กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณผสมผสานกับกลิ่นคาวสนิมเหล็กจางๆ ลอยอวลอยู่ในห้องใต้ดินทึบแสง แสงคบเพลิงสีส้มวับแวมสะท้อนบนใบหน้าของรวิศ ผู้ยืนนิ่งสงสงบดั่งรูปสลักหินอ่อน ดวงตาคมกริบกวาดมองเอกสารตราประทับราชการนับร้อยฉบับที่กองระเกะระกะอยู่เบื้องหน้า—หลักฐานชิ้นสำคัญที่เคยถูกฝังกลบเพื่อทำลายล้างตระกูลของเขาให้ดับสูญเมื่อหลายปีก่อน
"ท่านรวิศ... ทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อยตามประสงค์แล้วขอรับ" เสียงกระซิบแหบพร่าขององครักษ์เงาดังขึ้น พร้อมกับการทรุดกายลงคุกเข่า
รวิศไม่ได้เอ่ยคำใด เขาเพียงแต่ยื่นปลายนิ้วเรียวยาวไปสัมผัสรอยประทับครั่งสีชาดบนแผ่นกระดาษแผ่นหนึ่ง รอยประทับรูปหงส์คาบดาบ—ตราสัญลักษณ์ประจำตัวของอัครเดช มิตรแท้ผู้ซ่อนยาพิษไว้ใต้รอยยิ้มอุ่นซ่าน ความทรงจำในวันที่ตระกูลของเขาถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏ ภาพมารดาที่สิ้นใจด้วยความตรอมใจ และบิดาที่ถูกลากตัวไปประหารอย่างไร้ความยุติธรรมไหลวนกลับเข้ามาในห้วงคำนึง ราวกับไฟโหมกระหน่ำที่ถูกเติมเชื้อเพลิง ทว่าใบหน้าของเขากลับยิ่งเยียบเย็นลง ไร้ซึ่งร่องรอยของความตื่นตระหนก มีเพียงความนิ่งงันดั่งห้วงมหาสมุทรลึกที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง
ในขณะเดียวกัน ณ ตำหนักจันทร์กระจ่าง ท่ามกลางม่านไหมสีมุกที่พลิ้วไหวตามแรงลมราตรี อัครเดชกำลังจิบสุราชั้นดีจากจอกหยกขาว รอยยิ้มพึงใจระบายอยู่บนริมฝีปากหยักลึก เขาเชื่อมั่นมาตลอดว่าก้นบึ้งของอดีตถูกฝังกลบอย่างไร้ร่องรอยใต้หลุมศพของคนตระกูลรวิศ ไม่มีทางที่ความลับเรื่องการปลอมแปลงราชโองการเมื่อเจ็ดปีก่อนจะถูกขุดคุ้ยขึ้นมาได้อีก ทว่าความรู้สึกหนาวเยือกที่แล่นริ้วขึ้นมาตามสันหลังอย่างไร้สาเหตุ กลับทำให้มือที่ถือจอกหยกสั่นไหวไปชั่วขณะ
"มีรายงานจากห้องเก็บเอกสารหลวงหรือไม่?" อัครเดชเอ่ยถามเสียงเรียบ ทว่าแฝงความระแวง
"เรียนใต้เท้า ทุกอย่างยังคงสงบเรียบร้อยดีพ่ะย่ะค่ะ ไม่มีผู้ใดกล้ากรายกล้ำเข้าไปใกล้เขตหวงห้ามนั้น" บ่าวรับใช้รีบก้มหน้าตอบ
อัครเดชแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เขาตบโต๊ะเบาๆ เป็นจังหวะ "ดี... หากพวกมันยังฝังอยู่ใต้ดิน ก็ปล่อยให้เน่าเปื่อยไปเสียให้หมด ความจริงที่ไร้หลักฐาน ก็เป็นได้เพียงแค่นิทานหลอกเด็กเท่านั้นแหละนะ"
ทว่า... อัครเดชกลับหลงลืมไปเสียสนิทว่า บางครั้ง "ความจริง" ไม่จำเป็นต้องรอให้คนขุดขึ้นมาเสมอไป หากแต่มันถูกนำกลับมาวางไว้บนโต๊ะทำงานขององค์จักรพรรดิด้วยพระองค์เองแล้วต่างหาก!
ณ ท้องท้องพระโรงใหญ่ในยามรุ่งสาง บรรยากาศกดดันจนแทบหยุดหายใจ ขุนนางน้อยใหญ่ต่างยืนก้มหน้าเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าส่งเสียงแม้แต่คนเดียว เมื่อร่างระหงของรวิศก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคงและสง่างาม อาภรณ์สีดำปักลายด้ายเงินสะท้อนแสงไฟระยิบระยับ ทุกย่างก้าวเปี่ยมด้วยพลังอำนาจที่กดขี่ผู้คนรอบข้างให้ต้องยอมสยบ
ในมือของรวิศไม่ได้ถืออาวุธใดๆ มีเพียงหีบไม้เนื้อหอมสลักลวดลายวิจิตรบรรจงหีบเดียว—หีบที่บรรจุประวัติศาสตร์บทมืดที่ตระกูลอัครเดชพยายามปกปิดมาตลอดชีวิต
"ฝ่าบาท..." รวิศคุกเข่าลงทำความเคารพอย่างงดงามและถูกต้องตามธรรมเนียมทุกกระเบียดนิ้ว น้ำเสียงกังวานใสดังก้องไปทั่วท้องพระโรง "กระหม่อมนำความสัตย์จริงที่ถูกฝังกลบมาทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อคืนความยุติธรรมให้แก่ดวงวิญญาณนับร้อยที่ต้องตายอย่างอยุติธรรมพ่ะย่ะค่ะ"
อัครเดชที่ยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มขุนนางพลันหน้าถอดสี ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกยามเมื่อเห็นหีบไม้ใบนั้น ร่างกายของเขาสั่นเทิ้มอย่างควบคุมไม่ได้ ความมั่นใจทั้งหมดพังทลายลงในพริบตา เมื่อรวิศค่อยๆ เปิดฝาหีบออก เผยให้เห็นเอกสารต้นฉบับที่มีลายมือและตราประทับของเขาเองหราอยู่บนนั้น—หลักฐานมัดตัวที่ดิ้นไม่หลุดและไม่มีวันแก้ตัวได้พ้น
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่องค์จักรพรรดิจะทรงกริ้วจนพระHสัตย์สั่น ทรงตบพระหัตถ์ลงบนบัลลังก์เสียงดังสนั่นหวั่นไหว
"อัครเดช! เจ้ามีอะไรจะแก้ตัวกับหลักฐานชิ้นนี้หรือไม่!"
อัครเดชทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นศิลาเย็นเฉียบ เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มใบหน้าซีดเผือด รอยยิ้มอันอบอุ่นที่เคยใช้หลอกลวงผู้คนบัดนี้บิดเบี้ยวจนน่าเกลียด เขาเงยหน้าขึ้นหมายจะกล่าวแก้ตัว ทว่าเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่คมของรวิศที่มองลงมา ราวกับเขากำลังมองดูมดปลวกตัวหนึ่งที่กำลังจะถูกบดขยี้ให้แหลกคามือ รวิศไม่ได้แม้แต่จะยิ้มเยาะ มีเพียงแววตาที่เยือกเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลกที่สะท้อนภาพความพินาศย่อยยับของศัตรู
เกมกระดานนี้... หมากตัวสำคัญได้ถูกเดินลงไปอย่างไร้ช่องโหว่แล้วค่ะ
ทว่า... ในวินาทีที่ทุกคนคิดว่าเกมกำลังจะจบลงด้วยชัยชนะอันเด็ดขาดของรวิศนั้น เสียงปรบมือช้าๆ และกังวานใสราวกับเสียงกระดิ่งเงินก็ดังขึ้นจากเบื้องหลังม่านมุกของท้องพระโรง ร่างสูงโปร่งในอาภรณ์สีทองอร่ามขององค์ชายรองผู้เก็บตัวเงียบมานานนับปีค่อยๆ ก้าวออกมา พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของรวิศต้องกระตุกวูบอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
"ช่างเป็นเกมการแก้แค้นที่งดงามยิ่งนัก... ท่านรวิศ" องค์ชายรองเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟัง ทว่าแฝงไปด้วยความอันตรายที่ชวนให้ขนลุกซู่ "แต่ท่านแน่ใจหรือว่า... เอกสารในหีบนั้น คือความจริงทั้งหมดของเรื่องราวนี้จริงๆ?"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมดื่มด่ำกับบทเพลงแห่งการล้างแค้นอันวิจิตรนี้ด้วยกันนะคะ มนตรากรรมสะท้อนสัญญาว่าจะพาทุกท่านไปร่วมพลิกปมสุดท้ายที่สะเทือนถึงบัลลังก์มังกรในตอนหน้าอย่างคุ้มค่าการรอคอยแน่นอนค่ะ
หมากรุกกระดานสุดท้ายกับกาลเวลาที่หวนคืน•ตอนที่ 15
ควันหลงจากอดีต
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากรุกกระดานสุดท้ายกับกาลเวลาที่หวนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!