หมากรุกกระดานสุดท้ายกับกาลเวลาที่หวนคืน•ตอนที่ 2

บันทึกเงาที่ถูกเผาไหม้

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
กลิ่นหอมกรุ่นของชาไป๋ฮ่าวอิ่นเจินถูกความเย็นเยียบของห้องใต้ดินเรือนพักแรมหลวงกลบจนแทบไม่เหลือซาก รวิศนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์แกะสลัก ดวงตาคมกริบกวาดมองกองขี้เถ้าสีเทาหม่นที่ยังคงคุกรุ่นอยู่เบื้องหน้า กองขี้เถ้ากองนี้คือหลักฐานชิ้นสำคัญ—คือบัญชีลับการเงินที่เชื่อมโยงเส้นทางส่วยของกรมสนธิและตระกูลอัครเดช ซึ่งถูกเผาทำลายไปเมื่อเจ็ดวันก่อนในไทม์ไลน์เดิม ก่อนที่ตระกูลของเขาจะถูกประหารล้างโคตรในข้อหากบฏ ทว่าในเวลานี้... เขาย้อนเวลากลับมาทันก่อนที่ไฟแห่งความหายนะจะลุกโชนขึ้น “ท่านรวิศเจ้าคะ เสียงฝีเท้าของเวรยامกรมวังใกล้เข้ามาแล้วค่ะ เรามีเวลาอีกไม่ถึงหนึ่งเค่อ” เสียงกระซิบแผ่วเบาของบ่าวสนิทผู้ซื่อสัตย์ดังขึ้นจากความมืด นางถือคบเพลิงเล่มเล็กที่ส่องแสงสั่นไหว ขับเน้นให้ใบหน้าของรวิศดูราวกับรูปสลักหินอ่อนที่เปี่ยมด้วยแรงอาฆาต “ช่างหัวพวกมันสิ” รวิศเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น ทว่าเต็มไปด้วยอำนาจกดดันจนบ่าวสาวถึงกับกลืนน้ำลายลงคอ “คนพวกนั้นคิดว่าการเผาทำลายกระดาษแผ่นเดียวจะสามารถกลบเกลื่อนร่องรอยโลหิตที่พวกมันละเลงไว้บนราชสำนักได้กระนั้นหรือ? พวกมันโง่เขลาเกินไป... เปลวไฟอาจเผากระดาษให้มอดไหม้ แต่มันไม่เคยหลอมละลายความทรงจำและเหล็กไนที่ฝังลึกอยู่ในกระดูกของข้าได้” นิ้วเรียวยาวดุจหยกขาวเอื้อมลงไปเขี่ยกองขี้เถ้าสีดำสนิทอย่างไม่นึกรังเกียจ ท่ามกลางเศษซากที่แหลกสลาย ปลายนิ้วของเขาสัมผัสเข้ากับวัตถุแข็งชิ้นหนึ่ง—ตราประทับหยกประจำตัวของอัครเดชที่ทำจากหยกมันสำปะหลังเนื้อดี ซึ่งหลงเหลือจากการเผาไหม้อย่างไม่สมบูรณ์ เนื่องจากความหนาแน่นของเนื้อหยกทำให้มันเพียงแค่ร้าวราน แต่ไม่สลายกลายเป็นผุยผง นี่คือไพ่ตาย... ไพ่ตายใบแรกที่จะใช้กระชากหน้ากากสุภาพชนจอมปลอมของอัครเดชให้ร่วงหล่นลงมา “เก็บรักษามันให้ดี” รวิศส่งเศษตราประทับหยกนั้นให้บ่าวรับใช้ พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก “อีกสามวันในงานเลี้ยงรับรองทูตต่างเมือง ข้าจะมอบของขวัญชิ้นนี้คืนให้ ‘สหายรัก’ ของข้าด้วยมือของตนเอง ให้สมกับความปรานีที่เขาเคย ‘มอบ’ ให้แก่บิดามารดาของข้าในคุกมืด” บรรยากาศภายในห้องใต้ดินอบอวลด้วยกลิ่นอายแห่งการล้างแค้นที่เข้มข้น รวิศลุกขึ้นยืนเต็มความสูง อาภรณ์ผ้าไหมปักลายเมฆสีนิลสะท้อนแสงไฟวับแวม เขาสูดหายใจเข้าลึก3 เพื่อซึมซับความรู้สึกของการมีชีวิตอยู่—ชีวิตที่ได้รับโอกาสครั้งที่สองจากกาลเวลา เพื่อกลับมาทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างที่ควรเป็นของเขา ทว่า ในขณะที่เขากำลังจะก้าวเท้าออกจากห้องใต้ดินลับ เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็หยุดชะงักลงตรงหน้าประตูทางเข้าพอดี *แกร๊ก...* เสียงกลอนประตูไม้สนถูกเลื่อนเปิดออกอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางความเงียบงันที่บีบคั้นหัวใจ ร่างสูงโปรสง่าของอัครเดชปรากฏขึ้นภายใต้แสงจันทร์สลัว รอยยิ้มอบอุ่นที่เป็นดั่งอาวุธประจำตัวถูกคลี่ออกบนใบหน้านั้น ทว่าดวงตากลับคมกริบดุจเหยี่ยวล่าเหยื่อ “ดึกดื่นป่านนี้แล้ว... อาศรัย สหายรักของข้า เจ้ามาทำอะไรลับๆ ล่อๆ ในเขตหวงห้ามแห่งนี้หรือ?” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถามอย่างเป็นกันเอง ราวกับเสือที่กำลังหยอกเย้าเหยื่อในกรงขัง โดยไม่รู้เลยว่า หมากบนกระดานนี้ ได้เปลี่ยนผู้เล่นไปเสียแล้ว ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลามาพร้อมกับรวิศนะคะ มนตรากรรมสะท้อนสัญญาว่าจะถ่ายทอดทุกความแค้นให้เข้มข้นถึงใจที่สุดค่ะ
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากรุกกระดานสุดท้ายกับกาลเวลาที่หวนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%