กลิ่นอายจางๆ ของชาผู่เอ่อร์หมักบ่มข้ามทศวรรษลอยอบอวลอยู่เบื้องหน้า ทว่ามันกลับเจือจางจนแทบจะถูกกลบด้วยกลิ่นคาวสนิมเหล็กจางๆ ที่โชยมาจากคมดาบในฝักทองคำประดับทับทิม ซึ่งวางพาดอยู่บนตั่งไม้แกะสลักอย่างจงใจ
รวิศไม่ได้แยแสต่อความกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของบุรุษผู้ครองตำแหน่งอัครเสนาบดี ดวงตาคมกริบดั่งใบมีดซ่อนเร้นในฝักแพรไหมทอดมองละอองไอร้อนที่ระเหยขึ้นจากถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่บนโต๊ะ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเยียบเย็น ในขณะที่นิ้วเรียวยาวดุจลำหงส์เคาะเบาๆ ลงบนพนักเก้าอี้ เป็นจังหวะเดียวกับเสียงหัวใจของใครบางคนในห้องโถงกว้างนี้ที่กำลังเต้นเร่าด้วยความหวาดหวั่น
"ท่านพี่อัครเดช... ชาจอกนี้ ช่างรสชาติลึกล้ำยิ่งนัก" เสียงหวานใสทว่าราบเรียบราวน้ำแข็งขั้วโลกเอื้อnออกไป รวิศจงใจเลือกใช้สรรพนามที่เคยสนิทสนมเพื่อกรีดแทงหัวใจอีกฝ่ายอย่างเลือดเย็น "น่าเสียดาย หากดื่มไม่หมดตั้งแต่ที่มันยังอุ่น เกรงว่าฤทธิ์ยาที่หมอหลวงปรุงขึ้น... อาจเปลี่ยนรสชาติจนกลายเป็นยาพิษร้ายแรงไปเสียก่อน"
อัครเดชชะงักมือที่กำลังจะหยิบจอกชาขึ้นมา รอยยิ้มอบอุ่นที่เคยใช้หลอกลวงผู้คนมาค่อนแผ่นดินบิดเบี้ยวไปเล็กน้อย ดวงตาคมกวาดมองรวิศด้วยความระแวงระวังผสมความเคียดแค้นชิงชังที่ไม่อาจปิดมิด ภายใต้เสื้อคลุมปักลายมังกรห้าเล็บที่ได้รับพระราชทานมาอย่างไม่สมภาคภูมิ อัครเดชกำลังสั่นเทาด้วยทางสองแพร่งที่ถูกบีบให้เลือก
กระดานหมากนี้ไม่ได้เดินด้วยตัวหมาก ทว่าเดินด้วยลมหายใจ
"เจ้ารู้ตัวไหมรวิศ ว่าเจ้ากำลังเล่นกับไฟกองใหญ่แค่ไหน" อัครเดชเค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงทุ้มต่ำพยายามรักษามาดมั่นคง แต่มือที่กำด้ามพัดหยกสั่นเทาจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน "การใส่ร้ายอดีตกองปราบฯ เช่นเจ้าไม่ใช่เรื่องยากในราชสำนัก เหตุใดจึงยังดึงดันจะเอาชีวิตข้าให้ได้ ทั้งที่เจ้าก็รู้ว่าราชโองการฉบับนั้น... อยู่ในมือผู้ใด"
"ราชโองการที่ท่านได้มาด้วยหยาดเลือดของบิดาข้ากระนั้นหรือ?" รวิศทวนคำ รอยยิ้มจางหายไปจากใบหน้า เหลือเพียงความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าพายุโหมกระหน่ำ ร่างระหงลุกขึ้นยืนช้าๆ อาภรณ์ไหมสีนิลสะท้อนแสงไฟจากคบเพลิงวับวาม นางก้าวเข้าไปหาอัครเดชทีละก้าวอย่างมั่นคง ราวกับพญายมที่กำลังเดินมาทวงหนี้ชีวิต "ท่านมีเวลาอีกเพียงหนึ่งก้านธูปเท่านั้น อัครเดช... เลือกระหว่างกราบทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทสารภาพความผิดทั้งหมดด้วยตนเอง เพื่อรักษาเกียรติยศของตระกูลขุนนางใหญ่เอาไว้ หรือจะรอให้ข้าเป็นผู้ลากตัวท่านออกไปประจานต่อหน้าขุนนางทั่วทั้งท้องพระโรง ในฐานะกบฏผู้ทรยศแผ่นดิน"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องโถงกว้างจนได้ยินเสียงหยดน้ำจากชายคาด้านนอก
เกียรติยศ... หรือการรอดชีวิต?
