"พี่ริน! แย่แล้วค่ะ! ลูกค้าโทรมาแจ้งด่วนว่า... ไฟล์แบบงานพรีเซนต์รอบนี้โดนไวรัสกิน เปิดไม่ได้ทั้งหมดเลยค่ะ!"
เสียงร้อนรนของน้องฝึกงานดังทะลุโทรศัพท์มือถือเข้ามาราวกับเสียงระเบียบศึก รินรดาถึงกับสูดหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับด้วยความตื่นตัว สมองประมวลผลด้วยความเร็วสูงท่ามกลางเสียงเครื่องยนต์ของรถตู้บริษัทที่กำลังมุ่งหน้าสู่จังหวัดอยุธยาเพื่อทริปดูงานสำคัญ
นี่คือวิกฤตระดับสิบ! พรีเซนต์เช้าวันพรุ่งนี้กับโปรเจกต์ร้อยล้าน แต่ไฟล์งานหลักพังไม่เป็นท่า
"ตั้งสติก่อนน้องดา เช็กดูก่อนว่าแบ็กอัพในคลาวด์ตัวสำรองยังอยู่ไหม..." รินรดากดเสียงต่ำ พยายามบังคับไม่ให้เสียงตัวเองสั่น แต่ปลายนิ้วที่กำสมาร์ทโฟนกลับเย็นเฉียบ
"ลองหมดแล้วค่ะพี่ริน โดนกวาดเรียบ โלดเดอร์หลักขึ้นชื่อประหลาดๆ หมดเลย... ทำไงดีคะ งานนี้ถ้าพลาด พี่รินโดนคุณภัคคินเฉ่งยับแน่ๆ เลยค่ะ!"
ทันทีที่ชื่อของสถาปนิกมาดขรึมผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและไร้ความปรานีถูกเอ่ยขึ้น รินรดาก็เหลือบสายตาไปมองร่างสูงที่นั่งไขว่ห้างอยู่เบาะหน้าทันที ภัคคินกำลังสวมแว่นสายตากรอบบาง ก้มหน้าตรวจแบบแปลนในแท็บเล็ตด้วยสีหน้าเคร่งขรึมไร้รอยยิ้ม รังสีความเยือกเย็นแผ่ออกมาจากตัวเขาจนคนขับรถยังไม่กล้าแม้แต่จะเปิดวิทยุ
"ฉันจัดการเอง ไม่ต้องห่วง วางใจเถอะ" รินรดากดตัดสายสูดหายใจเข้าลึกๆ อีกเฮือกหนึ่ง
เธอไม่ใช่คนที่จะยอมจำนนต่ออุปสรรคอยู่แล้ว งานพรีเซนต์นี้เธอเหนี่ยวรั้งและทุ่มเทสมองมาเป็นเดือน จะให้พังเพราะไวรัสเฮงซวยตัวเดียว... ฝันไปเถอะ!
รถตู้เคลื่อนตัวมาถึงรีสอร์ทสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ริมแม่น้ำ บรรยากาศเงียบสงบและร่มรื่น ทว่าบรรยากาศระหว่างสองตัวเอกกลับระอุไปด้วยความตึงเครียด
"เช็คอินครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ขณะที่ภัคคินยืนรับกุญแจห้องพักจากพนักงานต้อนรับ
"คุณภัคคินครับ ห้องของคณะเราถูกจองไว้แบบจำกัด เนื่องจากรีสอร์ตค่อนข้างเต็มกระทันหัน... เอ่อ ทางเราเหลือห้องสูทโซนริมน้ำ VIP เพียงห้องเดียวที่มีประตูเชื่อมถึงกัน (Connecting Room) และห้องสแตนดาร์ดตึกด้านหลังอีกหนึ่งห้องครับ" พนักงานหน้าตาเลิกลั่กเล็กน้อยเมื่อเปิดดูระบบการจอง
รินรดาที่ยืนกอดอกอยู่ข้างหลังรีบแทรกตัวขึ้นทันที "งั้นฉันพักตึกด้านหลังค่ะ คุณภัคคินพักห้องสูทริมน้ำไปเลย สะดวกดี"
ภัคคินปรายตาคมกริบมองครีเอทีฟสาวปากเก่งด้วยแว่นสายตา เขาถอดแว่นออกช้าๆ แล้วยื่นมือไปรับคีย์การ์ดทั้งสองใบมาจากพนักงาน
"ตึกด้านหลังเครื่องทำน้ำอุ่นเสีย และมียุงชุม เหมาะกับคนชอบหาเรื่องใส่ตัวหรือไงครับคุณรินรดา" ภัคคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่แฝงความกวนประสาทไว้เต็มเปี่ยม "ในฐานะหัวหน้าทีมฝั่งสถาปนิก ผมไม่อยากให้คนดูแลฝั่งครีเอทีฟต้องมาล้มป่วยก่อนวันพรีเซนต์สำคัญ... ห้องเชื่อมกันนั่นแหละ เหมาะสมที่สุดแล้ว"
"เดี๋ยวสคะ! ฉันไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น..." รินรดาชักสีหน้าใส่ทันที ทว่าภัคคินไม่เปิดโอกาสให้เธอเถียงต่อ เขากลับหันไปพยักหน้ารับกับพนักงานแล้วเดินนำลากกระเป๋าตรงไปยังโซนห้องพักทันที
ให้ตายเถอะ! ผู้ชายอะไร ปากจัดเป็นที่หนึ่งแถมยังชอบทำตัวเผด็จการอยู่เรื่อย!
