"ถ้าคุณยังแก้เส้น Perspective ตรงนี้ไม่จบ เราคงต้องนอนเฝ้าสตูดิโอกันจนเห็นพระอาทิตย์ขึ้นนั่นแหละ คุณรินรดา"
เสียงทุ้มต่ำติดจะหงุดหงิดของภัคคินดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบสงัดของสตูดิโอในยามเที่ยงคืน เขาไม่ได้เงยหน้ามองคนข้างตัว ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นยังคงจับจ้องอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์เครื่องใหญ่ มือหนาขยับเมาส์อย่างคล่องแคล่วราวกับกำลังทำสงครามกับแบบร่างตรงหน้า
รินรดาที่นั่งเท้าคางอยู่ข้างๆ พ่นลมหายใจออกมาพรืดใหญ่ เธอหมุนเก้าอี้ทำงานกลับมาเผชิญหน้ากับคนมาดนิ่งที่เอาแต่กดดันกันไม่หยุด
"คุณภัคคินคะ... นี่มันตีหนึ่งแล้ว กาแฟแก้วที่สามของฉันกำลังจะกลายเป็นพิษในกระเพาะอยู่แล้วนะ แล้วไอ้เส้นที่ว่าเนี่ย ฉันแก้ไปสามรอบแล้วค่ะ ถ้าคุณจะบอกว่ามันยังไม่ได้เรื่อง ช่วยกรุณาบอกให้ชัดเจนกว่าคำว่า 'มันยังขาดจิตวิญญาณ' ได้ไหมคะ?"
ภัคคินชะงักมือที่กำลังพิมพ์คำสั่งคีย์บอร์ด เขาวางเมาส์ลงช้าๆ ก่อนจะถอดแว่นสายตาออกแล้วนวดสันจมูกเบาๆ ท่าทางเหนื่อยอ่อนนั้นทำให้คนมองใจอ่อนยวบลงไปชั่วขณะ แต่ทว่าปากที่ไวพอๆ กับสมองของเขาก็ยังคงทำงานได้ดีเยี่ยม
"จิตวิญญาณคือสิ่งที่ผมมองเห็น แต่คุณมองข้ามมันไปเสมอ" เขาหันมาสบตาเธอ ดวงตาคมเข้มคู่นั้นดูนิ่งสงบ ทว่ากลับแฝงประกายบางอย่างที่ทำให้บรรยากาศในห้องแคบลงถนัดตา "คุณเก่งนะ คุณรินรดา แต่บางครั้งความมั่นใจของคุณก็ทำให้คุณลืมใส่ 'ความรู้สึก' ลงไปในงาน"
"ความรู้สึกเหรอ?" เธอเลิกคิ้วขึ้น ท้าทาย "แล้วคุณล่ะ คุณใส่ความรู้สึกแบบไหนลงไปในงานกันแน่? ความซึนเดเระ หรือความต้องการจะทรมานคนทำงานกันแน่คะ?"
แทนที่จะโกรธ ภัคคินกลับหัวเราะในลำคอเบาๆ เขาขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้จนไหล่ของเขาเกือบชิดกับไหล่ของเธอ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นไอของกระดาษและกาแฟจากตัวเขาทำเอารินรดาใจเต้นผิดจังหวะ
"ผมแค่ไม่อยากให้งานชิ้นนี้จบลงแบบผ่านๆ" เขาขยับเข้าใกล้จนรินรดารู้สึกถึงไออุ่นจากตัวเขา "เพราะถ้ามันจบลงแบบ 'ผ่านๆ' เราก็คงไม่มีเหตุผลที่จะต้องมานั่งโต้รุ่งด้วยกันแบบนี้อีก... จริงไหม?"
ประโยคนั้นทำให้รินรดาชะงัก เธอจ้องมองนัยน์ตาคู่คมที่เริ่มอ่อนแสงลง เขาสบตากับเธอนิ่งนาน จนวินาทีนั้นราวกับเวลาในสตูดิโอถูกหยุดไว้ ความใกล้ชิดที่เกินเส้นแบ่งของเจ้านายและลูกน้องทำให้รินรดาเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
"คุณ... พูดอะไรของคุณเนี่ย" เธอหลบสายตาไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์แก้เก้อ แต่หัวใจในอกกลับเต้นรัวเหมือนกลองรบ
"ผมพูดความจริง" ภัคคินขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกจนแทบจะโอบเธอไว้ในวงแขน มือหนึ่งของเขาเอื้อมไปแตะขอบโต๊ะข้างกายเธอ บังคับให้เธอตกอยู่ในอาณาเขตของเขาโดยสมบูรณ์ "ริน... งานชิ้นนี้มันสำคัญสำหรับผม และคุณก็สำคัญ... สำหรับโปรเจกต์นี้"
"แค่โปรเจกต์เหรอคะ?" เธอสวนกลับทันควัน แม้จะรู้ว่าเสียงตัวเองสั่นเล็กน้อย
"อยากให้มากกว่านั้นไหมล่ะ?"
คำถามท้าทายนั้นเบาหวิวแต่กลับดังก้องในความเงียบ รินรดาหันกลับไปสบตาเขาอีกครั้ง ครั้งนี้เธอไม่ถอยหนี เธอจ้องลึกเข้าไปในตาของเขาเพื่อหาคำตอบที่ซ่อนอยู่ข้างใน และสิ่งที่เธอพบคือความปรารถนาที่เขาพยายามปิดบังมาตลอด
ภัคคินเอื้อมมือไปเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าเธอเบาๆ สัมผัสนั้นแผ่วเบาทว่าหนักแน่นและเต็มไปด้วยความรู้สึกที่เอ่อล้น เขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะแตะกัน รินรดาหลับตาลงรับสัมผัสที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างยอมจำนน
แต่ทว่า...
*ปัง!*
เสียงประตูกระจกสตูดิโอถูกผลักเข้ามาอย่างแรงพร้อมกับเสียงของเลขาฯ ส่วนตัวของภัคคินที่พุ่งเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก
"บอสคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ ข่าวฉาวของโปรเจกต์เราหลุดออกไปหน้าเพจบริษัทแล้วค่ะ!"
ภัคคินผละออกจากรินรดาทันทีอย่างเสียดาย แววตาที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่เปลี่ยนกลับมาเป็นมาดนิ่งดุดันในพริบตา เขาหันไปหาเลขาฯ ด้วยใบหน้าเรียบเฉยเหมือนคนละคน ในขณะที่รินรดาได้แต่เบิกตากว้างมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงหน้าเพจบริษัทพร้อมพาดหัวข่าวที่เป็นภัยร้ายแรงต่อโครงการที่พวกเขาทุ่มเททำมาตลอดทั้งคืน
ภัคคินแค่นหัวเราะในลำคอแล้วหันมามองรินรดาที่ยังคงช็อกอยู่
"ดูเหมือนคืนโต้รุ่งของเราจะไม่ได้จบลงที่การพักผ่อนแล้วล่ะ... พร้อมจะออกไปสู้กับโลกข้างนอกนั่นหรือยัง?"
เมทริกซ์ซีโร่ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านกันมาจนถึงตอนนี้ครับ
เซฟโซนสุดกวนกับนายมาดนิ่ง•ตอนที่ 26
คืนที่ต้องทำงานโต้รุ่ง
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับนายมาดนิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!