สำหรับบุรุษผู้ทะเยอทะยานจนยอมขายวิญญาณให้อำนาจอย่างอัครเดชแล้ว การสูญเสียเกียรติยศและศักดิ์ศรี ย่อมเจ็บปวดทรมานยิ่งกว่าการถูกควักหัวใจออกมาสดๆ แต่หากเลือกที่จะดึงดันสู้ต่อ รวิศในยามนี้ไม่ใช่บัณฑิตอ่อนต่อโลกคนเดิมอีกต่อไป นางคืองูพิษที่ซ่อนพิษร้ายไว้รอวันฉกกัด และหลักฐานทั้งหมดที่นางถือครองอยู่ ก็เพียงพอที่จะทำให้โคตรเหง้าของอัครเดชถูกประหารเจ็ดชั่วโคตร
เหงื่อกาฬผุดซึมเต็มกรอบหน้าของอัครเดช ดวงตาแดงก่ำด้วยความคับแค้นใจ เขาไม่เคยคิดเลยว่าสตรีที่เขาเคยเหยียบย่ำให้จมดิน จะกลับกลายมาเป็นผู้ถือเชือกประหารชีวิตเขาไว้ในกำมือเช่นนี้
"เจ้ามันปีศาจ... รวิศ เจ้าไม่ใช่คน!" อัครเดชคำรามลั่นด้วยความจนตรอก เขากวาดตามองรอบกาย เผื่อว่าจะมีกองกำลังลับของตนเข้ามาช่วยเหลือ ทว่าภายนอกกลับเงียบสงบราวกับป่าช้า ไร้ซึ่งเงาขององครักษ์แม้แต่ผู้เดียว
"ปีศาจตนนี้... ก็ถือกำเนิดขึ้นจากน้ำมือของท่านมิใช่หรือ?" รวิศโน้มตัวลงกระซิบชิดริมหูของอัครเดช กลิ่นหอมเย็นประหลาดจากกายสาวลอยเข้าจมูก พร้อมกับคำพิพากษาเด็ดขาดที่ดังขึ้นแผ่วเบา "หมดเวลาแล้ว... ท่านอัครเดช"
อัครเดชทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นพรมปักลาย หัตถ์ที่เคยชี้สั่งประหารผู้คนสั่นระริกขณะเอื้อมไปหยิบราชโองการสารภาพบาปที่วางอยู่บนโต๊ะ ปากเม้มแน่นจนห่อเลือด ความพ่ายแพ้แผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูขุมขน
ทว่า ในวินาทีที่ปลายพู่กันจุ่มหมึกดำกำลังจะจรดลงบนกระดาษเพื่อแลกเกียรติยศเฮือกสุดท้ายกับการมีชีวิตรอด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยนายก็ดังกระหึ่มขึ้นที่หน้าประตูเรือน พร้อมกับเสียงประกาศก้องกังวานที่ทำให้เลือดในกายของรวิศเย็นเฉียบลงชั่วขณะ
"พระราชโองการด่วนจากองค์จักรพรรดิ... เสด็จ!"
ประตูไม้สักทองถูกถีบกระเด็นหลุดจากบานพับด้วยแรงมหาศาล ร่างสูงสง่าในชุดฉลององค์เต็มยศขององค์ชายสามก้าวเข้ามาพร้อมกับกระบี่อาญาสิทธิ์ในมือ ดวงตาคมกริบกวาดมองภาพเหตุการณ์เบื้องหน้า ก่อนจะหยุดอยู่ที่รอยยิ้มที่แข็งค้างบนใบหน้าของรวิศ
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินหมากตานี้ไปพร้อมกับรวิศนะคะ มนตรากรรมสะท้อนสัญญาว่าจะถ่ายทอดทุกความแค้นให้เข้มข้นถึงใจที่สุดค่ะ
หมากรุกกระดานสุดท้ายกับกาลเวลาที่หวนคืน•ตอนที่ 11
กรงขังที่มองไม่เห็น
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากรุกกระดานสุดท้ายกับกาลเวลาที่หวนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!