"นายยังไม่เลิกทำตัวเป็นเด็กอมมือที่ชอบเล่นซ่อนแอบกับโชคชะตาอีกหรือไง รวิ!"
เสียงของธันวาดังแทรกความเงียบงันในโถงบ้านไม้เก่า ร่างสูงในชุดสูทราคาแพงที่ดูขัดกับบรรยากาศของเรือนไม้ชายป่าก้าวเข้ามาโดยไม่รอการเชื้อเชิญ รอยเปื้อนดินบนปลายรองเท้าหนังขัดมันคือหลักฐานชั้นดีว่าเขาเพิ่งผ่านการเดินทางอันหนักหน่วงมาจากหุบเขาที่เพิ่งถล่มลงมาเมื่อครู่
รวิที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หวายตัวเก่าในมุมมืดของห้อง ค่อยๆ วางถ้วยชาเซรามิกที่รอยร้าวบนเนื้อผิวเล่าเรื่องราวความเก่าแก่ลงบนโต๊ะไม้ เขาไม่หันไปมองแขกผู้มาเยือน ดวงตายังคงจับจ้องไปที่แสงจันทร์ที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้สลักลงมาเป็นเส้นสายราวกับกรงขังที่มองไม่เห็น
"นายเกือบตาย... ธันวา" รวิเอ่ยเสียงเรียบ ความเย็นชาในน้ำเสียงไม่ได้เกิดจากความโกรธ แต่มันคือความว่างเปล่าที่ก่อตัวขึ้นหลังจากเขาเห็นหีบไม้นั่นร่วงหล่นลงไปในรอยแยกของผืนดิน
"ความตายมันก็แค่คำขู่ที่คนขี้ขลาดใช้หลอกตัวเอง" ธันวาแค่นหัวเราะพลางเดินวนรอบห้อง สายตาสำรวจข้าวของเครื่องใช้ในบ้านรวิด้วยความเวทนา "นายหนีจากความคาดหวังของพ่อ นายหนีจากตำแหน่งซีอีโอที่ทุกคนใฝ่ฝัน มานั่งจิบชาบูดๆ ในกระท่อมผุพังนี่น่ะเหรอ นี่คือความสำเร็จที่นายเลือกงั้นสิ?"
รวิลุกขึ้นยืนช้าๆ เขาขยับตัวราวกับว่ากระดูกทุกข้อกำลังส่งเสียงเตือนถึงความล้าที่สั่งสมมาตลอดชีวิตการทำงานที่ผ่านมา "ความสำเร็จที่นายว่า มันคือโซ่ตรวนที่นายเต็มใจสวมมันไว้ไม่ใช่หรือไง ธันวา? นายมาที่นี่ไม่ได้ต้องการช่วยฉันหรอก นายแค่ต้องการหีบใบนั้น เพราะนายรู้ว่าหากไม่มีมัน นายก็เป็นแค่เงาที่ไม่มีตัวตนในโลกธุรกิจที่นายพยายามสร้างขึ้นมา"
ธันวาหยุดเดิน เขาหันมาเผชิญหน้ากับรวิ ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธที่ถูกแทงใจดำ "ฉันทำทุกอย่างเพื่อรักษาอำนาจ เพื่อไม่ให้ทุกอย่างที่สร้างมาพังทลาย! แต่ดูนายสิ... นายทิ้งทุกอย่าง ทิ้งแม้กระทั่งศักดิ์ศรีของตระกูลเพียงเพื่อมาเป็นฤษีเฝ้าป่าเน่าๆ นี่!"
"ศักดิ์ศรีที่ต้องแลกด้วยการขายวิญญาณตัวเอง มันไม่ใช่ศักดิ์ศรีหรอก มันคือภาระ" รวิเดินไปที่หน้าต่าง เขาเห็นเงาร่างของยายแสงยืนเด่นอยู่ใต้ต้นไทรใหญ่หน้าบ้าน หญิงชราไม่ได้ขยับเขยื้อน ราวกับกำลังเฝ้ามองฉากละครที่กำลังจะถึงจุดแตกหัก เธอไม่ได้ดูตกใจกับการมาของธันวา ราวกับว่าเหตุการณ์นี้คือสิ่งที่ถูกเขียนไว้ในตำราชีวิตที่เธออ่านจบไปนานแล้ว
"ฉันไม่สนปรัชญาบ้าๆ ของนาย" ธันวาคว้าคอเสื้อรวิไว้แน่น แรงบีบที่ส่งผ่านมือมาทำให้รวิสัมผัสได้ถึงความสั่นเทาที่ธันวาพยายามปิดบัง "บอกมา... หีบใบนั้นอยู่ที่ไหน? อย่าคิดว่ารอยแยกของดินจะพรากมันไปจากฉันได้ ฉันรู้ว่านายเป็นคนเอาไป"
รวิก้มมองมือที่บีบคอเสื้อของเพื่อนเก่า สายตาของเขาอ่อนโยนลงอย่างน่าประหลาด แทนที่จะต่อสู้ขัดขืน เขากลับยกมือขึ้นวางบนข้อมือของธันวาแผ่วเบา "ธันวา... นายลองฟังเสียงป่าคืนนี้สิ นายได้ยินอะไรไหม?"
