้ที่เคยกดทับมาตลอดชีวิต แต่ในขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปากถามยายแสงถึงความหมายของบทเพลงที่กำลังบรรเลง เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของเขาก็ดังขึ้น—ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากยิ่งในพื้นที่นี้ หน้าจอแสดงชื่อที่เขาไม่ได้เห็นมานานหลายปี... ชื่อที่เขาพยายามลืมไปพร้อมกับอดีต เขาลังเลที่จะกดรับ แต่แล้วเสียงปลายสายก็ดังขึ้นก่อนที่เขาจะทันได้ตัดสินใจ “รวิ... ในที่สุดฉันก็ตามหาเธอจนพบ ข้อมูลที่เธอเก็บไว้ในห้องลับของบริษัท... ตอนนี้มันกำลังตกไปอยู่ในมือของคนที่ไม่ควรได้มันไป” หัวใจของรวิกระตุกวูบ เมื่อเขามองออกไปนอกหน้าต่าง เขาเห็นรถสีดำจอดสนิทอยู่ที่ทางเข้าหมู่บ้าน และชายร่างใหญ่สองคนกำลังก้าวลงจากรถพร้อมกับจ้องมองมาที่ร้านขายของชำแห่งนี้ด้วยสายตาที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็ง ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกึ่งกลางแห่งความว่างเปล่านี้มาพร้อมกับต้นไม้ริมระเบียงนะคะ
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ใต้แสงจันทร์: เส้นทางสู่ความว่างเปล่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%