“นายกำลังพยายามทำตัวเป็นนักบวชที่เพิ่งบรรลุธรรม หรือแค่กำลังหนีความจริงที่ตัวเองรับไม่ได้กันแน่ รวิ?”
เสียงของธันวากระด้างและบาดลึก ราวกับมีดโกนที่กรีดลงบนความเงียบงันภายในร้านขายของชำเล็กๆ ของยายแสง รวิชะงักมือที่กำลังจัดวางถุงเมล็ดพันธุ์พืช เขามองเห็นเงาสะท้อนของเพื่อนสนิทในกระจกตู้แช่เก่าๆ ใบหน้าที่เคยดูมั่นใจบัดนี้กลับบิดเบี้ยวด้วยความสมเพช
รวิไม่ตอบทันที เขาค่อยๆ วางถุงเมล็ดพันธุ์ลงบนชั้นไม้เก่าๆ ที่มีรอยปลวกแทะตามกาลเวลา กลิ่นดินอบอวลจางๆ ผสมกับกลิ่นสมุนไพรแห้งของยายแสงทำหน้าที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวใจให้เขาไม่โต้ตอบด้วยอารมณ์ เขาสูดลมหายใจลึก สัมผัสถึงความหนักอึ้งในอกที่ขยายตัวขึ้นทุกขณะเมื่อถูกจี้จุดอ่อน
“ถ้าความสำเร็จที่นายว่า คือการมีชื่ออยู่บนแผ่นป้ายหน้าบริษัทที่พร้อมจะโละชื่อเราทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้... งั้นฉันก็คงกำลังหนีจริงๆ นั่นแหละ ธันวา” รวิหันกลับไปสบตาเพื่อนสนิท ดวงตาของเขาเรียบนิ่ง ทว่าภายในกลับพายุหมุนวน
“สวยหรูนะคำพูดน่ะ” ธันวาแค่นหัวเราะ ก้าวเข้ามาใกล้จนรวิสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ดูแปลกแยกกับบรรยากาศในร้าน “แต่ลึกๆ ในใจน่ะ นายกำลังโหยหามันใช่ไหม? ความรู้สึกที่ได้เป็นคนกำหนดทิศทางชีวิตคนอื่น ความรู้สึกที่ได้นั่งอยู่บนจุดสูงสุด ไม่ใช่การนั่งนับเมล็ดพันธุ์พืชรอวันตายไปกับยายแก่ที่นี่!”
ยายแสงที่นั่งถักงานฝีมืออยู่มุมร้าน ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง แต่เสียงไม้ถักกระทบกันเบาๆ กลับหยุดลงจังหวะหนึ่ง ท่านเพียงแค่พึมพำออกมาเบาๆ “เมล็ดพืชที่ปลูกในกระถางทองคำ บางทีก็อาจจะตายเร็วกว่าปลูกในดินที่ดูสกปรกนะพ่อหนุ่ม”
ธันวาเมินคำพูดของยายแสงอย่างไม่ใส่ใจ เขายังคงจ้องรวิไม่วางตา “เย็นนี้จะมีงานกาล่าที่บริษัทเก่า นายรู้ไหมว่าเขายังเก็บห้องทำงานนายไว้ที่เดิม... เหมือนเขารอให้เจ้าของที่แท้จริงกลับมาแก้ปัญหาที่กำลังจะพังพินาศในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ถ้าวันนี้นายไม่ไปแสดงตัว หรืออย่างน้อยก็ไปตัดสินใจเรื่องสำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้น... นายจะไม่มีทางได้กลับไปอีกเลยตลอดชีวิต”
รวิรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบด้วยมือที่มองไม่เห็น ความไขว้เขวเริ่มกัดกินจิตใจดั่งแมลงที่กัดกินเนื้อไม้ คำถามที่เขาเฝ้าถามตัวเองมาตลอดหลายเดือนเริ่มสั่นคลอน—*สิ่งที่เขาทำอยู่คือความสงบ หรือเป็นเพียงการหลอกตัวเองให้ตายด้านกันแน่?*
เขาเดินเลี่ยงออกมาที่ระเบียงหลังร้าน มองดูเงาของต้นไม้ใหญ่ที่ทอดตัวยาวลงบนผืนดินใต้แสงจันทร์ แสงนั้นไม่ได้ให้ความสว่างเพียงพอที่จะเห็นรายละเอียดของรากไม้ที่ฝังลึกอยู่ใต้ดิน แต่มันกลับทำให้เขามองเห็นเพียง ‘เงา’ ของมันเท่านั้น เหมือนกับชีวิตของเขา... ที่ดูเหมือนจะว่างเปล่า แต่กลับมีรากเหง้าของความทะเยอทะยานฝังตัวอยู่ลึกเกินกว่าที่เขาจะถอนมันออกมาได้ด้วยมือเปล่า
