เซฟโซนสุดกวนกับนายมาดนิ่ง•ตอนที่ 4

คู่หูที่ไม่เต็มใจ

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
“ผมไม่ได้ต้องการคนมาช่วยทำโปรเจกต์ และที่สำคัญ... ผมไม่ต้องการคนประเภทที่ใช้สัญชาตญาณนำหน้าเหตุผลแบบคุณมาอยู่ในทีม” ภัคคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นทว่าบาดลึก ดวงตาคมกริบหลังกรอบแว่นจดจ้องร่างบางที่ยืนกอดอกอยู่ตรงหน้าเขาในห้องทำงานสถาปนิกที่เงียบเชียบจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน รินรดาแค่นยิ้มมุมปาก เธอไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย วางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่เสียงดังปังจนเอกสารที่จัดเรียงไว้เป็นระเบียบขยับเขยื้อน “สัญชาตญาณของฉันมันทำให้งานโปรเจกต์ ‘The Glass House’ ของบริษัทขายดีเป็นเทน้ำเทท่ามาแล้วสามไตรมาสติดต่อกัน คุณภัคคิน” เธอเอนหลังพิงขอบโต๊ะ จ้องกลับด้วยสายตาไม่ยอมแพ้ “แล้วคุณล่ะ? งานที่ไร้ที่ติของคุณน่ะ บางทีมันอาจจะไร้ชีวิตชีวาจนลูกค้าเกือบถอนตัว เพราะเขารู้สึกเหมือนกำลังคุยกับหุ่นยนต์ที่สร้างบ้านได้มากกว่ามนุษย์” ภัคคินชะงักไปชั่วครู่ มือที่กำลังถือปากกาลูกลื่นสแตนเลสอยู่นิ่งค้าง เขาขยับแว่นสายตาเล็กน้อย ก่อนจะโน้มตัวลงมาหาเธอจนระยะห่างลดน้อยลงจนสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่ต่างกันระหว่างกลิ่นไม้หอมสะอาดของเขา และกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ ของเธอ “ปากคอเราะร้ายจังนะครับ” ภัคคินพึมพำ น้ำเสียงทุ้มต่ำเปลี่ยนโทนจากเย็นชาเป็นความกระด้างที่ซ่อนความหงุดหงิดเอาไว้ “งานของผมมันคือ ‘โครงสร้าง’ ส่วนงานของคุณมันคือ ‘การขายฝัน’ และถ้าบอสไม่สั่งลงมาให้เราต้องทำโปรเจกต์ ‘Luxury Retreat’ นี้ร่วมกัน ผมคงไม่มีวันเสียเวลานั่งหายใจร่วมกับคนปากเก่งอย่างคุณแน่” “โถ่... ที่แท้ก็เป็นลูกน้องที่ดี เชื่อฟังคำสั่งบอสจนลืมความเป็นตัวของตัวเองไปแล้วเหรอคะ?” รินรดายืดตัวขึ้นสบตาเขาตรงๆ แม้หัวใจจะเต้นผิดจังหวะจากความใกล้ชิดเมื่อครู่ “เอาเป็นว่า เรามาตกลงกันเถอะ ก่อนที่ประสาทฉันจะเสียไปมากกว่านี้ คุณวางโครงสร้างที่ต้องการมา แล้วฉันจะแต่งเติมจิตวิญญาณลงไปเอง รับรองว่างานนี้จะทำให้คุณเลิกมองฉันเป็นแค่ตัวปัญหาเสียที” ภัคคินไม่ตอบ แต่เขากลับดึงเก้าอี้อีกตัวมาวางข้างๆ แล้วตบลงบนโต๊ะเสียงดัง “นั่งลง ถ้าอยากพิสูจน์นักว่าเก่งจริง ก็ดูแบบร่างนี้ซะ แล้วบอกผมมาว่าไอ้จิตวิญญาณที่คุณว่าน่ะ จะเอามาใส่ตรงไหนโดยที่ไม่ทำให้เสาโครงสร้างหลักของผมพังพินาศ” รินรดานั่งลงอย่างรวดเร็ว เธอหยิบดินสอขึ้นมาแล้วเริ่มชี้จุดบนแบบร่างด้วยความคล่องแคล่ว ทั้งคู่เริ่มถกเถียงกันด้วยถ้อยคำที่เผ็ดร้อน แต่ในขณะเดียวกัน ประกายตาของภัคคินกลับจดจ้องมองใบหน้าด้านข้างของหญิงสาวที่ดูมุ่งมั่นเกินคาด เขาแอบสังเกตเห็นว่าเธอมีความละเอียดอ่อนในการเลือกใช้สีและวัสดุมากกว่าที่เขาเคยประเมินไว้ เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่ทราบได้ บรรยากาศในห้องทำงานเปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นความหมกมุ่นในงาน กองกระดาษเริ่มกระจัดกระจาย แต่ละคนต่างแลกเปลี่ยนทัศนะจนลืมตัวตนเดิมๆ ไปสิ้น “ตรงนี้... ถ้าเราใช้กระจกนิรภัยแบบตัดแสงแทนผนังทึบ มันจะเปิดรับวิวทะเลได้เต็มที่” รินรดาชี้ไปที่มุมห้องของแบบแปลน ภัคคินขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะใช้ไม้บรรทัดเหล็กวัดระยะ “แต่แบบนั้นภาระน้ำหนักจะลงไปที่ฐานรากฝั่งตะวันออกมากเกินไป” เขาก้มลงคำนวณตัวเลขด้วยสายตา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองเธอ “ถ้าเราปรับมุมเสาให้เป็นรูปตัว V ล่ะ? คุณว่ายังไง” รินรดามองเขาตาโต “ฉลาดดีนี่คะ... ไม่นึกว่าจะยอมฟังความคิดเห็นคนอื่นเป็นด้วย” “อย่าเข้าใจผิด” ภัคคินตอบเสียงเย็น แต่แววตาเขากลับไหวระริก “ผมแค่ไม่อยากให้งานต้องออกมาพังเพราะความดื้อรั้นของคุณ” “ปากแข็ง!” รินรดาหัวเราะหึๆ ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้เพื่อชี้จุดอื่นอีกครั้ง ทว่าในจังหวะนั้นเอง ภัคคินกลับเลื่อนมือไปวางทับบนแผ่นแบบแปลนโดยที่นิ้วของเขาบังเอิญสัมผัสกับมือของเธอที่ยังไม่ทันถอนออกไป กระแสไฟฟ้าบางอย่างแล่นผ่านสัมผัสแผ่วเบานั้น ทั้งคู่ชะงักไปทันที สายตาประสานกันนิ่งนาน ท่ามกลางความเงียบที่ขยายตัวจนน่าใจหาย รินรดาหายใจติดขัดเล็กน้อย ในขณะที่ภัคคินเองก็ไม่ได้รีบชักมือออกอย่างที่ควรจะเป็น “คุณ... หายใจแรงไปนะ” ภัคคินกระซิบ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าลงอย่างประหลาด “คุณต่างหาก... ที่จ้องฉันไม่หยุด” รินรดาโต้กลับ แต่เสียงของเธอกลับสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากหน้าประตูห้องทำงาน ก่อนที่ประตูจะถูกผลักเปิดออกกว้างโดยไม่ได้เคาะ “ภัคคิน! ผมเห็นโปรเจกต์แล้ว! คุณสองคน... ไปทำอะไรกันอยู่ในห้องปิดตายสองต่อสองแบบนี้!” เสียงหัวหน้าแผนกดังขึ้นขัดจังหวะบรรยากาศที่กำลังจะเดือดปุดๆ ทั้งคู่สะดุ้งสุดตัวและถอยห่างจากกันราวกับเพิ่งสัมผัสของร้อน ภัคคินรีบจัดระเบียบปกเสื้อตัวเอง สีหน้ากลับมานิ่งสนิทเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่แววตาที่ยังคงร้อนผ่าวอยู่ลึกๆ นั้นยากจะปิดบัง “เรากำลังทำงานตามคำสั่งบอสครับ... กำลังไปได้สวยเลยด้วย” ภัคคินตอบเสียงนิ่งพลางหันไปมองรินรดาที่กำลังก้มหน้าก้มตาจดจ่ออยู่กับแบบแปลนอย่างลนลาน ความสัมพันธ์ที่แสนตึงเครียดนี้กำลังจะเปลี่ยนไปอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด หรือแท้จริงแล้ว... มันเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายที่เขายังหาทางรับมือไม่ได้กันแน่? ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ "เมทริกซ์ซีโร่" นะครับ
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับนายมาดนิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%