เซฟโซนสุดกวนกับนายมาดนิ่ง•ตอนที่ 12

ศัตรูหัวใจร่วมอาชีพ

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
"ผมเกรงว่าแผนกครีเอทีฟของคุณ จะไม่มีความสามารถมากพอที่จะรับมือกับลูกค้าระดับ 'แกรนด์ โฮลดิ้ง' หรอกนะครับคุณรินรดา" เสียงทุ้มต่ำแต่เจือแววเยาะหยันดังขึ้นกลางห้องประชุมใหญ่ แรงกระแทกจากการวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะกระจกใส ทำให้กาแฟในแก้วกระเซ็นเป็นวงเล็กน้อย รินรดาชะครงตัวเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายประกายความไม่พอใจอย่างไม่คิดจะปิดบัง เธอประสานมือเข้าหากันบนตัก แผ่นหลังตั้งตรงดิ่งราวกับเสาเข็มที่ตอกลงบนดินแข็ง หญิงสาวไม่ได้ตอบโต้ทันที เธอเลือกที่จะใช้วิธี 'นิ่ง' เพื่อต้อนให้คู่สนทนากลืนน้ำลายตัวเอง ทว่าความเงียบนั้นช่างสั้นนักเมื่อเทียบกับความอดทนของเธอ "ถ้าคุณ 'ธนัตถ์' หมายถึงการวิ่งโล่ไปเลียแข้งเลียขาผู้บริหารจนได้งานมาแบบนั้น ทางเราคงต้องขอปฏิเสธครับ เพราะพวกเราเน้นผลงาน ไม่ใช่ผลประโยชน์ใต้โต๊ะ" รินรดาฉีกยิ้มหวานหยด แต่แววตากลับคมกริบราวกับใบมีดโกนที่อาบยาพิษ ธนัตถ์ ชายหนุ่มวัยสามสิบเศษในชุดสูทแบรนด์เนมเข้ารูป ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์จากบริษัทคู่แข่งอย่าง 'ครีเอทีฟ เมทริกซ์' ถึงกับหน้าเสียไปชั่วขณะ เขาถูกดึงตัวเข้ามาในโปรเจกต์ร่วมทุนนี้ตามคำสั่งเบื้องบน เพื่อเข้ามา 'ช่วยตรวจสอบ' งานของทีมภัคคินและรินรดา แต่ดูเหมือนว่าเป้าหมายที่แท้จริงของเขาไม่ใช่การทำงานร่วมกัน หากแต่เป็นการเข้ามาเตะตัดขาและเคลมผลงานไปดื้อๆ "ปากเก่งไม่เบานี่ครับ สมแล้วที่เป็นลูกรักของสถาปนิกมาดขรึมแถวนี้" ธนัตถ์หันไปมองทางภัคคินที่นั่งไขว่ห้างอยู่ริมสุดของโต๊ะประชุม ใบหน้าคมคายเรียบเฉยราดด้วยน้ำแข็ง ภัคคินไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย เขากำลังหมุนปากกาในมือเล่นอย่างเชื่องช้า ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสายตาคู่นั้นมองตรงไปยังธนัตถ์ด้วยรังสีความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านจนคนในห้องยังต้องกลั้นหายใจ "งานของผม... ผมตรวจเอง" ภัคคินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบแต่น่าเกรงขาม "และผมคิดว่า 'ครีเอทีฟ' ของผม ก็ทำหน้าที่ได้ดีเกินกว่าที่คุณจะเอาเวลาอันมีค่ามานั่งวิจารณ์ ถ้าไม่มีอะไรจะเสนอแนะในเชิงสร้างสรรค์ เชิญออกไปจากห้องนี้ครับ" ธนัตถ์แค่นหัวเราะในลำคอ "ระวังเถอะครับคุณภัคคิน ความมั่นใจตาบอดแบบนี้ อาจจะทำให้คุณเสียโปรเจกต์ร้อยล้านนี้ไปโดยไม่รู้ตัว..." พูดจบ เจ้าตัวก็สะบัดหน้าพรวดเดินออกจากห้องประชุมไปโดยไม่ลืมกระแทกประตูดังปัง บรรยากาศในห้องกลับมาเงียบสนิทอีกครั้ง รินรดาระบายลมหายใจยาวเหยียด เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างอ่อนล้า มือเรียวยกขึ้นนวดขมับเบาๆ ความเครียดจากโปรเจกต์นี้เริ่มกัดกินพลังชีวิตเธอไปทีละน้อย ยิ่งมีตัวถ่วงอย่างธนัตถ์เข้ามาแทรกแซงด้วยแล้ว งานที่ยากอยู่แล้วยิ่งทวีความซับซ้อนขึ้นไปอีก "ไหวไหมครับ" เสียงทุ้มที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้นเบาๆ รินรดาเงยหน้าขึ้นมอง ภัคคินลุกจากเก้าอี้ เดินอ้อมมาหยุดยืนอยู่ข้างกายเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกาแฟคั่วเข้มลอยแตะจมูก ทำให้ความตึงเครียดในอกคลายลงอย่างน่าประหลาด "ไหวสิคะ ทำไมจะไม่ไหว" รินรดาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย แม้ขอบตาจะเริ่มร้อนผ่าวด้วยความอัดอั้น "แค่รู้สึกหงุดหงิดที่พวกชอบทางลัดมักจะมาทำตัวเหนือกว่าทั้งที่ฝีมือไม่มีอะไรเลย" ภัคคินมองท่าทีดื้อรั้นนั้นด้วยแววตาที่อ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะวางกระป๋องกาแฟเย็นที่เพิ่งกดมาจากตู้หยอดเหรียญลงบนโต๊ะตรงหน้าเธอ "ดื่มซะ หน้าซีดเป็นไก่ต้มแล้ว" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงห้วนๆ ตามวิสัย แต่กลับเลื่อนกระป๋องเข้าไปใกล้เธออีกนิด "อย่าไปถือสาคนประเภทนั้นเลยครับ เสียเวลาเปล่า สมองเขาคงมีพื้นที่จำกัด ถึงได้คิดแต่เรื่องตื้นๆ แบบนั้น" รินรดาหลุบตามองกระป๋องกาแฟเย็น แล้วเงยขึ้นสบตาคนปากแข็ง เธอยกยิ้มมุมปาก "นี่กำลังปลอบใจฉันอยู่หรือเปล่าคะคุณสถาปนิก" "ผมแค่ไม่อยากให้คุณสติแตกคางาน เพราะถ้าคุณล้ม ผมต้องทำงานเพิ่มเป็นสองเท่าต่างหาก" ภัคคินรีบแก้ตัว เสียงทุ้มกลบเกลื่อนความใส่ใจด้วยมาดนิ่งขรึม ทว่าใบหูที่ขึ้นสีแดงจางๆ นั้น ไม่สามารถรอดพ้นสายตาของครีเอทีฟสาวช่างสังเกตไปได้เลย รินรดาหัวเราะออกมาเบาๆ ความขบขันฉายชัดในดวงตาคู่สวย "ค่ะ... พ่อคนปากแข็ง พูดความจริงออกมามันจะตายหรือไงนะ" เธอยื่นมือไปหยิบกระป๋องกาแฟขึ้นมาเปิด ความเย็นเฉียบช่วยดึงสติให้เธอกลับมาโฟกัสกับงานตรงหน้าอีกครั้ง ทั้งสองคนช่วยกันตรวจสอบสคริปต์และแปลนงานที่เหลือท่ามกลางความเงียบที่มีความเข้าใจกันและกันก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ จนกระทั่งแสงแดดยามบ่ายเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มสาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่ ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรอคำอนุญาต ร่างสูงโปรดของ 'ปกรณ์' กรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัทก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ด้านหลังของเขาคือบุคคลที่สามที่ทำให้ทั้งห้องต้องชะงัก รินรดาขมวดคิ้วมุ่นทันทีที่เห็นหน้าแขกไม่ได้รับเชิญ ส่วนภัคคินถึงกับหรี่ตาลงอย่างระแวดระวัง "ทุกคนประชุมเสร็จเรียบร้อยดีใช่ไหมครับ" ปกรณ์กวาดตามองลูกน้องทั้งสองก่อนจะผายมือไปยังชายหนุ่มร่างสูงผิวขาวสะอาดในชุดสูทสากลเนี้ยบกริบ ผู้มีรอยยิ้มพราวเสน่ห์ประดับอยู่บนใบหน้าตลอดเวลา "พอดีผมมีข่าวสำคัญจะแจ้ง... นี่คือคุณ 'คิมหันต์' ที่ปรึกษาพิเศษคนใหม่ที่บอร์ดบริหารเพิ่งอนุมัติให้เข้ามาดูแล 'โครงการแกรนด์ โฮลดิ้ง' ร่วมกับเราตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปครับ" คิมหันต์ก้าวล้ำเข้ามาในห้อง ดวงตาคมกวาดมองมารินรดาและหยุดนิ่งที่ภัคคิน ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะยกยิ้มขึ้นอย่างมีความหมาย "ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะครับ ทุกคน..." ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับ "เมทริกซ์ซีโร่" นะครับ
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับนายมาดนิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%