เซฟโซนสุดกวนกับนายมาดนิ่ง•ตอนที่ 3

เมื่อไฟบังคับ

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะประชุมกระจกใสเงาวับดังสนั่น จนรินรดายังต้องสะดุ้งเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง เธอมองหน้าผู้บริหารฝ่ายกลยุทธ์ที่กำลังหายใจฮึดฮัดราวกับเพิ่งวิ่งหนีควายธนูมาหมาดๆ บรรยากาศในห้องประชุมใหญ่เวลานี้มาคุเสียยิ่งกว่าท้องฟ้าก่อนพายุฤดูร้อนจะเข้าเสียอีก "โปรเจกต์เดอะเมโทรโพลิสโดนตีตกจากฝั่งพาร์ทเนอร์รายใหญ่ เหตุผลคือคอนเซปต์เราเชยเกินไป และที่สำคัญที่สุด... วงเงินงบประมาณโดนหั่นลงยี่สิบเปอร์เซ็นต์!" เสียงทุบโต๊ะตามมาติดๆ พร้อมกับเอกสารฉบับล่าสุดที่ถูกสไลด์มาหยุดตรงหน้าครีเอทีฟสาว รินรดาไม่แม้แต่จะก้มลงมองกระดาษแผ่นนั้น ดวงตากลมโตคู่คมกวาดตามองรอบห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งที่ร่างสูงโปรดของสถาปนิกหนุ่มมาดขรึม นั่งไขว่ห้างกอดอกนิ่งสนิทอยู่ที่มุมห้อง ภัคคินยังคงตีหน้าตาย ราวกับเรื่องวิกฤตมูลค่าหลายสิบสิบล้านตรงหน้าเป็นเพียงเรื่องดินฟ้าอากาศนอกหน้าต่าง "เชยเหรอครับ?" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยความเย้ยหยันหยอกล้อเล็กน้อยดังขึ้นจากมุมห้อง ภัคคินปรายตาคมกริบมองหัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ "ถ้าหมายถึงทีมครีเอทคิดงานตามโจทย์ที่ทางคุณบรีฟมาแบบคำต่อคำ ผมว่าเราควรพิจารณาคนออกใบสั่งงานมากกว่าจะมานั่งโทษคนวาดภาพนะครับ" รินรดาลอบยิ้มมุมปาก เธอนึกหมั่นไส้ความปากร้ายของพ่อสถาปนิกคนนี้ไม่น้อย แต่ก็ต้องยอมรับว่าจังหวะสวนกลับของเขาเมื่อครู่มันสะใจเธออยู่ไม่น้อยเช่นกัน "นี่คุณภัคคิน! อย่ามาลอยตัวเหนือปัญหาหน่อยเลย โปรเจกต์นี้คุณเป็นหัวเรือฝั่งดีไซน์นะ!" "ผมออกแบบตามโครงสร้างที่สมเหตุสมผล ไม่ได้วาดวิมานในอากาศให้ลูกค้าฝันหวานไปวันๆ ครับ" ภัคคินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบเรื่อยไร้ความเกรงกลัว แต่แววตาคมกริบกลับดุดันจนอีกฝ่ายถึงกับกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ "พอครับ! เลิกเถียงกันได้แล้ว เรื่องใหญ่ตอนนี้คือเราเหลือเวลาอีกแค่เจ็ดวันในการรีบิ้วด์โปรเจกต์นี้ใหม่ทั้งหมดเพื่อเข้าบอร์ดบริหารรอบสุดท้าย" ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารยกมือขึ้นปราامความตึงเครียด ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ "บอร์ดมีคำสั่งด่วนให้จัดตั้ง 'ทีมกู้ชีพ' เฉพาะกิจขึ้นมา โดยดึงหัวกะทิของแต่ละแผนกมาทำงานร่วมกันในห้องปิดตาย ห้ามออกจนกว่างานจะเสร็จ และ... ใช่ครับ" ชายวัยกลางคนเว้นจังหวะ พร้อมกับรอยยิ้มเจื่อนๆ ที่ส่งตรงมายังคนทั้งคู่ "คุณรินรดา และคุณภัคคิน... พวกคุณสองคนคือคีย์แมนหลักของทีมนี้" รินรดาหุบยิ้มฉับพลัน เธอหันขวับไปมองหน้าผู้บริหารสลับกับร่างสูงที่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าหล่อเหลาของภัคคินบึ้งตึงสนิท