เสียงเหล็กงัดกลอนประตูดัง *แกร็ก* ลั่นกังวานในความเงียบยามบ่าย เป็นสัญญาณเตือนว่า "แขกไม่ได้รับเชิญ" ได้ถือวิสาสะบุกรุกเข้ามาในอาณาเขตของหลินฟางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ในยุคเจ็ดศูนย์ปลายเช่นนี้ บ้านพักนายทหารปูนชั้นเดียวหลังนี้อาจดูเรียบง่ายในสายตาคนทั่วไป แต่สำหรับตระกูลจางผู้โลภมาก มันคือขุมทรัพย์เคลื่อนที่ที่อุดมไปด้วยแป้งสาลี น้ำมันหมู และตั๋วปันส่วนที่จางเหว่ยสามีของเธอเพิ่งได้รับจัดสรรมาหมาดๆ
"โอ๊ย! ข้าวของในบ้านนี้ทำไมมันรกหูรกตาอย่างนี้ แม่บอกแล้วว่ายัยตัวซวยนี่มันผลาญเก่ง นักหนาไม่ได้เรื่องได้ราวสักอย่าง!"
เสียงแหลมสูงของ ‘นางชุน’ แม่สามีจอมปลอมผู้ขึ้นชื่อเรื่องการสูบเลือดสูบเนื้อดังแหวกลงมา พร้อมกับเสียงตบเท้าหนักๆ ของสะใภ้รองและหลานชายตัวแสบที่กรูเข้ามาในห้องครัวราวกับฝูงตั๊กแตนลงแปลงนา หลินฟางที่กำลังยืนปรุงน้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนอยู่ในมิติลับเพื่อเตรียมมื้อเย็น ชะงักมือเล็กน้อย มุมปากของอดีตนักเก็งกำไรสาวผู้ผ่านวิกฤตตลาดหุ้นมาโชกโชนยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นเยียบเย็นจนน่าขนพองสเกล แต่แววตากลับฉายประกายระยับด้วยความสนุกสนาน
*มาไวเสียจริง... กำลังคิดอยู่พอดีว่าเงินปันผลรอบนี้จะเอาไปลงทุนกับอะไรดี พวกท่านก็วิ่งเข้ามาให้ฉันทุบทำกำไรถึงที่เสียแล้ว*
หลินฟางก้าวออกมาจากมิติลับ ร่างบางในชุดเสื้อผ้าฝ้ายสีครามสะอาดสะอ้านยืนกอดอกพิงวงกบประตูห้องครัวอย่างใจเย็น ดวงตากลมโตนิ่งสนิทแต่คมกริบกวาดมองกลุ่มคนที่กำลังรื้อค้นตู้กับข้าวและกระสอบข้าวสารด้วยความตะกละตะกลาม
"อุ๊ย! ผีหลอกหรือไงยะ ยัยฟาง! ยืนหัวโด่อยู่ตรงนั้นทำไม ไม่รู้จักทักทายผู้หลักผู้ใหญ่!" นางชุนสะดุ้งโหยงเมื่อหันมาเจอสะใภ้ใหญ่ยืนจ้องอยู่เงียบๆ แต่ความละอายใจไม่มีอยู่ในพจนานุกรมของนางแม้แต่น้อย นางเชิดหน้าขึ้น เอามواتกอดอก ชี้นิ้วสั่งเสียงกร้าว "ยืนบื้ออยู่ได้ รีบไปยกหม้อตุ๋นเนื้อนั่นมา เดี๋ยวฉันกับหลานชายจะเอาของพวกนี้กลับบ้านไปกิน ส่วนข้าวสารกระสอบนี้ สะใภ้รอง! แกยกขึ้นรถเข็นซะ!"
