เซฟโซนสุดกวนกับนายมาดนิ่ง•ตอนที่ 24

ความขัดแย้งบทใหม่

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะประชุมกระจกใสยี่ห้อดังดังสนั่น สะท้อนก้องห้องทำงานใหญ่ที่ถูกย้อมไปด้วยแสงไฟสีส้มสลัวยามค่ำคืน บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก รินรดายืนกอดอกเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายและดื้อรั้นอย่างไม่คิดจะหลบสายตา ขณะที่ภัคคินยืนค้ำโต๊ะด้วยสองมือ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทที่ปลดกระดุมเม็ดบนออกดูน่าเกรงขามและคุกคามในเวลาเดียวกัน "คุณรินรดา คุณกำลังเอาอารมณ์ส่วนตัวมาปะปนกับงานโครงสร้าง!" สถาปนิกหนุ่มเปิดฉากด้วยน้ำเสียงต่ำลึกที่พยายามข่มอารมณ์กรุ่นโกรธเอาไว้เต็มที่ "แบบแปลนโซนจัดแสดงนิทรรศการนี้ถูกคำนวณน้ำหนักและการรับแรงมาอย่างดี การที่คุณจะเพิ่มโครงสร้างจอแอลอีดีขนาดใหญ่กลางห้องโถงโดยไม่ปรึกษาทีมวิศวกร มันไม่ใช่แค่เรื่อง 'ความสวยงาม' ที่คุณคิด แต่มันคือความปลอดภัยของคนนับร้อยที่จะเข้ามาในงาน!" "และคุณภัคคินก็กำลังเอาอีโก้และความเจ้าระเบียบแบบแข็งกระด้างมาทำลาย 'ความคิดสร้างสรรค์' ของโปรเจกต์นี้เหมือนกันนะคะ!" ครีเอทีฟสาวตอกกลับทันควัน น้ำเสียงใสแต่เฉียบคมบาดลึก "ดิฉันไม่ได้ทำอะไรตามอำเภอใจ ฉันทำการบ้านมาดีพอและปรึกษากับทีมกราฟิกแล้วว่าจอตัวนี้จำเป็นต่อการเล่าเรื่องของแบรนด์ ถ้าเราจัดงานแบบสี่เหลี่ยมทื่อๆ ตามแบบแปลนโบราณคร่ำครึของคุณ ลูกค้าที่ไหนเขาจะอยากหยุดดู!" "โบราณเหรอครับ?" ภัคคินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย เขาสกิดแว่นสายตาบนสันจมูกก่อนจะก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเธอทีละก้าวอย่างคุกคาม "สิ่งที่ผมออกแบบคือความมั่นคงยั่งยืน ไม่ใช่ความฉาบฉวยที่คิดจะตั้งอะไรก็ตั้งโดยไม่สนหลักฟิสิกส์ ถ้าจอแอลอีดีของคุณมันถล่มกลันทับคนดูขึ้นมา ใครจะเป็นคนรับผิดชอบ คุณ หรือผม?" รินรดาถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยอัตโนมัติเมื่อร่างสูงใหญ่เคลื่อนเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ที่เขามักจะสูบเวลาเครียด แต่กระนั้นเธอก็ยังไม่ยอมลดราวาศอก เธอยืดตัวขึ้นสู้สายตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว "ถ้ามัวแต่กลัวนู่นกลัวนี่จนไม่กล้าทำอะไรใหม่ๆ เราก็เป็นแค่บริษัทรับเหมาสร้างตึกธรรมดาๆ ไม่ใช่ครีเอทีฟเอเจนซี่ระดับแนวหน้าหรอกค่ะคุณภัคคิน!" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ ภัคคินหยุดยืนห่างจากเธอเพียงแค่คืบ สายตาของเขากวาดมองใบหน้าเนียนที่รั้นสุดฤทธิ์ ก่อนจะเลื่อนลงมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาฉอดๆ เมื่อครู่ ในสายตาคนอื่น ภัคคินคือสถาปนิกผู้เยือกเย็น ไร้ความรู้สึก และหยิ่งผยอง แต่มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ว่า... ภายใต้ท่าทีแข็งกร้าวและคำพูดกัดเจ็บที่พ่นออกมา เขากำลังพยายามหักห้ามใจตัวเองไม่ให้เอื้อมมือไปคว้าเอวบางนั้นเข้ามารวบกอดไว้แน่นๆ ด้วยความหมั่นไส้ปนความคลั่งรักที่มันล้นทะลักอกอยู่ทุกวินาทีที่ได้ต่อปากต่อคำกับเธอ "คุณนี่มันดื้อด้านไม่มีใครเกินจริงๆ" ภัคคินถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ น้ำเสียงอ่อนลงจากเดิมนิดหน่อยแต่ยังคงความดุ "ดื้อจนผมเริ่มสงสัยแล้วว่า สมองครีเอทีฟของคุณมันบรรจุอะไรไว้ นอกจากความพยายามที่จะเอาชนะผม" "มันก็บรรจุความจริงที่ว่า 'ฉันถูก' ไว้ยังไงล่ะคะ" รินรดาเชิดใส่ ปลายจมูกรั้นเชิดขึ้นอย่างน่ารักน่าตี "ในเมื่อเราตกลงกันไม่ได้ งั้นก็เอาอย่างนี้ค่ะ พรุ่งนี้เช้าเราเอาโปรposallนี้ไปให้คุณเกริกพลผู้บริหารตัดสินใจเลยดีกว่า