เงาไม้ใต้แสงจันทร์: เส้นทางสู่ความว่างเปล่า•ตอนที่ 34

คำขอโทษต่อตัวเอง

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
“นายกำลังจะทิ้งอนาคตที่สร้างมาด้วยหยาดเหงื่อทั้งหมด เพื่อไปนั่งกอดเข่าดูหิ่งห้อยงี่เง่านี่น่ะหรือ รวิ?” เสียงของธันวาดังแทรกผ่านความเงียบงันในโถงห้องนั่งเล่นที่มืดสลัว รวิไม่ได้หันไปมอง เพื่อนสนิทของเขายืนถือแก้ววิสกี้ราคาแพงอยู่ในมุมมืด ราวกับเป็นเงาที่คอยกัดกินแสงสว่างเพียงน้อยนิดที่รวิพยายามก่อร่างสร้างขึ้นมาในจิตใจ รวิไม่ได้ตอบโต้ เขาเพียงแต่นั่งลงบนพื้นไม้กระดานที่เย็นเยียบ ค่อยๆ ถอดนาฬิกาข้อมือเรือนหรูออกวางไว้ข้างตัว มันเป็นนาฬิกาที่เขาเคยเชื่อว่าคือสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ แต่ในวินาทีนี้ เขากลับรู้สึกว่าเข็มนาฬิกาเหล่านั้นไม่ต่างอะไรกับโซ่ตรวนที่ผูกมัดหัวใจของเขาให้จมดิ่งลงสู่ความเร่งรีบที่ไร้จุดหมาย “ธันวา...” รวิเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าสั่นไหวอย่างยากจะควบคุม “นายเคยถามไหมว่า ทำไมร่างกายถึงต้องเตือนเราด้วยความเจ็บปวด? ไม่ใช่เพราะมันอยากประท้วง แต่เพราะมันทนรับความคาดหวังของนายและโลกใบนี้ไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว” ธันวาแค่นหัวเราะ กระดกเครื่องดื่มเข้าปาก “ความเจ็บปวดคือเชื้อเพลิงของความสำเร็จ คนอ่อนแอเท่านั้นที่เรียกมันว่าความล้มเหลว” รวิหลับตาลง ภาพเหตุการณ์นับพันครั้งที่เขาบังคับให้ตัวเองยิ้มทั้งที่หัวใจแตกสลายไหลผ่านเข้ามาในความนึกคิด เขาเคยมอบทุกอย่างให้งาน ให้ตำแหน่ง ให้ความยอมรับจากผู้คนรอบข้าง แต่เขากลับหลงลืมที่จะมอบความเมตตาให้กับ ‘คนคนหนึ่ง’ ที่แบกรับภาระหนักอึ้งที่สุด... ตัวเขาเอง เขาก้มลงมองมือของตนเองที่สั่นเทา ก่อนจะตัดสินใจทำในสิ่งที่ธันวาคงมองว่าไร้สติ รวิค่อยๆ คุกเข่าลงบนพื้นจนหน้าผากแตะสัมผัสกับพื้นไม้ที่เย็นชืด เขาไม่ได้กราบใครอื่นนอกจาก ‘หัวใจ’ ของตนเองที่เต้นแผ่วเบาอยู่ใต้หน้าอกซ้าย “ขอโทษนะ” รวิกระซิบ แผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความรู้สึกของตนเอง “ขอโทษที่บังคับให้เธอต้องแข็งแกร่งเกินกว่าที่เธอจะรับไหว ขอโทษที่ฉันใช้เธอเป็นเครื่องมือพิสูจน์คุณค่าของตัวเองมานานเกินไป... ขอบคุณที่ยังคงเต้นอยู่ ขอบคุณที่ยังไม่แตกสลายไปเสียก่อนที่จะได้พบกับความเงียบสงบนี้” หยดน้ำตาที่รวิพยายามกลั้นไว้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ร่วงหล่นลงบนพื้นไม้ไม้ทีละหยด ราวกับจะชำระล้างความรู้สึกผิดที่เกาะกินจิตวิญญาณมาเนิ่นนาน ในจังหวะนั้นเอง ธันวาที่กำลังจะเดินเข้ามาเพื่อเยาะเย้ยกลับหยุดชะงัก สีหน้าของเขามีความสับสนปนเปไปกับความหวาดหวั่นที่ยากจะนิยาม ราวกับว่าสิ่งที่รวิกำลังทำนั้นกำลังทำลายเกราะกำบังที่ธันวาใช้ป้องกันตัวเองมาตลอดชีวิต “นายมันบ้าไปแล้ว รวิ” ธันวาเค้นเสียงพูดด้วยความรำคาญใจ ทว่าเสียงของเขากลับสั่นพร่าอย่างเห็นได้ชัด “การยอมจำนนต่อตัวเองแบบนี้... มันก็แค่ทางออกของคนขี้แพ้” รวิดันตัวขึ้นนั่งช้าๆ ดวงตาของเขาฉายแววว่างเปล่าทว่ามั่นคงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาไม่โกรธเคืองถ้อยคำถากถางของธันวาอีกต่อไป เพราะเขารู้ดีว่า ธันวาก็เป็นเพียงคนคนหนึ่งที่กำลังตะเกียกตะกายหนีความว่างเปล่าในใจตนเองอย่างบ้าคลั่งเช่นกัน “ความแพ้ชนะน่ะหรือธันวา?” รวิยิ้มบางๆ ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่มาจากภายใน “มันก็แค่ภาพลวงตาที่เราวาดขึ้นเองไม่ใช่หรือ? สำหรับฉันตอนนี้... การได้เป็นเจ้าของหัวใจตัวเองอีกครั้ง คือชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่ฉันเคยได้รับมา” บรรยากาศในห้องเงียบสงัดจนได้ยินเสียงหัวใจของตนเอง รวิหันไปมองยายแสงที่มายืนอยู่หน้าประตูตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครทราบ หญิงชราไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่ขยับยิ้มที่มุมปากอย่างมีความหมาย มือของแกถือกระดาษแผ่นหนึ่งที่รวิจำได้แม่นว่าคือจดหมายจากบริษัทที่ธันวาเป็นตัวแทนส่งมาให้เขาเซ็นรับตำแหน่งใหม่ในต่างประเทศ ธันวาคว้าจดหมายจากมือยายแสงแล้วโยนลงบนโต๊ะไม้ “เซ็นมันซะ แล้วลืมเรื่องบ้าๆ ที่เพิ่งทำไปนี่เสีย ฉันมีตั๋วเครื่องบินเตรียมไว้ให้แล้ว พรุ่งนี้ตอนตีห้า เราจะออกไปจากนรกที่แกเรียกว่าความสงบสุขนี่” รวิมองจดหมายแผ่นนั้นสลับกับใบหน้าของเพื่อนสนิท ก่อนจะหันไปสบตาเรียบเฉยของยายแสง ยายแสงเดินเข้ามาใกล้ แล้ววางมือเหี่ยวย่นบนไหล่ของรวิเบาๆ “ต้นไม้ที่โตในกระถางทองคำอาจดูสวยงามในสายตาคนอื่น แต่หากรากแก้วของมันเน่าตายภายใน... มันก็เป็นได้แค่ซากพืชที่ประดับให้ห้องรับแขกดูหรูหราเท่านั้นนะพ่อหนุ่ม” รวิสูดหายใจเข้าลึกๆ เขาหยิบปากกาที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา ความหนักอึ้งในมือราวกับเข็มนาฬิกาที่เขาเพิ่งถอดออกไป เขาจรดปลายปากกาลงบนกระดาษ ท่ามกลางสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวังของธันวาและความสงบนิ่งของยายแสง แต่ในวินาทีที่ปลายปากกาจะแตะลงบนกระดาษ เสียงโทรศัพท์มือถือของธันวาก็ดังขัดจังหวะขึ้นมาอย่างรุนแรง ธันวาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากมั่นใจกลายเป็นซีดเผือดทันทีที่เห็นชื่อผู้โทร เขาจ้องมองหน้าจออยู่นานก่อนจะหันมามองรวิด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง “รวิ...” ธันวาเสียงสั่น “คนที่เรากำลังหนี... เขาเพิ่งส่งข้อความมาบอกว่า เขาพบความลับที่แกซ่อนไว้ในบัญชีบริษัทเก่าแล้ว” รวิชะงัก ปากกาในมือร่วงหล่นลงบนพื้นไม้เกิดเสียงดังชัดเจน ความเงียบที่เขาเพียรพยายามสร้างขึ้นมาเพื่อเยียวยาหัวใจ กลับถูกความจริงบางอย่างที่เขาคิดว่าทำลายไปแล้วพุ่งเข้าชนอย่างจัง และดูเหมือนว่า... สิ่งที่เขาเคยกราบขอโทษตัวเองไปเมื่อครู่ จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของพายุใหญ่ที่เขายังไม่พร้อมจะเผชิญ ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความเปราะบางของรวิในตอนนี้นะคะ ต้นไม้ริมระเบียง
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ใต้แสงจันทร์: เส้นทางสู่ความว่างเปล่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%