กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟลาเต้ร้อนกรุ่น ลอยละลิ่วอยู่เหนือโต๊ะทำงานไม้สักตัวใหญ่ในห้องประชุมใหญ่ของบริษัท แสงไฟนีออนสีวลีสะท้อนลงบนกระดาษแปลนสถาปัตยกรรมที่กางเกงเกะกะ ทว่าไม่มีใครสนใจมันเท่ากับบรรยากาศที่อึมครึมจนแทบหายใจไม่ออก
"เรื่องของเรายังไม่จบแค่นี้แน่ครับ... คุณรินรดา"
ประโยคทิ้งท้ายจากค่ำคืนก่อนยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทของครีเอทีฟสาว รินรดายกมือขึ้นทัดผมยาวที่ตกลงมาเคลียแก้ม ดวงตากลมโตจ้องมองชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเทาเข้มที่กำลังยืนกอดอกพิงขอบกระจกใสด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก
ภัคคิน สถาปัตย์หนุ่มมากฝีมือผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและวาจาเชือดเฉือน กำลังทำตัวแปลกประหลาดจนน่ากลัว ตั้งแต่เมื่อคืนที่เขาลงทุนขับรถฝ่าสายฝนเพื่อมาส่งเธอถึงหน้าคอนโด ทั้งที่ปกติแล้วเขาคงเลือกที่จะไล่เธอกลับด้วยแท็กซี่มากกว่าจะเปลืองน้ำมัน ยิ่งไปกว่านั้น กาแฟแก้วโปรดที่วางอยู่ตรงหน้าเธอนี่อีก... มันคือรสชาติหวานน้อยแบบที่เธอชอบเป๊ะ โดยที่เธอไม่เคยเอ่ยปากบอกเขาเลยสักครั้ง
"มองหน้าผมแบบนี้ มีปัญหาอะไรกับแบบร่างตรงไหนอีกครับ คุณรินรดา"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ รินรดาชะงักเล็กน้อยก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ เธอยกมุมปากขึ้นยิ้มด้วยความมั่นใจตามสไตล์สาวมั่นที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร
"เปล่าค่ะ... เอ๊ย! เปล่าครับ ฉันแค่กำลังคิดว่า..." รินรดาเผลอหลุดคำลงท้ายแบบผู้หญิงออกไปเล็กน้อยก่อนจะรีบแก้เขินด้วยการเชิดหน้าขึ้น "กำลังคิดว่า สถาปนิกมาดขรึมอย่างคุณภัคคินเนี่ย ว่างงานมากเหรอคะ ถึงได้มานั่งเฝ้าโปรเจกต์ครีเอทีฟตาดำๆ ตั้งแต่เช้าตรู่แบบนี้"
"ผมไม่ได้ว่างงาน" ภัคคินตอบกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบสนิทแต่แฝงความกวนประสาทไว้เต็มเปี่ยม "แต่ผมแค่ต้องมาดูให้แน่ใจว่า... คนที่ชอบทำเก่งแต่ไม่ยอมดูแลตัวเอง จะไม่เป็นลมคาโต๊ะประชุมไปเสียก่อน"
รินรดาหรี่ตามองเขาอย่างจับผิด คำพูดของเขามันช่างน่าหมั่นไส้เสียจริง ปากบอกว่ารำคาญ ปากร้ายใส่เธอทุกครั้งที่มีโอกาส แต่การกระทำกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ร้อนถึงขนาดที่ต้องคอยซื้อกาแฟมาวางไว้ให้ คอยเตือนเรื่องพักผ่อน หรือแม้แต่ตอนที่เธอทำงานจนดึกดื่น เขาก็ไม่เคยเดินหนีหายไปไหน ปล่อยให้นั่งเผชิญหน้ากับกองงานอยู่เป็นเพื่อนเงียบๆ ตลอด
ผู้ชายคนนี้คิดอะไรอยู่กันแน่?
ความสงสัยที่อัดแน่นอยู่ในอกทำให้รินรดาตัดสินใจวางปากกาในมือลง เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ไม่มีอาการหลบเลี่ยงเหมือนทุกครั้ง
"คุณภัคคินคะ... ถามจริงๆ เถอะ" รินรดาเอ่ยเสียงจริงจังขึ้น บรรยากาศรอบตัวพลันทิ้งความเล่นหัวลงทันที "ทำไมคุณถึง... ดีกับฉันขนาดนี้ล่ะ?"
