"ถ้าคุณยังเดินเร็วกว่านี้อีกแค่ก้าวเดียว เราคงได้นอนกอดกันกลางดงหนามฝนตกขี้โคลนแทนที่จะได้กลับรีสอร์ทนะครับ รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดนิดๆ ดังขึ้นท่ามกลางความมืดทึบของผืนป่าดิบชื้น แสงไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือสาดส่องกระทบใบหน้าคมคายที่ตอนนี้เต็มไปด้วยหยดเหงื่อและร่องรอยความเหนื่อยล้า ภัคคินยืนขวางกั้นระหว่างเธอกับพุ่มไม้หนาทึบที่มีเสียงแปลกปลอมดังแกร็กกรากเมื่อครู่ มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมมากระชากข้อแขนเรียวของเธอให้ถอยหลังกลับมาด้วยแรงที่ไม่เบานัก แต่ก็ไม่ได้รุนแรงจนถึงขั้นทำให้เจ็บ
รินรดาชะงักฝีเท้า ลมหายใจหอบถี่ผ่านริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความถือดี แม้ในใจจะแอบสะดุ้งกับความใกล้ชิดกะทันหันนี้ แต่ฟอร์มและศักดิ์ศรีของครีเอทีฟสาวมือหนึ่งก็ยังคงทำงานเต็มพิกัด เธอยืนหยัดเชิดหน้าสู้สายตา ไม่ยอมแสดงความอ่อนแอออกมาให้คนปากจัดอย่างเขาได้ใจ
"ปล่อยแขนฉันก่อนเถอะค่ะ... เอ๊ย ช Xย! ปล่อยแขนฉันก่อนเถอะน่า คุณภัคคิน ฉันไม่ได้ตาบอดจนเดินชนต้นไม้หรอกนะ" รินรดาแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเผลอใช้สรรพนามผิดพลาด แต่กระนั้นน้ำเสียงก็ยังคงความเชิดหยิ่งไว้ครบถ้วน "อีกอย่าง ใครใช้ให้คุณเดินตามมาเล่า ฉันบอกแล้วไงว่าเดินคนเดียวได้"
ภัคคินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาที่เอียงกระfult ไร้ความเนี๊ยบเหมือนยามอยู่ในออฟฟิศ กวาดมองร่างบางที่ยังคงดื้อรั้นแม้สภาพจะดูไม่จืด รองเท้าผ้าใบเปื้อนโคลน กางเกงยีนส์ชื้นแฉะ และเสื้อแจ็คเก็ตกันหนาวที่เธอหยิบมาสวมส่งๆ ทำให้เธอดูตัวเล็กกว่าความเป็นจริง ทว่าฝีปากกลับสวนทางกับรูปร่างลิบลับ
"คนเดินคนเดียวได้ที่ไหนเขาหน้าซีดเป็นไก่ต้มแถมยังเดินหลงทิศจนเกือบเข้าเขตป่าลึกแบบนี้ล่ะครับ" ภัคคินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเย้าแหย่แต่แววตากลับจริงจังจนน่ากลัว "ถ้าผมไม่บ้าจี้เดินตามยายตัวแสบปากเก่งอย่างคุณออกมา ป่านนี้คุณคงนั่งร้องไห้กอดต้นไม้ให้พวกทากดูดเลือดจนหมดตัวไปแล้วมั้ง"
"ปากเสีย!" รินรดาตวัดสายตาค้อนขวับ สะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของเขาอย่างแรง แม้เนื้อตัวจะเริ่มสั่นเทาด้วยความหนาวเย็นจากอุณหภูมิที่ลดฮวบลงอย่างรวดเร็วหลังฝนหยุดตก "ฉันไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นสักหน่อย แค่... แค่จำทางผิดนิดหน่อยเองน่า แผนที่ในมือถือมันดันแบตหมดพอดีต่างหากเล่า"
