"พูดอะไรของนาย... ใครจะไปรู้ทันกัน"
รินรดาเอ่ยเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความระแวง ขณะที่ร่างบางเบี่ยงตัวหลบสายตาคมกริบของสถาปนิกหนุ่มที่โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้เสียจนระยะห่างเหลือเพียงแค่คืบ กลิ่นหอมสะอาดเจือกลิ่นกาแฟคั่วบดจางๆ จากตัวภัคคินทำเอาสติที่กำลังประมวลผลของเธอเกือบจะสะดุดกึก
"ไม่ได้พูดถึงใครสักหน่อย... แต่ถ้าคุณร้อนตัว แสดงว่ามีพิรุธนะครับ" ภัคคินสวนกลับทันควัน มุมปากหยักลึกยกยิ้มร้ายกาจในแบบที่นานๆ ทีคนอื่นจะได้เห็น เจ้าตัวผละตัวออกไปยืนเต็มความสูงอย่างสบายอารมณ์ ปล่อยให้ครีเอทีฟสาวได้สูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติที่กระเจิดกระเจิงกลับเข้าร่าง
บรรยากาศบริเวณมุมชงกาแฟของสำนักงานสถาปัตยกรรมในช่วงบ่ายแกورๆ ช่างเป็นใจให้ความเงียบงันทำหน้าที่ของมันได้เป็นอย่างดี ทว่าความเงียบนั้นไม่ได้สงบอย่างที่ควรจะเป็น เมื่อเสียงฝีเท้าและเสียงกระซิบกระซาบของเหล่าเพื่อนร่วมงานที่เดินผ่านไปผ่านมาเริ่มดึงดูดความสนใจของทั้งคู่
"แกดูคู่นั้นดิ... ปกติคุณภัคคินไม่เคยยืนคุยกับใครเกินสามนาทีนะเว้ย แถมยิ้มมุมปากแบบนั้นอีก ฉันไม่ได้ตาฝาดใช่ป่ะ"
เสียงกระซิบกระซาบจาก "น้ำฟ้า" ดีไซน์เนอร์สาวรุ่นน้องดังลอดมาจากหลังผนังกระจกฝ้า แม้จะพยายามเบาเสียงแค่ไหน แต่สำหรับคนหูไวอย่างรินรดาและภัคคินแล้ว มันกลับชัดเจนเสียยิ่งกว่าเสียงประกาศผ่านไมโครโฟน
"เออจริง! แกจำตอนที่ประชุมโปรเจกต์รีสอร์ทได้ป่ะ ที่คุณภัคคินดุฝ่ายครีเอทีฟซะราบคาบ แต่พอถึงตาคุณรินรดานะ... โหย พ่อคุณเอ้ย ยอมลดเพดานเสียงลงครึ่งหนึ่งแถมยังช่วยแก้ต่างให้อีกต่างหาก เคมีมันแปลกๆ นะแก ว่าไหม" ตามด้วยเสียงสมทบจาก "ปกรณ์" สถาปนิกหนุ่มรุ่นพี่ที่ยืนพิงผนังแอบมองอยู่ไม่ไกล
รินรดาเม้มปากแน่น ใบหน้านวลเริ่มมีริ้วความร้อนระอุขึ้นมาทันที ไม่ใช่เพราะเขินอาย แต่เป็นเพราะเธอรู้ดีว่าหากข่าวลือระหว่างเธอกับสถาปนิกจอมเนียบคนนี้แพร่สะพัดออกไป ชีวิตการทำงานอันสงบสุขของเธอคงได้กลายเป็นท็อปปิกในกลุ่มซุบซิบประจำออฟฟิศไปอีกนาน
เธอหันขวับไปมองหน้าคนต้นเหตุที่ยืนกอดอกนิ่ง ใบหล่อเหลานั้นยังคงเรียบเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"เห็นไหมล่ะ... เพราะนายคนเดียวเลย ภัคคิน" รินรดาเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันกระซิบเสียงลอดไรฟัน "ทำตัวให้มันธรรมดาเป็นไหม หรือกลัวคนอื่นเขาจะไม่รู้ว่านายชอบหาเรื่องฉัน"
"ผมทำอะไร?" ภัคคินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างกวนประสาท "ผมแค่มารับกาแฟ แล้วบังเอิญมีคนยืนขวางทางเดินต่างหาก คุณต่างหากที่คิดไปเองว่าผมสนใจคุณ"
"ไอ้..." รินรดาเกือบจะยกกำปั้นขึ้นมาทุบไหล่กว้างๆ นั้นสักทีสองทีให้หายหมั่นไส้ ติดตรงที่ว่าตอนนี้หางตาของเธอเหลือบไปเห็นเงาของหัวหน้าแผนกกำลังเดินตรงมาทางนี้พอดี
"อ้าวน้องริน คุณภัคคิน มาทำอะไรตรงนี้ครับเนี่ย ประชุมบรีฟงานรอบบ่ายใกล้จะเริ่มแล้วนะครับ" เสียงของ "พี่นท" หัวหน้าฝ่ายโปรเจกต์ดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มรู้ทันที่ส่งมาให้ ทำเอารินรดาต้องรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว
"อ๋อ... พอดีรินมาหาแฟจน่ะค่ะพี่นท กำลังจะกลับโต๊ะพอดีค่ะ" รินรดาตอบด้วยน้ำเสียงฉะฉาน พร้อมส่งยิ้มหวานกลบเกลื่อนสถานการณ์
"ครับ... พอดีผมมีเรื่องต้องปรึกษาเรื่องบรีฟงานกับคุณรินรดาเพิ่มเติมพอดี" ภัคคินเอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าสายตาคมกริบกลับทอดมองมาที่หญิงสาวด้วยประกายระยิบระยับที่อ่านไม่ออก "ถ้าไม่รบกวนเวลา... ผมขออนุญาตยืมตัวคุณรินรดานั่งคุยกันที่ห้องประชุมเล็กสักสิบนาทีนะครับ"
พี่นทพยักหน้ารับรอยยิ้มกว้าง "ตามสบายเลยครับ เชิญตามสบาย"
คล้อยหลังหัวหน้าฝ่ายที่เดินเลี่ยงออกไป รินรดาก็หันขวับมามองหน้าคนตัวสูงทันที "ใครอนุญาตให้นายยืมตัวฉันไม่ทราบ ห๊ะ?"
"เดินมานี่น่า..." ภัคคินไม่ตอบคำถาม แต่กลับเอื้อมมือมาคว้าข้อศอกเรียวเบาๆ แล้วออกแรงดึงให้เธอเดินตามเข้าไปในห้องประชุมกระจกใสที่ว่างอยู่ ก่อนที่ร่างสูงจะจัดการหมุนตัวล็อกกลอนประตูอย่างรวดเร็ว
บรรยากาศภายในห้องประชุมเล็กแคบลงถนัดตาเมื่อมีคนสองคนยืนประจันหน้ากัน รินรดาพยายามจะถอยหลังหนี แต่สะโพกกลับชนเข้ากับขอบโต๊ะประชุมด้านหลังเสียแล้ว ขณะที่ภัคคินก้าวเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว ใช้แขนแกร่งทั้งสองข้างค้ำยันโต๊ะกักตัวเธอไว้ตรงกลาง
ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องมองลึกลงมาในดวงตาของเธอ สะท้อนภาพใบหน้าตื่นตระหนกของเธอไว้อย่างชัดเจน
"นาย... จะทำอะไร ปล่อยนะ เดี๋ยวคนข้างนอกก็เห็นหรอก" รินรดาเอ่ยเตือนเสียงสั่น แม้ปากจะบอกให้ปล่อย แต่มือบางกลับเผลอวางทابอยู่บนอกเสื้อเชิร์ตของอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว รับรู้ได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวอยู่ภายใต้เนื้อผ้า
"ปล่อยแน่ครับ... แต่ก่อนหน้านั้น ผมมีคำถามที่อยากจะถามคุณให้แน่ใจก่อน" ภัคคินโน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณข้างแก้ม น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมหูด้วยถ้อยคำที่ทำให้หัวใจของครีเอทีฟสาวกระตุกวูบ
"ที่คุณบอกว่าไม่อยากให้คนอื่นเข้าใจผิด... เป็นเพราะกลัวความจริงที่ว่า... **คุณกำลังใจสั่นเวลาอยู่ใกล้ผม** หรือเปล่าล่ะครับ?"
รินรดาเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึกทันทีที่ได้ยินคำถามนั้น สมองที่เคยประมวลผลได้อย่างรวดเร็วกลับขาวโพลนขึ้นมาดื้อๆ ในจังหวะที่เธอกำลังจะอ้าปากเถียงเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึก เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างเร่งรีบ พร้อมกับเสียงของน้ำหน้าที่ตะโกนทะลุกระจกเข้ามา
"พี่ริน! แย่แล้วค่ะ! ลูกค้าโทรมาแจ้งด่วนว่า... ไฟล์แบบงานพรีเซนต์รอบนี้โดนไวรัสกิน เปิดไม่ได้ทั้งหมดเลยค่ะ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอมานะครับ
เซฟโซนสุดกวนกับนายมาดนิ่ง•ตอนที่ 18
คนรอบข้างเริ่มสงสัย
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับนายมาดนิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!