"ถ้าโปรเจกต์นี้พัง ผมรับรองว่าพวกคุณสองคนไม่ต้องมองหน้ากันในออฟฟิศนี้อีกต่อไป"
น้ำเสียงเยียบเย็นและแววตาคมกริบดุจใบมีดโกนของท่านประธานใหญ่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แม้ว่าบานประตูห้องประชุมใหญ่จะปิดสนิทลงไปได้สามนาทีเต็มแล้วก็ตาม
ความเงียบงัดข้อเข้าปกคลุมบรรยากาศรอบตัวราวกับอากาศถูกสูบออกจนหมดสิ้น รินรดายืนนิ่งค้างอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวยาว แผ่นหลังบางเหยียดตรง แม้ในใจจะพายุกำลังโหมกระหน่ำจากความไม่ยุติธรรมที่เพิ่งได้รับป้ายสีมาหมาดๆ เมื่อครู่ แต่เธอก็เลือกที่จะเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ไม่ยอมปล่อยให้หยดน้ำตาแห่งความคับ
แค้นสักหยดไหลลงมาประจานความอ่อนแอต่อหน้าใคร โดยเฉพาะต่อหน้า ‘แขกที่ไม่ได้รับเชิญ’ ที่ยืนกอดอกยิ้มมุมปากอยู่ตรงมุมห้อง
“หึ อวดเก่งนักนะรินรดา สุดท้ายก็ไม่พ้นต้องมานั่งหลังขดหลังแข็งแก้ปัญหาที่ตัวเองไม่ได้ก่อ”
น้ำเสียงเย้ยหยันดังขึ้นจาก ‘พิมพ์พรรณ’ อดีตเพื่อนร่วมงานที่ผันตัวไปเลียแข้งเลียขาฝ่ายบริหารจนได้ดิบได้ดี และตอนนี้หล่อนกำลังสวมหมวดผู้ตรวจสอบพิเศษที่ถูกส่งมา ‘จับตาดู’ ผลงานของพวกเขาอย่างใกล้ชิด
รินรดากวาดตามองผู้หญิงตรงหน้าด้วยแววตาคมกริบ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากสวยทันที “ถ้าพูดถึงเรื่องก่อเรื่อง ฉันคงต้องยกตำแหน่งมือหนึ่งให้คุณพิมพ์พรรณล่ะครับ เอ๊ย... ค่ะ... อุ๊ย ลืมตัว พอดีช่วงนี้คลุกคลีกับคนแถวนี้จนชักจะติดนิสัยชอบแทงข้างหลังคนอื่นมาด้วยน่ะครับ”
“นี่เธอ!” พิมพ์พรรณหน้าตึงขึ้นมาทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความโกรธ
“พอได้แล้ว”
เสียงทุ้มต่ำตวาดกร้าวขึ้นตัดบทการปะทะคารม ภัคคินที่ยืนนิ่งเงียบมาตลอดตั้งแต่ต้นก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างผู้หญิงทั้งสองคน ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทเข้ารูปแผ่รังสีความน่ากลัวออกมาจนพิมพ์พรรณต้องถอยกรูดไปหนึ่งก้าว ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงเสียยิ่งกว่าตอนที่เขาโดนสั่งแก้แบบรอบที่สิบ
“ถ้าคุณพิมพ์พรรณไม่มีธุระอะไรอื่นนอกจากมายืนหายใจทิ้งและสร้างมลพิษทางอากาศ เชิญออกไปจากห้องนี้ครับ พื้นที่ตรงนี้มีไว้สำหรับคนทำงาน ไม่ใช่สนามเด็กเล่นของพวกว่างงาน”
คำพูดกัดเจ็บแบบไม่ไว้หน้าใครทำให้พิมพ์พรรณหน้าเสีย หล่อนส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอด้วยความแค้นเคือง “ฝากไว้ก่อนเถอะค่ะคุณภัคคิน เดี๋ยวฉันจะคอยดูว่าปากเก่งๆ กับผลงานห่วยๆ ของพวกคุณ จะรอดพ้นจากเงื้อมมือท่านประธานไปได้สักกี่น้ำ”
สิ้นเสียงประตูปิดลง ภายในห้องทำงานส่วนตัวของฝ่ายออกแบบก็กลับมาตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง
รินรดาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หมุนอย่างหมดแรง ความแข็งกร้าวที่เพิ่งงัดขึ้นมาสู้เมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความเหนื่อยล้าที่เกาะกินหัวใจ เธอหลับตาลงช้าๆ ยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองเบาๆ เพื่อขับไล่ความปวดตุบที่แล่นริ้วขึ้นมา
งานชิ้นโบแดงที่เธอทุ่มเทแรงกายแรงใจปลุกปั้นมาหลายเดือน กลับถูกคู่แข่งทางการค้าตัดหน้าขโมยไอเดียไปนำเสนอก่อน แถมยังมีหนอนบ่อนไส้คอยเสี้ยมให้ผู้บริหารเข้าใจผิดว่าทางฝ่ายครีเอทีฟทำข้อมูลรั่วไหล
“ไหวไหม”
เสียงทุ้มห้วนเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ รินรดาลืมตาขึ้นมอง พบว่าภัคคินกำลังยืนค้ำโต๊ะทำงานของเธออยู่ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยแตะจมูก เขายื่นแก้วกาแฟร้อนกรุ่นมาตรงหน้า ท่าทางเก้ๆ กังๆ ของสถาปนิกหนุ่มมาดนิ่งที่ปกติเอาแต่สั่งงาน ทำให้เธออดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วมองอย่างแปลกใจ
“คิดจะวางยาฉันทางอ้อมเหรอคะ คุณสถาปนิก” รินรดาแกล้งแซวด้วยน้ำเสียงแห้งแล้ง แม้ริมฝีปากจะแยกยิ้มหยอกล้อ แต่ดวงตากลับไหวระริก
ภัคคินถอนหายใจพรวดใหญ่ เขาปัดมือที่ยื่นแก้วกาแฟออกแล้ววางมันกระแทกบนโต๊ะเบาๆ ก่อนจะดึงเก้าอี้อีกตัวมานั่งลงฝั่งตรงข้าม ประชิดตัวจนเข่าเกือบจะชนกัน
“เลิกฟอร์มจัดสักนาทีได้ไหมรินรดา” ภัคคินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ น้ำเสียงของเขาจริงจังขึ้นจนน่าตกใจ “ผมรู้ว่าคุณเจ็บใจแค่ไหน และผมก็รู้ว่าข้อมูลนั้นไม่ได้รั่วมาจากฝั่งคุณ... เพราะไฟล์ต้นฉบับตัวจริง อยู่ในเครื่องของผมที่ใส่รหัสผ่านไว้สามชั้น”
รินรดาชะงักไป ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย “คุณหมายความว่า...”
“มีคนแฮกเข้าระบบส่วนตัวของผม” ภัคคินกัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคมปลาบฉายแวววาวโรจน์ด้วยความโกรธที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่ง “และคนที่ทำได้... ต้องเป็นคนที่มีสิทธิ์เข้าถึงห้องเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทในยามวิกาล”
“พิมพ์พรรณ...” รินรดาพึมพำชื่อนั้นออกมาเบาๆ เมื่อจิ๊กซอว์ทุกตัวเริ่มต่อเข้าหากัน หล่อนเป็นอดีตทีมงานที่เพิ่งย้ายออกไปไม่นาน ย่อมรู้รหัสผ่านเก่าและช่องโหว่ของระบบดี
“ฉลาดนักนะ” ภัคคินแค่นหัวเราะในลำคอ แต่แววตากลับอ่อนลงยามมองใบหน้าเหนื่อยล้าของหญิงสาว “เพราะฉะนั้น เลิกทำตัวเป็นฮีโร่แบกโลกไว้คนเดียวได้แล้ว เราเหลือเวลาอีกแค่สี่สิบแปดชั่วโมงก่อนที่พรีเซนต์รอบตัดสินจะเริ่ม ถ้าไม่อยากตกงานทั้งคู่ คุณต้องร่วมมือกับผม”
รินรดานิ่งอึ้งไป เธอมองใบหน้าคมคายที่อยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ
สายตาของเขาไม่ได้มีความเย่อหยิ่งหรือถือดีเหมือนเคย มีเพียงความมุ่งมั่นและ... ความห่วงใยที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยท่าทีปากร้ายตามนิสัย
“แล้วคุณมีแผนอะไรล่ะคะ นายมาดนิ่ง” รินรดาเปลี่ยนสรรพนามกลับมาโหมดท้าทาย มุมปากยกยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมาได้ทันเวลา “อย่าบอกนะว่าจะให้ฉันนั่งถึกแก้ดีไซน์ใหม่หมดตั้งแต่ต้นในเวลาสองวัน... ถ้าเป็นแบบนั้นฉันขอลาออกไปนอนเกาพุงอยู่บ้านยังจะดีกว่า”
“ใครบอกว่าจะให้แก้ใหม่” ภัคคินยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่นานๆ ครั้งจะปรากฏขึ้นบนใบหน้านั้นทำให้หัวใจของคนมองกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ “ในเมื่อพวกมันอยากได้ข้อมูลชุดเก่าไปนัก เราก็จัดให้... แต่เป็นเวอร์ชันที่โดนระเบิดเวลาฝังไว้ข้างใน”
รินรดาหรี่ตาลงทันที สมองอันปราดเปรื่องของครีเอทีฟสาวหมุนจี๋ “คุณหมายความว่า...”