"อ๋อ... นิดหน่อย" ภัคคินทวนคำเสียงสูง เขาส่ายหัวช้าๆ ก่อนจะถอดเสื้อแจ็คเก็ตกันน้ำเนื้อหนาของตัวเองออกอย่างไม่ลังเล แล้วก้าวเข้าไปประชิดตัวหญิงสาวที่ยืนกอดอกสั่นสะท้าน รินรดาผถอยหลังกรูดโดยสัญชาตญาณเมื่อแผงอกกว้างเคลื่อนเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นอายเฉพาะตัว—กลิ่นบุรุษผสมกลิ่นฝนจางๆ ที่ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างน่าประหลาด
"คุณ... จะทำอะไรน่ะ ถอยไปเลยนะ" เธอเอ่ยเสียงตะกุกตะกัก ความมั่นใจเมื่อครู่วันนี้หายไปไหนหมดก็ไม่รู้ เมื่อสบเข้ากับดวงตาคมที่พราวระยับด้วยประกายความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ใต้ความดุ
ภัคคินไม่ตอบ เขาคลุมเสื้อแจ็คเก็ตอุ่นๆ ของเขาลงบนไหล่บอบบางของเธออย่างเบามือ นิ้วเรียวยาวจัดการรูดซิปขึ้นจนถึงคอเสื้อเพื่อป้องกันลมหนาวให้เสร็จสรรพ ท่าทางที่นุ่มนวลและใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แบบนั้น ทำให้รินรดาถึงกับพูดไม่ออก สมองอื้ออึงไปชั่วขณะ
ภาพของสถาปนิกหนุ่มมาดขรึม เจ้าระเบียบ จอมเนี๊ยบที่มักจะติงานเธอด้วยถ้อยคำเฉือดเฉือนทุกครั้งที่เจอหน้า มลายหายไปสิ้น ในวินาทีนี้ มีเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนตากลมหนาวอยู่ข้างเธอ โดยที่ตัวเองเหลือเพียงเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเข้มที่เปียกชื้นแนบลำตัว
"ใส่ซะ... ตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำแบบนี้ ยังมีหน้ามาเถียงฉอดๆ อีก" ภัคคินเอ่ยเสียงนุ่มขึ้นกว่าปกติโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วเผลอยื่นไปปัดปอยผมที่เปียกชื้นแนบแก้มเนียนออกให้อย่างทะนุถนอม สัมผัสแผ่วเบานั้นทำให้รินรคาราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งผ่านผิวเนื้อ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ความร้อนพุ่งพล่านขึ้นมาบนใบหน้าจนแข่งกับความหนาวเย็นรอบตัว
รินรดานิ่งงัง เผลอมองริมฝีปากที่กำลังขยับพูดคำบ่นกระpodd กระpodd ของเขาโดยไม่ละสายตา เคมีบางอย่างที่อัดแน่นอยู่ในอากาศรอบตัวทำให้บรรยากาศเงียบงันลงอย่างรวดเร็ว มีเพียงเสียงหริ่งเรไรและเสียงหัวใจของตัวเองที่ดังสะท้อนก้องในโสตประสาท
*ตึกตัก... ตึกตัก...*
นี่เธอกำลังใจเต้นให้กับอีตาปากจัดคนนี้เนี่ยนะ? รินรดาร้องถามตัวเองในใจอย่างตื่นตระหนก
"มองอะไรครับ หน้าผมมีโคลนติดอยู่หรือไง" ภัคคินเลิกคิ้วถามเมื่อเห็นเธอยืนนิ่งค้างไปนานผิดปกติ ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววดื้อรั้น ตอนนี้กลับมีความสับสนและประกายระยิบระยับบางอย่างสะท้อนอยู่ภายใน
"เปล่า... แค่คิดว่า... ปกติคุณปากร้ายใส่ฉันตลอด ทำไมวันนี้ถึง..." รินรดาชะงักกลืนคำพูดลงคอ เมื่อจู่ๆ ภัคคินก็ขยับเข้ามาใกล้จนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ใกล้แค่เอื้อม