รวิหยิบโทรศัพท์มือถือที่ปิดเครื่องทิ้งไว้ในลิ้นชักขึ้นมา หน้าจอมืดสนิทนั้นสะท้อนเงาของเขาที่ดูซีดเซียว เขาไม่ได้เปิดมันมานานมากแล้ว แต่วันนี้ ปลายนิ้วของเขากลับสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้
“รวิ” เสียงยายแสงดังขึ้นข้างหลังเบาๆ ท่านไม่ได้เดินเข้ามาใกล้ แต่ยืนกอดอกดูพระจันทร์ “ต้นไม้ที่โตในป่าใหญ่ ไม่เคยต้องพิสูจน์ตัวเองกับใครว่ามันเติบโตอย่างไร แต่มันก็ยังคงเติบโตต่อไปได้โดยไม่ต้องมีใครมาปรบมือให้... ต่างจากคนที่มักจะลืมไปว่า ตัวเองเป็นเพียงส่วนหนึ่งของผืนป่า ไม่ใช่เจ้าของป่า”
รวิหลับตาลง ภาพของโต๊ะทำงานที่สะอาดสะอ้าน บรรยากาศของความกดดันที่เขาเคยคุ้นเคย ผสมปนเปกับภาพของยายแสงและผืนดินที่เขาเพิ่งเริ่มเรียนรู้ที่จะรัก มันเป็นความสับสนที่น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
เขาหันกลับไปมองธันวาที่ยืนรอคำตอบอย่างกระหายอำนาจ ความเงียบในร้านนั้นช่างหนักหน่วง ราวกับทุกอย่างรอบตัวกำลังรอคอยการตัดสินใจที่อาจจะเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของเขาไปตลอดกาล
รวิก้าวเท้าเดินกลับเข้าไปหาธันวา สายตาของเขาเด็ดเดี่ยวขึ้นอย่างน่าประหลาด “ถ้าฉันไป... ไม่ใช่เพื่อจะกลับไปนั่งเก้าอี้นั่นอีก แต่เพื่อไปปิดฉากสิ่งที่ฉันเคยสร้างไว้ให้จบสิ้น เพื่อให้ตัวเองมั่นใจว่าฉันไม่ได้ทิ้งภาระไว้ให้ใครต้องมาแก้ไขแทน”
ธันวายิ้มกว้าง ราวกับแผนการของเขาเป็นผลสำเร็จ แต่ทว่าก่อนที่รวิจะก้าวพ้นประตูร้าน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่เขารู้จักดีก็ดังขัดจังหวะขึ้นจากด้านนอก
ชายชุดสูทสีดำสนิทสามคนเดินเข้ามาขวางทางออกไว้ หนึ่งในนั้นยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้รวิด้วยท่าทางนอบน้อม แต่แววตานั้นกลับเย็นชาไร้ความรู้สึก “คุณรวิครับ... ทางคณะกรรมการมอบหมายให้ผมมาเชิญคุณไปในฐานะ 'ผู้ต้องสงสัย' ในคดีทุจริตที่เกิดขึ้นในช่วงที่คุณยังดำรงตำแหน่งอยู่ เอกสารหลักฐานที่มัดตัวคุณถูกส่งถึงสำนักงานอัยการเรียบร้อยแล้วครับ”
รวิชะงักงัน โลกทั้งใบดูเหมือนหยุดหมุนในเสี้ยววินาทีนั้น ธันวาถอยกรูดออกไปทันทีด้วยท่าทีตื่นตระหนกที่ปิดไม่มิด ขณะที่รวิมองดูซองเอกสารในมือด้วยความรู้สึกที่ว่างเปล่า... ความสงบที่เขาพยายามสร้างมาตลอดชีวิต กำลังถูกพังทลายลงด้วยเงาจากอดีตที่เขาไม่เคยนึกฝันว่าจะตามมาถึงที่นี่
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านบรรทัดเหล่านี้ไปกับต้นไม้ริมระเบียงนะคะ
เงาไม้ใต้แสงจันทร์: เส้นทางสู่ความว่างเปล่า•ตอนที่ 24
ความไขว้เขวในใจ
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ใต้แสงจันทร์: เส้นทางสู่ความว่างเปล่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!