ดวงตาคมคายฉายแววไม่สมานฉันท์อย่างเห็นได้ชัด ให้ตายเถอะ แค่ร่วมงานกันปกติเธอกับเขาก็เหมือนน้ำกับน้ำมันอยู่แล้ว นี่ต้องมาขังรวมกันในห้องปิดตายเพื่อปั่นงานวิกฤตในเวลาเจ็ดวัน... มันต่างอะไรกับการส่งพวกเขานรกขุมเดียวกัน "ผมปฏิเสธครับ" ภัคคินเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ ทว่าเฉียบขาด "ฉันก็ด้วยค่ะ... เอ๊ย ผมก็ด้วยครับ" รินรดารีบแก้คำพูดทันทีเมื่อเผลอใช้สรรพนามคุ้นชิน เธอกวาดตามองผู้บริหารด้วยแววตาแข็งกร้าว "ฉันหมายถึง... ผมคิดว่าการเอาคนวิสัยทัศน์ไม่ตรงกันมาขังไว้ด้วยกัน มีแต่จะทำให้งานพังเร็วกว่าเดิมนะครับท่าน" "ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธครับ!" ผู้อำนวยการตัดบทเสียงแข็ง "คำสั่งตรงจากท่านประธาน ถ้าโปรเจกต์นี้ล่ม จบสิ้นกันหมดแน่... เชิญพวกคุณไปประจำการที่ห้องสตูดิโอชั้นสิบห้าได้ตั้งแต่ตอนนี้เลยครับ" สิ้นเสียงประกาศิต ประตูห้องประชุมก็ถูกเปิดออกโดยเลขาหน้าห้อง ภัคคินพ่นลมหายใจพรืดใหญ่ออกทางจมูกอย่างขัดใจ ร่างสูงก้าวขายาวๆ เดินผ่านหน้าเธอไปโดยไม่แม้แต่จะชายตาแล ทิ้งท้ายไว้เพียงประโยคสั้นๆ ที่ลอยมาตามลม "เดินตามมาสิครับคุณครีเอทปากเก่ง... อย่ามัวแต่ยืนอึ้งให้เสียเวลาทำงานเลย" รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เธอกัดฟันกรอดด้วยความหมั่นไส้ในความหยิ่งยโสของพ่อหนุ่มมาดขรึมคนนั้น "ปากดีนักนะภัคคิน ระวังตัวไว้เถอะ งานนี้ใครรอดใครร่วงยังไม่รู้!" เธอก้าวเท้าตามหลังร่างสูงลิ่วเข้าไปในลิฟต์ส่วนตัว บรรยากาศภายในแคบๆ อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางที่ชวนให้รู้สึกปั่นป่วนในท้องอย่างประหลาด ภัคคินยืนกอดอกนิ่ง ใบหน้าด้านข้างคมคายไร้รอยยิ้ม เสียงดนตรีเบาๆ ในลิฟต์ยิ่งขับเน้นความอึดอัดระหว่างคนทั้งสองให้เด่นชัดขึ้นไปอีก เมื่อลิฟต์เลื่อนมาถึงชั้นสิบห้า ประตูโลหะสีเงินก็เปิดออกเผยให้เห็นสตูดิโอขนาดใหญ่ที่มีกระดานไวท์บอร์ดล้อมรอบ โต๊ะทำงานตัวยาว และกองเอกสารตั้งสูงเป็นภูเขาเลากา ภัคคินเดินดุ่มๆ เข้าไปทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังสีดำสนิท ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอที่เดินตามเข้ามาติดๆ "เชิญนั่งครับ... หรือจะยืนกอดอกทำหน้ายักษ์อยู่ตรงนั้นจนกว่าจะเช้าวันใหม่ดีล่ะครับ" เขาเอ่ยแซะด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท รินรดาก้าวเข้าไปดึงเก้าอี้ตรงข้ามแล้วหย่อนตัวลงนั่งกระแทกเสียงดังไม่แพ้กัน เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของเขา ดวงตากลมโตจ้องมองอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละ "ฟังนะคุณภัคคิน ถึงเราจะต้องมาติดแหง็กอยู่ในนี้ด้วยกัน แต่เรื่องงาน... ฉันไม่มีทางยอมให้คุณมาสั่งสอนหรือด้อยค่าไอเดียของฉันเด็ดขาด" ภัคคินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นวูบหนึ่งทำให้ใบหน้าดุๆ นั้นดูอันตรายขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เขายื่นใบหน้าเข้ามาใกล้เธอจนระยะห่างระหว่างกันลดลงเหลือเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ใกล้จนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ "เหรอครับ..." ภัคคินกระซิบเสียงทุ้มต่ำ แววตาคมกราบกวาดมองริมฝีปากเธอก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตานิ่ง "แต่เท่าที่ผมเห็น... คุณดูตื่นเต้นที่จะได้ร่วมงานกับผมมากกว่าจะโกรธซะอีกนะ" รินรดาเบิกตากว้าง หัวใจกระหน่ำเต้นรัวแรงจนแทบจะกระโดดออกมานอกอกเมื่อปลายนิ้วเรียวของสถาปนิกหนุ่มเอื้อมมาปัดปอยผมที่ตกลงมาบดบังใบหน้าของเธอออกให้อย่างเบามือ โดยที่เขายังคงจ้องมองเธอด้วยสายตาที่คาดเดาความรู้สึกไม่ได้เลยแม้แต่น้อย "อย่าสำคัญตัวผิดน่า..." เธอกลืนน้ำลายฝืดคอ พยายามดึงสติแล้วเอ่ยสวนกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้มั่นคงที่สุด "ฉันแค่กลัวว่าคุณจะทำงานไม่ทันฉันต่างหากเล่า" ภัคคินไม่ตอบ เขายังคงค้างมือไว้ใกล้แก้มเهَا นัยน์ตาคู่คมลุ่มลึกขึ้นเรื่อยๆ จนน่ากลัว ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้เอ่ยคำพูดอะไรออกมา เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศชวนใจเต้นนั้นเสียก่อน รินรดาผละถอยหลังออกมาอย่างรวดเร็วราวกับโดนไฟลวก เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยมือที่สั่นระริกเล็กน้อย ก่อนที่ใบหน้าสวยจะซีดเผือดลงทันทีที่กวาดสายตาอ่านข้อความบนหน้าจอ ภัคคินขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นปฏิกิริยาผิดปกติของหญิงสาว "มีอะไร?" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา แววตาที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่กลับเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก และประโยคถัดมาของเธอก็ทำให้บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงในพริบตา "ประตูสตูดิโอ... มันถูกล็อกข้างนอก" รินรดากลืนน้ำลายฝืดคอ "และระบบไฟทั้งชั้นกำลังถูกตัด... ตอนนี้!" พรึบ! สิ้นเสียงของเธอ ไฟทั่วทั้งห้องก็ดับสนิทลงพร้อมกัน ความมืดมิดกลืนกินทัศนียภาพรอบตัวจนมองไม่เห็นแม้แต่ปลายนิ้ว ทว่าท่ามกลางความมืดนั้น รินรดากลับสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างสูงที่ขยับเข้ามาประชิดตัวเธออย่างไร้เสียง พร้อมกับเสียงกระซิบกระซาบที่ดังอยู่ชิดริมหูในระยะประชิด "ดูเหมือนว่า... เราไม่ได้ถูกขังไว้แค่วิเคราะห์งานซะแล้วสิครับคุณครีเอท" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ "เมทริกซ์ซีโร่" นะครับ
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับนายมาดนิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%