"ความทรงจำไม่ใช่สิ่งที่ไว้ให้เราครอบครองหรอกนะรวิ แต่มันคือสิ่งที่เราต้องเรียนรู้ที่จะวางลง... เหมือนวางถ้วยชาที่รินจนล้นเกินไป"
เสียงแหบพร่าของยายแสงดังก้องขึ้นในโสตประสาทของรวิ ท่ามกลางภาพนิมิตที่ยังคงหมุนคว้างเหมือนพายุที่ซัดสาดเข้าสู่สมอง หีบไม้ขนาดเล็กในมือเขาสั่นเทา รวิทรุดเข่าลงกับพื้นดินเย็นชืด กลิ่นอายของไม้สนเก่าและฝุ่นผงที่อบอวลอยู่ในอากาศยามค่ำคืนไม่ได้ทำให้เขารู้สึกสงบเหมือนเช่นเคย แต่มันกลับทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกดึงเข้าไปในหลุมดำที่ไร้ก้นบึ้ง
รวิหลับตาแน่น กัดฟันจนกรามขึ้นสันนูน ภาพที่วิ่งผ่านตาไม่ใช่ภาพการประชุมที่หรูหราหรือตึกสูงระฟ้าที่เขาเคยภาคภูมิใจ แต่มันคือภาพของตัวเขาเองในวัยเด็ก ที่ยืนอยู่กลางสายฝนหน้าบ้านที่ไม่มีใครเปิดประตูรับ ภาพของความพยายามที่จะเป็น 'สมบูรณ์แบบ' เพื่อให้ใครสักคนหันมามอง... ความทรงจำเหล่านั้นไม่ใช่ของเขาเพียงคนเดียว แต่มันคือเศษเสี้ยวของมนุษย์ทุกคนที่เคยผ่านเข้ามาในวงจรแห่งความคาดหวังนี้
"นายจะถือมันไว้อีกนานไหม?"
น้ำเสียงเยือกเย็นของธันวาดังขึ้นจากความมืด รวิลืมตาขึ้นช้าๆ เห็นธันวายืนกอดอกอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว แสงจันทร์ตกกระทบบนใบหน้าของเพื่อนสนิทที่ดูบิดเบี้ยวด้วยความสมเพช "ฉันบอกแล้วไงว่าการมาที่นี่มันคือความผิดพลาดของนาย นายกำลังกลายเป็นคนขี้แพ้ที่เอาแต่นั่งฝันเฟื่องอยู่ในป่าหลังเขานี่"
รวิไม่ได้ตอบทันที เขาค่อยๆ คลายมือที่กำหีบไม้แน่นออก สัมผัสถึงลวดลายสลักที่เป็นเอกลักษณ์เดียวกับกุญแจในมือ ความเจ็บปวดจากการรื้อฟื้นอดีตค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ มันไม่ใช่ความว่างเปล่าที่น่ากลัว แต่มันคือความว่างเปล่าที่ทำให้เขามองเห็นความเป็นไปของชีวิตชัดเจนขึ้น
"ธันวา..." รวิเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาราบเรียบ แววตาที่เคยหวั่นไหวกลับนิ่งสงบดั่งผิวน้ำที่ไม่มีลมพัดผ่าน "นายกำลังโกรธ... โกรธที่ฉันไม่ต้องมีเครื่องประดับราคาแพงพวกนั้นมาเป็นเครื่องยืนยันตัวตนเหมือนนายใช่ไหม?"