สะใภ้รองที่กำลังงละลนงละลานควานหาแป้งสาลีขาวสะอาดรีบพยักหน้ารับคำอย่างกระตือรือร้น รอยยิ้มละโมบปรากฏบนใบหน้ามันเยิ้ม "นั่นสิพี่ใหญ่ บ้านพวกเธอกินดีอยู่ดีกันเกินหน้าเกินตาไปแล้ว พี่ชายส่งเบี้ยเลี้ยงมาให้ตั้งเท่าไหร่ แบ่งๆ มาให้ทางบ้านใหญ่เขาดูแลบ้างเถอะ คนเขาจะครหาเอาได้ว่าพวกเธอเนรคุณ"
บรรยากาศในห้องครัวตึงเครียดขึ้นในพริบตา หากเป็นหลินฟางคนเก่าในอดีตชาติที่อ่อนแอและขี้ขลาด คงได้แต่ยืนร้องไห้สะอื้นและยอมให้คนพวกนี้ขนของออกไปจนหมดบ้านอย่างแน่นอน แต่... นี่คือหลินฟางผู้ผ่านการล้างพอร์ตและฟาดฟันกับเจ้ามือหุ้นระดับเขี้ยวลากมาแล้ว!
"เนรคุณงั้นหรือครับ..." หลินฟางทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่น่าเกรงขาม ก้าวเท้าช้าๆ ออกมาเผชิญหน้า สายตาคมกริบราวกับกำลังประเมินมูลค่าหุ้นขยะที่กำลังจะถูกประกาศล้มละลาย "แล้วการที่พวกท่านบุกรุกเข้ามาในบ้านราชการยามที่เจ้าของบ้านไม่อยู่ ถือวิสาสะงัดแงะตู้และรื้อค้นทรัพย์สิน เขาเรียกว่าอะไรหรือครับ? โจรปล้นบ้าน... หรือว่าปล้นกลางวันแสกๆ?"
นางชุนหน้าเปลี่ยนสีทันที ตบฉาดเข้าที่ต้นขาตัวเองแล้วแผดเสียงโวยวายลั่น "นังเด็กนี่! ปากคอเราะร้ายนักนะ! ฉันเป็นแม่สามีแกนะยะ เป็นแม่ของจางเหว่ย ผู้ชายที่เลี้ยงดูแกให้มีข้าวกินจนถึงทุกวันนี้! แกกล้าดียังไงมาหาว่าฉันเป็นโจร!"
"แม่สามีที่แท้จริง เขาไม่เคยมาขนข้าวของในบ้านลูกชายไปขายกินเพื่อปรนเปรอหลานชายคนโปรดจนลูกชายแท้ๆ ต้องอดอยากหรอกนะครับ" หลินฟางย่างสามขุมเข้าไปใกล้ สีหน้าและแววตากดดันจนนางชุนต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "จำได้ไหมว่าเมื่อเดือนก่อน พวกท่านเอาเงินก้อนสุดท้ายที่เหว่ยเกอส่งมาให้ฉันซื้อยาไปจ่ายพนันให้เจ้าสี่ จนฉันเกือบเอาชีวิตไม่รอดบนเตียงคนไข้... หนี้ก้อนนั้น ฉันยังไม่ได้คิดบัญชีกับพวกท่านเลยนะ"
"แก... แกกล้าด่าแม่สามีเรอะ!" นางชุนหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัด เงื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้าสะใภ้ให้หายแค้น
ทว่า... ก่อนที่ฝ่ามือหยาบกร้านจะกระทบผิวแก้วของหลินฟาง มือหนาคู่หนึ่งก็พุ่งเข้ามาคว้าข้อมือนางชุนไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก แรงบีบมหาศาลทำให้นางชุนร้องโอดครวญออกมาทันที
"ใครวะ! กล้าดะ..." นางชุนหันไปหวจะด่ากราด แต่เมื่อเห็นใบหน้าคมคายที่บึ้งตึงดุจยมบาลของบุตรชายคนเล็ก ดวงตาก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ "เหว่ย... เหว่ยเกอ! แกจับมือแม่ทำไม ลูกอกตัญญู!"
