เซฟโซนสุดกวนกับนายมาดนิ่ง•ตอนที่ 27

ความลับของดอกไม้

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
"ถ้าคุณยังเดินวนเป็นหนูติดจั่นอยู่แบบนั้น งานบนจอตรงหน้าคงเสร็จทันเดดไลน์ชาติหน้าครับ คุณรินรดา" เสียงทุ้มต่ำที่เจือความระอาไว้นิดๆ ดังขึ้นทำลายความเงียบของห้องทำงานส่วนตัว ภัคคินไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาจากแปลนสถาปัตยกรรมในแท็บเล็ตด้วยซ้ำ ปลายนิ้วเรียวยาวของเขายังคงลากเส้นตารางการจัดวางพื้นที่ด้วยความแม่นยำ แต่มุมปากหยักลึกกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างรู้ทัน รินรดาสะดุ้งเล็กน้อย เธอหยุดฝีเท้าที่กำลังก้าวเดินสลับไปมาระหว่างโต๊ะทำงานกับหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ ดวงตากลมโตฉายแววขุ่นเคืองทันทีเมื่อโดนจับได้ไล่ทัน เธอไม่ได้ตั้งใจจะเดินวนจนน่ารำคาญ แต่สมองของเธอมันกำลังประมวลผลเรื่องราวเมื่อคืน—คืนโต้รุ่งที่พวกเขาไม่ได้พักผ่อน และคำพูดทิ้งท้ายกำกวมที่ว่า *'พร้อมจะออกไปสู้กับโลกข้างนอกนั่นหรือยัง?'*—จนมันตีกันยุ่งเหยิงไปหมด "ฉันไม่ได้เดินเป็นหนูค่ะ... เอ๊ย! ผม... เอ๊ย! ฉันไม่ได้เดิน แค่กำลังคิดงานต่างหากเล่า!" รินรดาแก้ตัวเสียงแข็ง ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความหงุดหงิดที่เผลอหลุดหลงกลคนปากแข็งตรงหน้า ภัคคินวางแท็บเล็ตในมือลงช้าๆ เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับครีเอทีฟสาวคนเก่ง แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตานั้นพราวระยับด้วยความขบขัน "ครับ... คิดงานจนเดินชนกระถางต้นไม้ตรงมุมห้องไปรอบหนึ่งแล้วด้วยสินะครับ เก่งกาจจริงๆ" "คุณภัคคิน!" รินรดาค้อนขวับ ปากอิ่มเม้มเข้าหากันอย่างขัดใจ เธอเกลียดนักเวลาที่ผู้ชายคนนี้รู้ทันเธอไปเสียทุกเรื่อง โดยเฉพาะเวลาที่เธอกำลังเสียอาการ ร่างบางทรุดตัวลงนั่งกระแทกเก้าอี้ทำงานของตัวเองเสียงดังลั่นเพื่อแสดงความไม่พอใจ "ถ้าว่างมากนัก ก็เอาแปลนบ้านลูกค้าไปตรวจเองให้หมดเลยไป๊ ไม่ต้องมานั่งแซะฉัน!" "ผมไม่ได้แซะ ผมพูดตามข้อเท็จจริงในฐานะหัวหน้าโปรเจกต์ที่ต้องรับผิดชอบความคืบหน้า" ภัคคินตอบเสียงเรียบ แต่ดวงตาคู่คมกลับทอดมองท่าทางพยศพองขนของอีกฝ่ายด้วยความเอ็นดูที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดขรึม เขาหยิบกระดาษห่อของขวัญลวดลายเรียบหรูที่วางอยู่ข้างกองเอกสารขึ้นมา ชูขึ้นระดับสายตาเล็กน้อย "อ้อ... เกือบลืมไปเลย" รินรดาชะงัก เธอมองห่อกระดาษในมือของสถาปนิกหนุ่มด้วยความสงสัยระคนระแวง "อะไรอีกอ่ะคุณ? อย่าบอกนะว่านี่คือแบบแปลนฉบับแก้ไขรอบที่แปดที่ฉันต้องแก้น่ะ ฉันไม่รับนะ!" "ไม่ใช่แปลนงานครับ" ภัคคินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเดินอ้อมโต๊ะทำงานมาหยุดอยู่ที่หน้าโต๊ะของรินรดา เขาวางห่อกระดาษนั้นลงบนกองเอกสารตรงหน้าเธอ เสียงกระดาษกรอบแกรบเบาๆ ทำให้บรรยากาศในห้องเงียบลงไปถนัดตา รินรดากะพริบตาปริบๆ มองห่อของขวัญขนาดกะทัดรัดที่ถูกผูกด้วยโบสีเรียบร้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองสถาปนิกหนุ่มที่ยืนค้ำโต๊ะอยู่ "แล้วนี่มันอะไรล่ะเนี่ย? หรือว่าคุณแอบไปซื้อของประชดฉัน?" "ลูกค้าฝากมาให้ต่างหากครับ" ภัคคินตอบเสียงเรียบ สีหน้าและแววตาของเขาดูปกติจนน่าหมั่นไส้ "คุณากรเขาบอกว่า ขอบคุณสำหรับไอเดียครีเอทีฟเมื่อคืนที่ช่วยกู้หน้าเขาไว้ได้ทันเวลา เลยฝากของขวัญชิ้นนี้มาให้คุณเพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณเป็นส่วนตัว" คิ้วเรียวของรินรดาขมวดเข้าหากันทันที ความรู้สึกแปลกๆ บางอย่างแล่นแปลบขึ้นมาในอก "คุณากรเนี่ยนะ? ลูกค้าโครงการบ้านเดี่ยวคนนั้นน่ะนะ? เขา... ฝากมาให้ฉันจริงๆ เหรอ ทำไมเขาไม่ให้ผ่านคุณมาตรงๆ ล่ะ หรือเอามาให้ฉันเองตอนประชุมเมื่อเช้า?" "เขาบอกว่ารีบไปสนามบินต่อ เลยฝากผมไว้ตั้งแต่ตอนที่เราคุยงานกันรอบเช้าตรู่ แล้วบังเอิญผมเพิ่งนึกขึ้นได้" ภัคคินไหล่งับเบาๆ ท่าทางสบายๆ นั้นดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ถ้าใครสังเกตให้ดีจะเห็นว่าปลายนิ้วของเขาที่ประสานกันไว้ที่หน้าท้องนั้นเกร็งขึ้นเล็กน้อย "เปิดดูสิครับ หรือว่ากลัวว่าข้างในจะเป็นระเบิดเวลา?" รินรดาค้อนใส่เขาอีกรอบด้วยความหมั่นไส้ "ฉันไม่ใช่คนขี้ขลาดตาขาวสักหน่อย!" มือบางเอื้อมไปแกะโบสีเรียบร้อยออกอย่างระมัดระวัง กระดาษห่อถูกคลี่ออก เผยให้เห็นกล่องกระดาษแข็งสีดำสนิท เมื่อเปิดฝากล่องออก กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ก็ลอยแตะจมูกทันที ภายในกล่องนั้น ไม่ใช่เอกสาร ไม่ใช่ของกำนัลมีค่าทางธุรกิจอย่างปากกาหรูหรือนาฬิกา แต่เป็นช่อดอกไม้ขนาดกะทัดรัดที่ถูกจัดแต่งอย่างประณีต ดอกกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์แซมด้วยดอกยิปโซสีฟ้าอ่อนและใบไม้เขียวชอุ่ม ดูงดงาม สะอาดตา และ... ส่งกลิ่นหอมละมุนที่ชวนให้รู้สึกผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าตลอดคืนที่ผ่านมา รินรดาชะงักค้างไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตมองดอกไม้ในกล่องด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย มันสวยงามมาก แต่มันกลับให้ความรู้สึกแปลกประหลาด—ความรู้สึกที่ว่า ดอกไม้ช่อนี้... ไม่น่าจะเป็นรสนิยมของนักธุรกิจวัยกลางคนอย่างคุณากรเลยสักนิด "สวยดีนี่ครับ" เสียงทุ้มต่ำของภัคคินดังขึ้นเหนือศีรษะ น้ำเสียงของเขาเรียบเฉยจนเดาอารมณ์ไม่ออก "คุณากรคงใส่ใจรายละเอียดผู้ร่วมงานดีมากสินะ ถึงรู้ว่าคุณชอบดอกไม้" รินรดาเงยหน้าขึ้นมองคนพูดทันที เธอกวาดสายตาสำรวจใบหน้าคมคายที่เรียบเฉยไร้ระลอกคลื่นนั้นอย่างจับผิด "คุณากร... รู้ได้ยังไงว่าฉันชอบดอกไม้แบบนี้? ฉันจำได้ว่าเราไม่เคยคุยกันเรื่องส่วนตัวเลยนะในการประชุมทุกรอบ" ภัคคินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เขายกมือขึ้นกอดอก พนักหลังพิงขอบโต๊ะทำงานของเธออย่างสบายๆ "บางทีเขาอาจจะแอบไปสืบประวัติคุณมาจากพาร์ทเนอร์คนอื่นก็ได้ครับ คนระดับนั้น ถ้าอยากรู้เรื่องใครสักคน มันไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรนี่นา" "แต่มันแปลก..." รินรดากระซิบเบาๆ เธอยื่นมือไปหยิบการ์ดใบเล็กสีขาวที่เสียบอยู่ข้างช่อดอกไม้ออกมา เปิดอ่านข้อความลายมือหวัดๆ ด้านใน *‘ขอโทษที่เมื่อคืนทำให้ต้องเหนื่อยโต้รุ่งด้วยกันนะครับ หวังว่าดอกไม้ช่อนี้จะช่วยเยียวยาความอ่อนล้าได้... จากคนที่ไม่ค่อยเก่งเรื่องพูด แต่ตั้งใจทำเพื่อคุณเสมอ’* หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ทันทีที่อ่านข้อความนั้นจบ สมองของเธอก็ประมวลผลย้อนกลับไปถึงลายมือที่เธอเคยเห็นผ่านตาบนกระดาษร่างแบบแปลนของใครบางคน—ลายมือแบบเดียวกันเป๊ะ! โครงสร้างตัวอักษรที่ตวัดปลายคมกริบแบบสถาปนิกผู้เจ้าระเบียบ เธอนิ่งงั้นไปชั่ววินาที ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับคนที่ยืนกอดอกมองเธออยู่ ภัคคินยังคงตีหน้าตาย แต่ถ้าสังเกตให้ดี... ใบหูข้างที่หันเข้าหาเธอกลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิด รินรดาวางการ์ดลงในกล่องช้าๆ เธอไม่ได้เอ่ยทักท้วง หรือโวยวายดังเช่นทุกที ร่างบางลุกขึ้นยืนช้าๆ จนกระทั่งส่วนสูงของเธอกับเขายืนประชิดกันในระยะที่ใกล้เสียจนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกลิ่นบุหรี่อ่อนๆ และกาแฟคั่วบดจากตัวเขา "คุณากร... ฝากมาจริงๆ เหรอครับ... คุณภัคคิน?" น้ำเสียงของรินรดานุ่มนวลขึ้น แต่แฝงไปด้วยความรู้ทันที่ทรงพลัง ภัคคินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบก้มลงมองหญิงสาวที่ยืนประชิดตัวเขาจนแทบจะไม่มีช่องว่าง "คุณหมายความว่ายังไงครับ?" "ฉันหมายความว่า..." รินรดายกการ์ดใบนั้นขึ้นชูให้เขาเห็นลายมือชัดๆ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอิ่ม "ลายมือของคุณากรในเอกสารสัญญา เมื่อวานนี้... ไม่ได้เขียนแบบนี้เลยสักนิดนะคะคุณสถาปนิก แต่ลายมือในการ์ดใบนี้... มันเหมือนกับแปลนโครงสร้างที่คุณเพิ่งแก้เสร็จเมื่อกี้ไม่มีผิดเพี้ยนเลยล่ะค่ะ" ห้องทำงานทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ เสียงแอร์ทำงานเบาๆ กลายเป็นเสียงเดียวที่ได้ยิน ภัคคินนิ่งงันไป เขาสบตากับดวงตากลมโตที่ฉายแววรู้ทันและกำลังพราวระยับด้วยความสนุกสนาน ไม่มีคำแก้ตัวใดๆ หลุดออกมาจากปากของชายหนุ่มจอมซึน รินรดาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกของทั้งคู่แทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนใจเต้นระส่ำ เธอเงยหน้าขึ้นกระซิบด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะที่เย้ายวนและอันตรายที่สุด "ปากแข็งชะมัดเลยนะ... นายมาดนิ่ง" ภัคคินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือหนาที่เคยไขว้ไว้ข้างหลังค่อยๆ ยกขึ้นตามสัญชาตญาณเพื่อกักตัวเธอไว้ไม่ให้ถอยหนี แต่ก่อนที่เขาจะได้พูดคำแก้ตัวใดๆ ออกมาเพื่อรักษาฟอร์มของตัวเอง ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดผางเสียงดังลั่นโดยไม่เคาะขออนุญาต "พี่ภัค! แย่แล้วค่ะ! ลูกค้าโครงการริมน้ำโทรมาโวยวายบอกว่า..." เสียงใสของน้องฝึกงานดังทะลุเข้ามาหยุดชะงักกึก เมื่อเห็นภาพตรงหน้า—สถาปนิกหนุ่มมาดขรึมผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็น กำลังยืนกักตัวครีเอทีฟสาวคนเก่งไว้ในวงแขน โดยที่ห่างกันแค่คืบเดียว และบนโต๊ะยังมีช่อดอกไม้กุหลาบขาววางอยู่เด่น hงะ! ภัคคินชักมือกลับแทบไม่ทัน ใบหน้าคมคายกลับมาเรียบตึงเป็นน้ำแข็งในเสี้ยววินาที ขณะที่รินรดาแอบหลุดหัวเราะคิกออกมาเบาๆ กับท่าทางลิเกตื่นสนามของคนปากแข็ง ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความซึนของสถาปนิกหนุ่มคนนี้ด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับนายมาดนิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%