เงาไม้ใต้แสงจันทร์: เส้นทางสู่ความว่างเปล่า•ตอนที่ 42

ภาพวาดที่ระเบียง

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
“นายกำลังจะเสียเวลาเปล่าๆ รวิ” ธันวาเอ่ยขึ้นโดยไม่มองหน้า เขาจิบกาแฟราคาแพงจากแก้วกระดาษที่ดูแปลกแยกกับบรรยากาศร้านของชำเล็กๆ แห่งนี้ เสียงของเขาเรียบสนิท แต่มันกรีดผ่านความเงียบเหมือนใบมีดโกนที่กรีดลงบนผ้าไหม รวิไม่ได้ตอบโต้ มือของเขายังคงนิ่งสนิทอยู่เหนือกระดาษวาดเขียนแผ่นใหญ่ที่วางพาดบนไม้เก่าๆ ที่ระเบียง “ความว่างเปล่าน่ะ... มันไม่มีรูปร่างหรอกนะ” ธันวาย้ำ คราวนี้เขาหันมามองรวิ ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความสมเพชที่แฝงมากับความหวังดีแบบผิดๆ “นายทิ้งอนาคตที่ทุกคนอิจฉา เพื่อมานั่งเล่นพู่กันกับสีราคาถูกเนี่ยนะ? กลับไปเถอะรวิ โปรเจกต์ที่บริษัทกำลังจะพังเพราะไม่มีคนคุมเกมอย่างนาย ถ้าคนอย่างนายยอมก้มหัวให้ท่านประธานอีกสักนิด ทุกอย่างที่เคยเป็นของนายก็จะกลับมา” รวิหลับตาลงชั่วขณะ ลมหายใจเข้าออกของเขาแผ่วเบาจนแทบเป็นหนึ่งเดียวกับเสียงแมลงในพุ่มไม้ข้างระเบียง เขาไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองถ้อยคำเหล่านั้น ความรู้สึกขุ่นมัวที่เคยมีมันมลายหายไปนานแล้ว เหลือเพียงความว่างโหวงที่เขากำลังพยายามจะถ่ายทอดมันลงบนกระดาษ “ธันวา...” รวิเอ่ยขึ้นช้าๆ สายตายังคงจับจ้องที่ปลายพู่กัน “นายเห็น ‘เงา’ ของต้นไม้ที่ทอดลงบนพื้นนี่ไหม?” ธันวาหันไปมองพื้นไม้เก่าๆ ที่มีแสงแดดรำไรลอดผ่านกิ่งไม้ลงมา “เห็นสิ แล้วมันยังไง?” “เงานั่นไม่มีตัวตนจริงๆ หรอก มันเป็นเพียงผลลัพธ์ของการที่แสงถูกขัดขวาง” รวิค่อยๆ จรดพู่กันลงไป ลากเส้นสีเทาหม่นที่ดูเหมือนไร้น้ำหนัก “ชีวิตที่ผ่านมาของฉัน... ก็เหมือนกับเงาที่วิ่งตามแสงของคนอื่นมาตลอด จนฉันลืมไปว่าจริงๆ แล้ว ฉันไม่ได้เป็นเจ้าของแม้แต่รูปร่างของตัวเอง” ยายแสงเดินออกมาจากหลังร้าน มือเหี่ยวย่นถือจอกน้ำชาส่งให้ธันวา นางไม่ได้เอ่ยปากห้ามการสนทนาที่ดุเดือด แต่สายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเข้าใจกลับทำให้ธันวาต้องชะงักไปชั่วขณะ ยายแสงยิ้มบางๆ แล้วนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ไผ่ข้างๆ รวิ “วาดไปเถอะพ่อหนุ่ม” ยายแสงเอ่ยเสียงนุ่ม “คนเรามักกลัวความว่างเปล่า เพราะไม่รู้ว่าจะเติมอะไรลงไปให้เต็ม แต่หารู้ไม่ว่า... ความว่างเปล่านั่นแหละคือผืนผ้าใบที่ดีที่สุด เพราะมันยอมรับได้ทุกอย่าง แม้แต่ความเจ็บปวดที่ไม่มีใครอยากมอง” ธันวาวางแก้วกาแฟลงอย่างแรง เสียงกระทบของมันดังสะท้อนในความเงียบ “พวกคุณกำลังเพ้อเจ้อกันอยู่ ความว่างเปล่ากินไม่ได้ ความอดทนมันไม่มีมูลค่าในตลาดทุนหรอกรวิ นายกำลังหลอกตัวเองว่ามีความสุข ทั้งที่จริงๆ นายแค่กำลังพ่ายแพ้!” รวิไม่ได้เถียง เขาเพียงแค่ตวัดพู่กันเป็นเส้นโค้งที่ดูบิดเบี้ยวแต่ทรงพลัง สีดำสนิทค่อยๆ กระจายตัวบนกระดาษราวกับหมึกที่หยดลงในน้ำสะอาด มันไม่ใช่ภาพวาดของทิวทัศน์ แต่มันคือภาพของความอึดอัด ความคาดหวังของพ่อ ความเย่อหยิ่งของเพื่อน และตัวเขาที่พยายามจะถอดหน้ากากออกทีละชั้น “ฉันไม่ได้กำลังหลอกตัวเองธันวา” รวิหยุดมือ เขามองดูภาพที่อยู่ตรงหน้า ภาพวาดที่ดูคล้ายมวลหมอกที่กำลังสลายตัว “ฉันแค่กำลังเรียนรู้วิธีที่จะเป็นอิสระจากสิ่งที่นายเรียกว่า ‘ความสำเร็จ’” ธันวากัดฟันกรอด เขาก้าวเข้ามาใกล้ระเบียงจนรวิสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายที่เต็มไปด้วยความกดดัน “นายคิดว่านายหนีพ้นจริงๆ เหรอ? พ่อของนาย... เขาไม่ได้นิ่งเฉยอย่างที่นายคิดนะ รวิ เขาเตรียมตัวจะยึดทุกอย่างที่นายพยายามสร้างที่นี่ และเขาสั่งให้ฉันมา ‘พา’ นายกลับไป ไม่ว่าวิธีไหนก็ตาม” คำประกาศนั้นทำให้บรรยากาศโดยรอบนิ่งสนิทไปชั่วอึดใจ ยายแสงยังคงจิบชาอย่างสงบราวกับไม่ได้รับผลกระทบ แต่รวิกลับรู้สึกถึงความเย็นเยียบที่ค่อยๆ คืบคลานเข้าสู่หัวใจ ปลายพู่กันของเขาหยดสีลงบนกระดาษเป็นจุดดำขนาดใหญ่กลางภาพวาดที่กำลังจะสมบูรณ์ รวิเงยหน้าขึ้นมองธันวา แววตาของเขาไม่ได้สั่นไหวเหมือนในอดีต แต่มันกลับมีความคมชัดที่น่าหวาดหวั่น “ถ้าเขาจะยึดความว่างเปล่าไปจากฉัน เขาก็คงได้ไปแค่ความว่างเปล่าที่ไม่มีค่าอะไรเลย” รวิลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินเข้าไปหาธันวา ระยะห่างที่ลดลงทำให้เห็นความร้าวรานในดวงตาของเพื่อนสนิทได้อย่างชัดเจน “นายมาที่นี่เพื่อเตือนฉัน หรือมาเพื่อดูว่าฉันจะพังทลายลงเหมือนตอนที่นายต้องการกันแน่?” ธันวาเม้มปากแน่น ความลับที่เขาซ่อนไว้ถูกกระชากออกมาด้วยสายตาคู่นั้น เขากำลังจะอ้าปากโต้ตอบ แต่เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนกลุ่มหนึ่งที่ดังขึ้นจากทางเดินหน้าบ้านของยายแสงก็ขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน เงาของคนหลายคนทอดผ่านรั้วไม้เข้ามา พร้อมกับเสียงเคาะประตูที่รุนแรงและเร่งเร้า รวิหันไปมองกระดาษวาดเขียนแผ่นนั้นอีกครั้ง ก่อนจะหันกลับมามองธันวาด้วยรอยยิ้มที่บางเบาจนน่าตกใจ “ดูเหมือน ‘ทางเลือก’ ของฉัน... จะหมดลงเร็วกว่าที่คิดนะ” เงาไม้ที่ระเบียงดูเหมือนจะขยับตัวตามแสงอาทิตย์ที่เริ่มคล้อยต่ำลง ทว่าในจังหวะที่ธันวากำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง ประตูหน้าบ้านก็ถูกผลักเข้ามาโดยไม่ได้รับเชิญ ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทที่ดูคุ้นตาปรากฏขึ้นที่หน้าบันได และเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองรวิ ดวงตาคู่นั้นก็ฉายแววแห่งความเด็ดขาดที่ไม่มีที่ว่างให้การปฏิเสธอีกต่อไป รวิหันไปมองยายแสง นางเพียงแค่พยักหน้าเบาๆ เป็นสัญญาณของการลาครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันกลับมาประจันหน้ากับคนที่เขาพยายามหนีมาตลอดชีวิต ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามการเดินทางในความว่างเปล่าของรวิมาจนถึงจุดนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ใต้แสงจันทร์: เส้นทางสู่ความว่างเปล่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%