“ใช่” ภัคคินโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีก จนลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านพวงแก้มเนียน “เราจะปล่อยให้มันขโมยข้อมูลชุดนั้นไปได้สำเร็จ... แล้วพอถึงวันพรีเซนต์ต่อหน้าบอร์ดบริหาร เราจะกดสวิตช์เปิดโปงหลักฐานทั้งหมด ให้พวกมันดิ้นไม่หลุดคาเวที”
แผนการบ้าบิ่นแต่เต็มไปด้วยความสะใจนี้ทำให้รินรดาเผลอยิ้มกว้างออกมาอย่างลืมตัว แววตาที่เคยหม่นหมองกลับมาเปล่งประกายเจิดจ้าอีกครั้ง เคมีอันตรายระหว่างคนทั้งสองพุ่งพล่านจนบรรยากาศรอบตัวราวกับมีประกายไฟสパークแล่นแปลบปลาบ
“คุณนี่มัน... ร้ายกาจเป็นบ้าเลยนะภัคคิน” รินรดากระซิบชิดริมฝีปากของเขา น้ำเสียงเจือความทึ่งระคนพึงพอใจ
“เพิ่งรู้เหรอครับ” ภัคคินตอบเสียงพร่า สายตาคมกราบเคลื่อนต่ำลงมองริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อที่ขยับพูดเจื้อยแจ้วไม่หยุดโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วเรียวของเขาเผลอยื่นออกไปปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มเนียนของเธอแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนนั้นทำให้รินรดานิ่งค้างไป ลมหายใจสะดุดกึกทันที
ห้องทำงานที่เคยอึดอัดคับแคบ บัดนี้กลับร้อนระอุขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่ลดลงจนแทบไม่มีช่องว่างให้doesอากาศผ่าน
“อะแฮ่ม!”
เสียงกระɑมดังขึ้นขัดจังหวะจากหน้าประตูที่เปิดอ้าไว้ครึ่งหนึ่ง รินรดาสดุ้งสุดตัว รีบผละถอยหลังออกห่างจากภัคคินแทบไม่ทัน ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงก่ำด้วยความเขินอาย
ภัคคินขบกรามแน่นด้วยความหงุดหงิด เขากวาดสายตาคมกราบมองไปยังผู้มาใหม่ด้วยความไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง
ทว่า... ร่างสูงที่ยืนพิงกรอบประตูอยู่พร้อมรอยยิ้มพราวระยับในดวงตานั้น กลับทำให้ลมหายใจของทั้งคู่ต้องสะดุดค้างยิ่งกว่าเดิม เมื่อบุคคลที่ก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ ไม่ใช่ใครอื่น... แต่คือ ‘พี่กรณ์’ ประธานกรรมการบริหารฝ่ายกลยุทธ์ผู้กุมชะตากรรมทั้งหมดของบริษัท และยังเป็นพี่ชายแท้ๆ ของภัคคินเอง!
“โทษทีนะที่ขัดจังหวะรักสามเส้า... เอ๊ย ขัดจังหวะการทำงาน” กรณ์ยิ้มกริ่ม กวาดสายตามองน้องชายตัวดีกับครีเอทีฟสาวสลับกันไปมา “พอดีเดินผ่านมาได้ยินแผนการล้มช้างของพวกคุณเข้า... น่าสนใจดีนี่ แต่บอกไว้ก่อนนะ ถ้าพวกคุณพลาด... เตรียมตัวไปเก็บของออกจากตึกนี้ได้เลยทั้งคู่!”
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและส่งกำลังใจให้ "เมทริกซ์ซีโร่" เสมอมานะครับ
เซฟโซนสุดกวนกับนายมาดนิ่ง•ตอนที่ 25
พายุเข้าออฟฟิศ
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับนายมาดนิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!