ธันวาชะงัก ลมหายใจหอบถี่ของเขากระทบเข้ากับความเงียบงันของห้อง ความเงียบที่ไม่มีเสียงแอร์ ไม่มีเสียงแจ้งเตือนของสมาร์ทโฟน มีเพียงเสียงลมหายใจของกันและกัน และเสียงแมลงกลางคืนที่เต้นรำไปตามจังหวะของความมืด
"มันไม่ใช่เสียงความล่มสลายหรอกนะ แต่มันคือเสียงของการปล่อยวาง" รวิกระซิบ "นายไม่ได้ต้องการหีบใบนั้นเพื่อเอาชนะใคร นายแค่กลัวว่าถ้าไม่มีมัน นายก็ไม่มีอะไรเหลือให้เป็นตัวตนอีกต่อไป"
ทันใดนั้นเอง ประตูบ้านที่เปิดทิ้งไว้ก็ถูกผลักเข้ามาด้วยแรงลมพายุที่ก่อตัวขึ้นกะทันหัน หนังสือเก่าๆ บนชั้นวางร่วงหล่นลงพื้นราวกับว่าบ้านกำลังจะถล่มลงมาอีกครั้ง ธันวาผละออกด้วยความตกใจ แต่เขากลับต้องแข็งทื่อเมื่อเห็น 'ใครบางคน' ยืนอยู่ที่หน้าประตูท่ามกลางเงามืดของพายุ
ไม่ใช่คนในหมู่บ้าน และไม่ใช่ชาวป่าที่เขาคุ้นเคย
ร่างนั้นสวมชุดสูทสีเทาเรียบกริบเช่นเดียวกับธันวา แต่ใบหน้ากลับดูเรียบเฉยไร้ความรู้สึก ราวกับรูปปั้นที่หลุดออกมาจากนิตยสารธุรกิจเล่มโปรดของเขาเมื่อหลายปีก่อน ร่างนั้นก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว ความกดอากาศในห้องเปลี่ยนไปจนรวิรู้สึกหายใจลำบาก
"ผมมาตามหาของที่ถูกลืมครับ คุณรวิ" ชายแปลกหน้าเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเรียบสนิทจนน่าขนลุก แต่สิ่งที่ทำให้ธันวาหน้าถอดสีไม่ใช่เสียงของชายคนนั้น หากแต่เป็น 'สิ่ง' ที่ชายแปลกหน้าถืออยู่ในมือข้างขวา
หีบไม้ใบเล็กที่ร่วงลงไปในรอยแยกของผืนดิน... บัดนี้มันกลับมาอยู่ในมือของชายคนนี้ พร้อมกับรอยเปื้อนดินที่ดูเหมือนจะยังมีควันจางๆ ลอยกรุ่นออกมา ราวกับมันเพิ่งถูกขุดขึ้นมาจากนรก!
ธันวาหันไปมองรวิด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะพึมพำออกมาประโยคหนึ่งที่ทำให้รวิใจหายวาบ "รวิ... คนคนนี้ไม่ได้มาเพื่อทวงคืนหีบหรอก แต่มันมาเพื่อทวงสัญญาที่นายเคยเซ็นไว้กับบริษัท... ก่อนที่นายจะหนีมาที่นี่"
และในวินาทีที่ชายชุดเทาเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาไม่มีลูกตาดำ มีเพียงสีเงินสะท้อนแสงจันทร์ราวกับกระจกบานใหญ่ที่ฉายภาพอดีตอันโหดร้ายของรวิให้ปรากฏชัดขึ้นกลางอากาศ
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านบรรทัดเหล่านี้ไปกับต้นไม้ริมระเบียงนะคะ
เงาไม้ใต้แสงจันทร์: เส้นทางสู่ความว่างเปล่า•ตอนที่ 21
ความคาดหวังที่ตามมา
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ใต้แสงจันทร์: เส้นทางสู่ความว่างเปล่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!