"เพราะผมปากร้าย... ก็ไม่ได้แปลว่าใจร้ายนี่ครับ" ภัคคินกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าละมุนละไมจนคนฟังขนลุกซู่ไปทั้งตัว "โดยเฉพาะกับคนดื้อๆ แต่อยากดูแลให้ดี... ผมยิ่งใจร้ายไม่ลงหรอกนะ"
คำพูดนั้นเรียบง่าย แต่มีอานุภาพทำลายล้างความตั้งใจที่จะเถียงกลับของรินรดาจนราบคาบ เธอนิ่งอึ้ง สมองขาวโพลนไปหมด ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสะกดด้วยมนต์ตรา ดวงตาสบประสานกับนัยน์ตาคู่คมที่ฉายแววคลั่งรักอย่างไม่ปิดบังอีกต่อไปในความมืดสลัว
ทว่า... ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและหัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกันนั้นเอง
*พรึบ! แกร๊ก!*
แสงไฟสว่างจ้าแยงตาพร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงตะโกนโกลาหลดังแทรกขึ้นทำลายความเงียบ
"คุณภัคคิน! คุณรินรดา! อยู่แถวนี้หรือเปล่าครับ พวกเราได้ยินเสียง เลยรีบตามหา!" เสียงของทีมงานคนหนึ่งดังลั่นป่า พร้อมกับแสงไฟฉายหลายดวงที่สาดส่องเข้ามาทางพุ่มไม้ตรงจุดที่พวกเขายืนอยู่
รินรดาสดุ้งสุดตัว สติที่กระ
เจิดกระเจิงรีบกลับเข้าร่าง เธอดันอกแกร่งของภัคคินให้ออกห่างทันที ใบหน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหูด้วยความเขินอายปนตกใจ รีบหมุนตัวหันหลังให้แสงไฟที่กำลังใกล้เข้ามา
ภัคคินถอนหายใจยาวออกมาอย่างเสียดาย เขายกมือขึ้นเสยผมลวกๆ พลางปรายตามองไปยังต้นเสียงด้วยความขัดเคืองเล็กน้อยที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ แต่กระนั้นก็ยังไม่วายเอื้อมมือไปคว้ามือเรียวของรินรดามากุมไว้แน่นอย่างถือวิสาสะ
"จับมือผมไว้แน่นๆ ครับ... ถ้าไม่อยากหลงไปไหนอีก"
รินรดาเม้มปากแน่น ไม่ยอมดึงมือออกแต่อย่างใด ความอุ่นจากฝ่ามือหนาที่ส่งผ่านมาทำให้เธอใจชื้นขึ้นอย่างประหลาด ทว่าก่อนที่พวกเขาจะได้ก้าวเดินออกไปสมทบกับทีมงาน
แสงไฟฉายดวงหนึ่งก็สาดส่องตรงมาที่ร่างทั้งสอง และเสียงทุ้มคุ้นเคยของใครบางคนที่ยืนอยู่แถวหน้าสุดก็เอ่ยทักขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความหมายลึกซึ้ง
"อ้าว... นึกว่าหลงป่ากันไปถึงไหน ที่แท้ก็มาสวีทกันอยู่ตรงนี้นี่เอง... สนุกไหมครับการตามหารักแท้กลางดงดิบเนี่ย?"
รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างของบุคคลที่ก้าวออกมาจากหลังพุ่มไม้... คนที่เธอไม่คาดคิดว่าจะมาโผล่อยู่ที่นี่ในเวลานี้!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับตัวละครของ "เมทริกซ์ซีโร่" นะครับ
เซฟโซนสุดกวนกับนายมาดนิ่ง•ตอนที่ 20
หลงทางกับความรู้สึก
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับนายมาดนิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!