ภายในห้องสูทริมน้ำกว้างขวาง ตกแต่งด้วยโทนสีอบอุ่นและกระจกใสบานใหญ่ที่มองเห็นวิวแม่น้ำยามเย็น ทว่าความสวยงามของบรรยากาศไม่ได้ช่วยให้รินรดาคลายความเครียดลงได้เลย เธอนั่งขัดสมาธิอยู่บนโซฟา เปิดแล็ปท็อปส่วนตัวรัวนิ้วพิมพ์โค้ดและกู้ไฟล์ข้อมูลอย่างเอาเป็นเอาตาย หน้าผากมนมีเหงื่อซึมบางๆ
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้ง ตามด้วยร่างสูงของภัคคินที่เปิดประตูห้องเข้ามาโดยไม่ต้องรอให้อนุญาต มือหนถือแก้วกาแฟร้อนส่งกลิ่นหอมกรุ่นมาด้วย
"เลิกทำหน้าเหมือนคนท้องผูกแล้วกินนี่ซะก่อนที่คุณจะช็อกคาโต๊ะทำงาน" เขาพูดเสียงห้วน วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะทำงานใกล้กับแล็ปท็อปของเธอ
รินรดาเงยหน้าขึ้นจากจอคอมพิวเตอร์ ดวงตาคู่สวยมองหน้าเขาด้วยความหงุดหงิดปนระอา "ฉันไม่ได้ท้องผูกค่ะคุณภัคคิน และฉันก็ไม่ดื่มคาเฟอีนตอนดึกด้วย... ขอบคุณสำหรับความหวังดี แต่เอาคืนไปเถอะ ฉันกำลังยุ่ง"
ภัคคินไม่ถอย เขาดึงเก้าอี้อีกตัวมานั่งลงตรงข้าม เท้าคางมองเธอด้วยสายตาพิจารณา "ไฟล์งานพรีเซนต์โดนไวรัสกินล่ะสิ... หน้าตาเครียดจนสมองจะระเบิดอยู่แล้ว ยังจะมาปากแข็ง"
รินรดาชะงัก เลิกคิ้วขึ้นสูง "คุณรู้ได้ยังไง?"
"ผมทำงานกับคุณมากี่เดือน คิดว่าผมดูไม่ออกรึไงว่าเวลาคุณจนมุม สายตาคุณจะเป็นแบบไหน" ภัคคินแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นแวบหนึ่งช่างน่าหมั่นไส้เสียเหลือเกิน "ยื่นมือมาสิครับ"
"อะไรของคุณ?"
ภัคคินไม่ตอบ เขาเอื้อมมือหนามาคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้เบาๆ ความอุ่นจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านผ่านผิวเนื้อจนรินรดาเผลอสะดุ้ง ขยับมือจะชักกลับแต่ถูกเขาจับไว้แน่นขึ้น "อยู่นิ่งๆ น่า... จะตรวจเช็คให้ดูว่าคนเก่งอย่างคุณพลาดตรงไหน"
เขาลากเก้าอี้ขยับเข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน ร่างสูงโน้มตัวเข้ามาหน้าจอคอมพิวเตอร์ ลลมหายใจอุ่นๆ ของเขาปัดผ่านข้างแก้มเนียนของรินรดาโดยไม่ตั้งใจ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นอายความสะอาดทำให้หัวใจดวงน้อยที่ควรจะเต้นเป็นจังหวะปกติ กลับเริ่มรัวเร็วจนน่าโมโห
ใกล้เกินไปแล้ว...
รินรดาลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอนั่งตัวเกร็ง ไม่กล้าขยับเขยื้อน สายตาจับจ้องอยู่ที่หน้าจอ แต่สัมผัสจากปลายนิ้วแกร่งที่กำลังแตะคีย์บอร์ดแทนเธอนั้นกลับดึงดูดสมาธิไปจนหมด
"ไวรัสตัวนี้เป็นโทรจันประเภทล็อกไฟล์ดึงข้อมูล... ถ้าคุณใช้วิธีรีเซฟธรรมดา มีหวังข้อมูลหายหมด" เสียงทุ้มต่ำกระซิบอยู่ข้างหู ใกล้เสียจนเธอรู้สึกได้ถึงความร้อนจากลำตัวของเขา "ต้องใช้คำสั่งนี้บล็อกการเข้าถึงของมันก่อน แล้วค่อยดึงฐานข้อมูลสำรองจากเซิร์ฟเวอร์กลางที่สำนักงานใหญ่... เห็นรึยังครับ เด็กดื้อ"
รินรดาหันขวับไปหมายจะเถียงเรื่องที่เขาว่าเธอ "เด็กดื้อ" ทว่าจังหวะนั้นใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบเดียว ปลายจมูกเกือบจะชนกัน!
ดวงตาสีนิลคู่คมของภัคคินหยุดนิ่งสนิท เขามองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยของเธอ แววตาที่เคยนิ่งสนิทและกวนประสาทเมื่อครู่ บัดนี้กลับเจือประกายความอ่อนโยนและความรู้สึกบางอย่างที่ร้อนแรงเกินกว่าจะปิด The curtain ซ่อนไว้มิด
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเบาๆ และเสียงหัวใจของรินรดาที่เต้นดังโครมครามรากระัวกลอง เธอสบตากับเขาโดยไม่สามารถขยับหนีไปไหนได้ ราวกับถูกมนต์สะกดตรึงไว้กับที่
ปลายนิ้วที่เคยจับข้อมือ เปลี่ยนเป็นการเลื่อนขึ้นมาสัมผัสเบาๆ ที่ข้างแก้มเนียนแผ่วเบา สัมผัสนั้นอบอุ่นและทะนุถนอมจนคนหัวรั้นอย่างเธอนิ่งอึ้งไป
"ปากเก่งนักนะ..." ภัคคินกระซิบเสียงพร่า แววตาทอประกายลึกล้ำ "แต่เวลาคุณทำหน้าแบบนี้... รู้ตัวไหมว่ามันอันตรายแค่ไหน"
รินรดาอ้าปากค้าง สมองขาวโพลน คำพูดจิกกัดที่เตรียมไว้หายวับไปกับตา หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เคมีระหว่างพวกเขารุนแรงเสียจนอากาศรอบตัวคล้ายจะเบาบางลงทุกที
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงตะโกนจากด้านนอกที่ทำลายบรรยากาศสีชมพูลงในพริบตา
"คุณภัคคินครับ! ทางลูกค้ารายใหญ่ส่งอีเมลมาด่วน แจ้งเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดในพรีเซนต์พรุ่งนี้ทั้งหมดครับ!"
ภัคคินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความขัดใจอย่างเห็นได้ชัด เขาสบถเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะผละตัวออกจากรินรดาช้าๆ แววตาสายตาที่มองเธอยังคงค้างคาความรู้สึกบางอย่างที่ยังพูดไม่จบ
รินรดารีบสูดหายใจลึก ดึงสติกลับมาแล้วลุกขึ้นยืน จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยใบหน้าที่ร้อนผ่าวราวกับมีคนเอาเตารีดมาแนบ
"ดูเหมือน... งานนี้จะไม่ง่ายอย่างที่คิดแล้วล่ะครับคุณครีเอทีฟ" ภัคคินหันมามองเธอ มุมปากหยักยกยิ้มร้ายกาจขึ้นนิดๆ ก่อนจะหันไปเปิดประตูห้อง
ทว่า... เมื่อประตูเปิดออก ร่างของบุคคลที่สามที่ยืนอยู่ด้านนอกกลับทำให้ทั้งภัคคินและรินรดาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับตัวละครของ "เมทริกซ์ซีโร่" นะครับ
เซฟโซนสุดกวนกับนายมาดนิ่ง•ตอนที่ 19
ทริปดูงานที่วุ่นวาย
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับนายมาดนิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!