ใครแพ้... คนนั้นต้องเป็นคนเลี้ยงกาแฟและยอมทำตามไอเดียของอีกฝ่ายตลอดโปรเจกต์ กล้าไหมล่ะคะ?" ภัคคินจ้องมองรอยยิ้มท้าทายบนใบหน้าสวยเฉี่ยว ริมฝีปากหยักได้รูปกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเหนือชั้น เป็นรอยยิ้มที่นานๆ ครั้งเธอจะได้เห็น และมันมักจะมาพร้อมกับแผนการร้ายกาจบางอย่าง "การพนันไม่ใช่ทางออกของผู้ใหญ่ที่มีเหตุผลหรอกนะครับ..." สถาปนิกหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาใกล้ซอกคอขาวจนลมหายใจอุ่นๆ รินรดารดรดต้นคอ ทำให้ครีเอทีฟสาวถึงกับสะดุ้งวาบ ขนลุกชันขึ้นมาทันที "แต่ถ้าเดิมพันด้วยการที่คุณต้องยอมทำตามคำสั่งผม... 'ทุกอย่าง' หลังจากนี้..." เขากระซิบประโยคหลังด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำและแหบพร่าจนหัวใจของรินรดากระตุกวูบ สติสัมปชัญญะที่เคยพกมาเต็มร้อยเริ่มกระเจิงหายไปกับกลิ่นอายความอบอุ่นและแรงดึงดูดประหลาดที่ผู้ชายคนนี้แผ่ออกมา "คุณ... ถอยไปไกลๆ เลยนะภัคคิน นิสัยไม่ดี!" เธอยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาออก ทว่าอีกฝ่ายกลับยืนปักหลักนิ่งราวกับภูเขาหิน แถมยังคว้าข้อมือบางทั้งสองข้างของเธอรวบไว้ด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย "ผมยังไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย..." ภัคคินแกล้งทำเสียง innocent ทั้งที่แววตาระ1บระบิดด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ "เรากำลังคุยเรื่องงานกันอยู่ไม่ใช่เหรอครับ ทำไมหน้าแดงขนาดนั้นล่ะ หรือว่าไอเดียเมื่อกี้ของคุณมันเริ่มสั่นคลอนซะแล้ว?" "ใครหน้าแดง! ห้องนี้แอร์มันเสียต่างหากเล่า ปล่อยฉันนะ!" รินรดาพยายามบิดข้อมือหนี แต่ยิ่งดิ้นก็เหมือนยิ่งเข้าทางเขาที่ใช้ความได้เปรียบทางสรีระขยับเข้ามาปิดกั้นพื้นที่ระหว่างเธอกับผนังห้องประชุมจนแทบไม่เหลือช่องว่าง เคมีระหว่างความดื้อรั้นและท่าทีซึนเดระของทั้งคู่กำลังคุกกรุ่นถึงขีดสุด บรรยากาศรอบตัวร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ทั้งที่ห้องนี้เปิดแอร์เย็นฉ่ำ ภัคคินก้มมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยสายตาที่ซ่อนความอ่อนโยนเอาไว้มิดชิดภายใต้มาดนิ่งขรึม เขาเกลียดความขัดแย้งในงาน แต่เขากลับเสพติดช่วงเวลาที่ได้ต่อปากต่อคำและปะทะคารมกับเธอแบบนี้เสียเหลือเกิน ทว่า... ในจังหวะที่ปลายจมูกของคนทั้งสองเกือบจะสัมผัสกันและระยะห่างกำลังลดลงจนเหลือศูนย์ *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน ทำลายบรรยากาศสีชมพูแกมดราม่าในห้องประชุมลงอย่างไม่ไว้หน้า ทันทีที่ประตูเปิดผางออกโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต ร่างเพรียวระหงของหญิงสาวในชุดเดรสดีไซน์หรูผู้มาใหม่ก็ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกว้าง "พัคคินคะ แย่แล้วล่ะค่ะ แบบแปลนตึกเฟสใหม่มีปัญหาใหญ่โต... เอ๊ะ! ฉันเข้ามาขัดจังหวะอะไรพวกคุณหรือเปล่าคะเนี่ย?" รินรดาเบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อหันไปมองผู้มาเยือน ก่อนที่แววตาของเธอจะเปลี่ยนเป็นความเรียบเฉยทันทีเมื่อเห็นชัดเจนว่าผู้หญิงคนนั้นคือใคร ส่วนภัคคินถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหงุดหงิดระคนแปลกใจ เขาดึงมือออกจากข้อมือของรินรดาอย่างจำใจ แล้วหันไปเผชิญหน้ากับแขกที่ไม่ได้รับเชิญด้วยใบหน้าบึ้งตึงยิ่งกว่าเดิม ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของเมทริกซ์ซีโร่เสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับนายมาดนิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%