ธันวาชะงักไป ดวงตาคู่คมวูบไหวเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะฉายแววอาฆาต "อย่ามาพูดจาสวยหรูใส่ฉัน นายก็แค่หนี! หนีความรับผิดชอบ หนีความจริงที่ว่าโลกนี้มันไม่มีที่ยืนให้คนที่ล้มเหลวแบบนาย"
"ล้มเหลว?" รวิยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ธันวาต้องขมวดคิ้ว "ใครเป็นคนกำหนดเกณฑ์ความสำเร็จนั้นล่ะ? นายหรือคนที่อยู่เบื้องหลังนาย? ฉันเหนื่อยมาตลอดสามสิบสองปีเพื่อจะเป็นหุ่นเชิดที่มีความสุขที่สุดในห้องประชุม แต่ในคืนนี้... เมื่อฉันได้สัมผัสสิ่งที่อยู่ในนี้" เขายกหีบไม้ขึ้นเล็กน้อย "ฉันถึงได้รู้ว่า สิ่งที่ฉันต้องการไม่ใช่การเป็นผู้ชนะในสายตาคนอื่น แต่คือการได้รู้จักตัวเอง... แม้ตัวตนนั้นจะไม่มีอะไรเหลือให้ใครจดจำเลยก็ตาม"
รวิลุกขึ้นยืนช้าๆ ความเจ็บปวดที่ขาจากการทรุดตัวไม่ได้ทำให้เขารู้สึกท้อถอย เขามองผ่านไหล่ธันวาไปยังเงาไม้ที่ไหวเอนตามแรงลม ชีวิตของเขาต่อจากนี้ไม่ใช่การแสวงหาคำตอบที่ยิ่งใหญ่ แต่เป็นการยอมรับทุกจังหวะของการหายใจ การหายใจที่ไร้ซึ่งแรงกดดันจากคาดหวังของสังคม
"ฉันยอมรับแล้ว" รวิพูดเบาๆ แต่มั่นคง "ฉันยอมรับสถานะที่เป็นอยู่นี้ ทั้งความไร้ชื่อเสียง ทั้งความโดดเดี่ยว และความจริงที่ว่า ฉันไม่จำเป็นต้องกลับไปเป็นรวิคนเดิมเพื่อใครอีก"
ธันวาขบกรามแน่น มือของเขาคว้าหมับเข้าที่คอเสื้อของรวิ แรงกระชากนั้นหนักหน่วง แต่รวิกลับไม่คิดที่จะตอบโต้ เขาเพียงแค่จ้องมองเข้าไปในดวงตาของเพื่อนสนิทที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าไม่แพ้กัน
"นายทำลายทุกอย่างไม่ได้หรอกรวิ! ถ้าฉันพานายกลับไปไม่ได้ ฉันก็จะทำให้ที่นี่ไม่เหลืออะไรให้เข้านายยึดเหนี่ยวอีกต่อไป!"
ธันวาปล่อยมือพร้อมกับหันไปหยิบโทรศัพท์เครื่องหรูออกจากกระเป๋า กดรัวเร็วด้วยความโกรธเกรี้ยว รวิไม่ได้ห้าม เขาเพียงแค่เฝ้ามองท่ามกลางความมืดมิดที่ค่อยๆ คลี่คลายออก แสงจันทร์สว่างจ้าขึ้นจนเผยให้เห็นร่างของชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งที่เดินออกมาจากแนวไม้ด้านหลังธันวา พวกเขาไม่ใช่ชาวบ้านในละแวกนี้ และแววตาของพวกเขาก็ไม่ใช่ของคนที่มาเพื่อหาความสงบ
ทว่าในวินาทีที่กลุ่มคนเหล่านั้นก้าวเข้ามาใกล้ รวิกลับก้าวถอยหลังไปเพียงก้าวเดียว แล้ววางหีบไม้ใบนั้นลงบนรากไม้ใหญ่ที่โผล่พ้นดินขึ้นมาอย่างแผ่วเบา เสียงของหนักกระทบกับไม้ดังสะท้อนกังวานไปทั่วป่า ราวกับเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ไม่มีใครคาดคิด
ธันวาชะงักกึก สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากความโกรธเป็นความหวาดกลัวอย่างกะทันหันเมื่อเห็นสิ่งที่รวิทำ
"นาย... นายทำอะไรลงไป! นั่นมันกล่องของบรรพบุรุษ!"
รวิหันมามองธันวาด้วยสายตาที่ลุ่มลึกและแฝงความหมายบางอย่างที่ทำให้คนมองต้องสะท้านไปถึงกระดูก "ของที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของแท้จริง ไม่สมควรถูกครอบครองโดยใครทั้งนั้น ธันวา... สิ่งที่นายกลัวที่สุด ไม่ใช่การที่ฉันไม่กลับไป แต่มันคือการที่นายได้เห็นว่า สิ่งที่นายไขว่คว้ามาทั้งชีวิต แท้จริงแล้วมันไม่มีอะไรอยู่ในนั้นเลยนอกจากความว่างเปล่า"
ทันใดนั้นเอง ผืนดินใต้รากไม้ที่วางหีบไม้ก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับว่าป่าทั้งป่ากำลังขานรับการตัดสินใจของรวิ เสียงแตกหักของกิ่งไม้ดังก้องไปทั่วทิศทาง และก่อนที่ธันวาจะทันได้เอื้อมมือไปคว้าหีบใบนั้น พื้นดินตรงหน้าเขาก็แยกออกเป็นรอยแยกมืดมิดที่กลืนกินทุกอย่างลงไปทันตาเห็น!
จากใจต้นไม้ริมระเบียง: หวังว่าการเดินทางของรวิในบทนี้จะทำให้รี้ดเดอร์ได้ฉุกคิดถึงความหมายของความสมบูรณ์แบบนะคะ
เงาไม้ใต้แสงจันทร์: เส้นทางสู่ความว่างเปล่า•ตอนที่ 20
จบบทนำแห่งการหลบหนี
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ใต้แสงจันทร์: เส้นทางสู่ความว่างเปล่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!