จางเหว่ยเพิ่งกลับจากการตรวจลาดตระเวนที่ค่ายทหาร เครื่องแบบสีเขียวเข้มเปรอะเปื้อนฝุ่นเล็กน้อยแต่แผ่รังสีความน่าเกรงขามออกมาจนห้องครัวแคบๆ ดูอึดอัดขึ้นถนัดตา ดวงตาคมกริบกวาดมองข้าวของที่ถูกรื้อกระจัดกระจาย ก่อนจะหยุดอยู่ที่ใบหน้าซีดเผือดของมารดาและญาติๆ บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนอุณหภูมิลดลงหลายองศา
"แม่มาทำอะไรที่นี่?" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังเอ่ยถาม ไร้ซึ่งความอบอุ่นใดๆ
"แม่... แม่ก็แค่มาเยี่ยมลูกสะใภ้ แล้วก็... จะมาช่วยดูแลข้าวของแทนแกไง กลัวว่านังนี่มันจะเอาไปซุกซ่อนให้ชู้รักหมด!" นางชุนแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ชี้มือมาที่หลินฟางที่ยืนลูบแขนตัวเองเบาๆ ทำทีเป็นหวาดกลัว
แต่จางเหว่ยรู้ไส้รู้พุงมารดาตัวเองดีที่สุด สายตาของเขาไม่ได้มีความลังเลเลยแม้แต่น้อย เขาปัดมือมารดาออกอย่างไม่ไยดี ก่อนจะก้าวเข้าไปโอบเอวบางของภรรยาเข้าหาตัว สัมผัสอุ่นซ่านจากฝ่ามือหนาทำให้หลินฟางรู้สึกผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด สามีหนุ่มผู้คลั่งรักก้มลงมองภรรยาด้วยความห่วงใย เอ่ยถามเสียงนุ่มนวลที่แตกต่างจากเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง
"เจ็บตรงไหนไหม? พวกมันทำอะไรเธอหรือเปล่า?"
"ฉันไม่เป็นไรหรอกค่ะเหว่ยเกอ..." หลินฟางส่ายหน้าเบาๆ แกล้งทำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยเพื่อเรียกคะแนนความสงสาร "แค่ตกใจนิดหน่อยที่จู่ๆ แม่กับป้าสะใภ้ก็พังประตูเข้ามาจะเอาข้าวสารล็อตนี้ไปขายหมด... ถ้าพวกเราอดตายขึ้นมาจริงๆ ฉันกับลูกในอนาคตคงไม่รู้จะทำยังไงดี..."
คำว่า "ลูกในอนาคต" ทำเอาหัวใจของนายทหารหนุ่มกระตุกวาบ เลือดในกายสูบฉีดพล่าน ความโกรธเกรี้ยวต่อพฤติกรรมของญาติฝ่ายตนพุ่งทะยานถึงขีดสุด เขารักหลินฟางสุดหัวใจ เธอคือภรรยาที่เขาแต่งเข้ามาอย่างถูกต้องและตั้งใจจะดูแลด้วยชีวิต แต่คนพวกนี้กลับกล้าบุกรุกมาข่มเหงเธอถึงในเรือนหอ!
จางเหว่ยหันกลับไปเผชิญหน้ากับมารดาและญาติๆ แววตาดุดันราวกับเสือดาวที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ "ถ้าพวกท่านยังไม่หยุดพฤติกรรมปล้นสะดมภ์บ้านหลังนี้ วันนี้ผมคงต้องตัดขาดความเป็นแม่ลูกกันอย่างเป็นทางการ และอย่าหาว่าผมไม่เตือน... ทหารที่กองร้อยกำลังรอฟังคำสั่งผมอยู่ ถ้าผมแจ้งข้อหาบุกรุกและปล้นทรัพย์สินทางราชการ แม้แต่คุกทหารก็ช่วยพวกท่านไม่ได้!"
"แก! ไอ้ลูกทรพี! แกจะเอาแม่แท้ๆ เข้าคุกเรอะ!" นางชุนกรีดร้องโวยวายด้วยความตกใจกลัว ไม่คิดว่าบุตรชายที่เคยเชื่อฟังมาตลอดจะกล้าแข็งข้อถึงเพียงนี้เพื่อผู้หญิงคนเดียว
"ออกไปจากบ้านของผมซะ เดี๋ยวนี้!" จางเหว่ยคำรามลั่น ประตูบ้านถูกเปิดกว้างรับลมเย็น
สะใภ้รองและญาติคนอื่นๆ หน้าซีดเผือด รีบช่วยกันพยุงนางชุนที่ยังคงด่าทอไม่หยุดถอยร่นออกไปจากบ้านอย่างลนลาน ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบที่กลับคืนมาอีกครั้ง
หลินฟางมองตามหลังกลุ่มคนเหล่านั้นด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ เกมนี้เธอเป็นฝ่ายชนะแบบไร้รอยขีดข่วน แถมยังได้คะแนนความภักดีจากสามีเพิ่มขึ้นเต็มร้อยอีกด้วย
"เหนื่อยไหมครับคนดี..." จางเหว่ยสวมกอดเธอกลับจากด้านหลัง ฝังใบหน้าลงกับไหล่บางสูดดมกลิ่นหอมสะอาดของภรรยาเพื่อคลายความตึงเครียด
หลินฟางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ หันกลับมาเผชิญหน้ากับเขาพร้อมกับรอยยิ้มพราวเสน่ห์ "ฉันไม่เหนื่อยหรอกค่ะเหว่ยเกอ... แต่เมื่อกี้ใช้พลังงานไปเยอะ ท้องเริ่มร้องแล้วล่ะ"
พูดจบ เธอก็หมุนตัวเดินกลับไปยังห้องครัวที่มีกลิ่นหอมกรุ่นของกระดูกหมูตุ๋นยาจีนที่เพิ่งเคี่ยวได้ที่ลอยฟุ้งอบอวลไปทั่วบ้าน กลิ่นหอมเย้ายวนของเครื่องเทศชั้นดีผสมผสานกับความหวานกลมกล่อมของเนื้อหมูตุ๋นเปื่อยนุ่มทะลุออกมาจากหม้อดินเผา กระจายตัวออกไปทางหน้าต่างบ้าน ลอยละล่องไปทั่วทั้งหมู่บ้านทหารจนข้างบ้านเริ่มสูดจมูกด้วยความอิจฉา
จางเหว่ยกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กลิ่นหอมนี้ช่างกระตุ้นความหิวโหยเสียเหลือเกิน เขาเดินตามหลังภรรยาเข้าไปติดๆ เอื้อมมือหมายจะโอบกอดเธออีกครั้ง
ทว่า... ในวินาทีที่หลินฟางกำลังจะเปิดฝาหม้อดินเพื่อตักซุปเสิร์ฟให้สามี เสียงเคาะประตูดังปึงปังอย่างรุนแรงที่หน้าบ้านก็ขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน พร้อมกับเสียงตะโกนแหบแห้งของคนที่ไม่คาดฝันว่าจะโผล่มาในเวลานี้!
"จางเหว่ย! หลินฟาง! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! แกกล้าดียังไงถึงแจ้งตำรวจมาจับพ่อฉันที่ตลาด!"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เซียนหุ้นย้อนเวลา" คนนี้ด้วยใจจริงนะครับ!
เซียนหุ้นพลิกชีวิต: ถอนรากถอนโคนตระกูลจอมสูบ•ตอนที่ 3
ปะทะแม่สามีจอมปลอม
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหุ้นพลิกชีวิต: ถอนรากถอนโคนตระกูลจอมสูบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!