คำถามนั้นราวกับหยุดเข็มนาฬิกาในห้องประชุมให้หยุดเดิน ภัคคินชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววกวนประสาทไหววับขึ้นครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับมาเรียบสนิทดังเดิม ใบหน้าหล่อเหลาขยับยิ้มมุมปากเล็กน้อยอย่างยากจะคาดเดา
"ดีเหรอครับ?" ภัคคินทวนคำ น้ำเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน "คุณเอาอะไรมาคิดว่าผมดีกับคุณ ผมแค่ไม่อยากให้งานของบริษัทพังเพราะครีเอทีฟสมองกลับอย่างคุณเป็นลมล้มพับไปต่างหาก"
"ปากแข็ง" รินรดาพึมพำเบาๆ แต่ดังพอให้คนหูดีได้ยิน เธอไม่เชื่อข้อแก้ตัวน้ำขุ่นๆ นั้นเลยสักนิด "ถ้าแค่งานพัง คุณคงแค่สั่งแก้โปรเจกต์ ไม่ใช่มานั่งเฝ้าแถมยังซื้อกาแฟถูกใจมาให้อย่างนี้หรอกค่ะ... เอ๊ย ครับ!" เธอกัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ เมื่อเผลอหลุดปากผิดอีกรอบท่ามกลางสายตาจับผิดของเขา
ภัคคินถอนหายใจเบาๆ เขาผละออกจากขอบกระจกแล้วเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานทีละก้าว ขายาวๆ นั้นก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ร่างสูงใหญ่ทอดเงาล้อมกรอบร่างระหงของหญิงสาวไว้โดยปริยาย กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกาแฟกรุ่นลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสจนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจ
ใกล้เกินไปแล้ว...
หัวใจเจ้ากรรมเริ่มเต้นผิดจังหวะ รินรดาพยายามขยับตัวถอยหลังแต่ติดพนักเก้าอี้จนไปไหนไม่ได้ เธอทำได้เพียงเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาที่โน้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบเดียวเท่านั้น
"อยากรู้เหตุผลจริงๆ เหรอครับ?" ภัคคินกระซิบเสียงต่ำพร่า ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มเจ้าเล่ห์ที่นานๆ ทีจะได้เห็น ดวงตาสีนิลคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอราวกับจะค้นหาความลับทั้งหมด
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองที่เคยประมวลผลคำพูดได้อย่างรวดเร็วกลับว่างเปล่า เธอยังคงรักษาสีหน้ามั่นใจไว้ได้แต่หัวใจกลับเต้นรัวราวกับกลองเพล
"ถ้า... ถ้าบอกเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น ฉันจะถือว่าคุณแค่หาเรื่องแกล้งฉันเหมือนเดิมนะคะ... ครับ!" รินรดาเผลอเสียงสั่นเล็กน้อย
ภัคคินหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นทุ้มนุ่มและชวนให้ใจสั่นไหวอย่างประหลาด มือหนายื่นเข้ามาใกล้ ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมออกไปราวกับจะปัดปอยผมที่ตกลงมาบังแก้มของเธอออกให้ รินรดาร่างกายแข็งค้าง สมองสั่งให้ถอยหนีแต่ขาทั้งสองข้างกลับไร้เรี่ยวแรง
ทว่า... ในวินาทีที่ปลายนิ้วของเขากำลังจะสัมผัสโดนผิวแก้มเนียน เสียงเคาะประตูก็จู่โจมดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
*ก๊อกๆ*
"คุณภัคคินคะ! เอกสารด่วนจากท่านประธานค่ะ ต้องให้คุณเซ็นอนุมัติเดี๋ยวนี้..."
เสียงใสของเลขาหน้าห้องดังแทรกเข้ามาพร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกกว้างโดยไม่รอคำอนุญาต ภัคคินชักมือกลับทันทีอย่างรวดเร็วราวกับติดสปริง เขายืดตัวตรงกลับสู่มาดขรึมตามเดิมในเสี้ยววินาที ขณะที่รินรดารีบดีดตัวลุกขึ้นยืนแล้วจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เพื่อซ่อนพิรุธ
รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา เธอมองหน้าสถาปนิกหนุ่มที่ตอนนี้กลับมาตีหน้าตายราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อครู่ ก่อนที่เธอจะทันได้เอ่ยปากทวงคำตอบที่ค้างคา เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของภัคคินก็แผดเสียงดังขึ้นขัดจังหวะซ้ำสอง
ภัคคินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ แววตาคมกริบกวาดตามองข้อความสั้นๆ ที่ปรากฏอยู่บนนั้นเพียงแวบเดียว สีหน้าของชายหนุ่มก็เปลี่ยนจากเรียบเฉยเป็นความเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีอย่างเห็นได้ชัด
เขาสบตากลับมาที่รินรดา รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงแววตาจริงจังที่เต็มไปด้วยความลับบางอย่างที่กำลังจะถูกเปิดเผย
"ดูเหมือนว่า... คำถามที่คุณอยากรู้เมื่อกี้ จะมีคนอื่นเป็นคนตอบให้เร็วกว่าที่ผมคิดซะแล้วล่ะครับ" ภัคคินเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงความหมายลึกซึ้งที่ทำให้รินรดาต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสังหรณ์ใจแปลกๆ
ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความซึนของพี่ภัคคินด้วยกันเสมอนะครับ
เซฟโซนสุดกวนกับนายมาดนิ่ง•ตอนที่ 17
คำถามที่ไม่มีคำตอบ
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับนายมาดนิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!