เซฟโซนสุดกวนกับนายมาดนิ่ง•ตอนที่ 23

รินรดากับบทบาทผู้เยียวยา

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
ความเงียบในห้องทำงานสถาปัตยกรรมกว้างขวางไม่ได้น่าอึดอัดอีกต่อไป แต่มันกลับหนาแน่นไปด้วยร่องรอยของความจริงที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย รินรดายืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเขา ดวงตาคู่คมจ้องมองแผ่นหลังกว้างที่กำลังหันหนีไปทางกระจกบานใหญ่สะท้อนแสงไฟนีออนจากตึกระฟ้าด้านนอก แผ่นหลังนั้นดูแข็งแกร่งจนเกินไป... แข็งแกร่งเสียจนเธอกลัวว่ามันจะหักลงมาเมื่อไหร่ก็ได้ "ถ้าคุณเหนื่อยนัก ก็เลิกทำตัวเป็นหุ่นยนต์ไขลานที่ต้องแบกโลกทั้งใบไว้สักวันเถอะครับ... เอ้ย, ไม่ใช่สิ ฉันหมายถึง..." รินรดาเผลอหลุดปากใช้สรรพนามและน้ำเสียงประชดประชันตามความคุ้นชิน แต่แล้วเธอก็ต้องรีบกลืนคำพูดตัวเองลงคอ เมื่อเห็นไหล่กว้างของภัคคินไหววูบเล็กน้อย ร่างสูงหันกลับมาอย่างช้าๆ แววตาคมกริบที่เคยใช้มองคู่แข่งทางธุรกิจหรือลูกน้องในไซต์งานอย่างเฉียบขาด บัดนี้กลับไหวระริกเหมือนผิวน้ำยามต้องลมพายุ "คุณรู้什么รินรดา..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น แฝงความเยียบเย็นที่เจือความสั่นพร่าไว้อย่างแนบเนียน "คนอย่างคุณ เกิดมาพร้อมกับรอยยิ้มและความเข้าใจจากคนรอบข้าง... คุณจะไปเข้าใจอะไรกับความรู้สึกที่ว่า ต่อให้พยายามทำดีแค่ไหน โลกก็พร้อมจะผลักคุณตกลงไปในหลุมดำอยู่ดี" รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกเจ็บจี๊ดวิ่งพล่านขึ้นมาในอก ไม่ใช่เพราะโกรธคำพูดดูถูกเหยียดหยามนั้น แต่เพราะเธอรู้ว่าเบื้องหลังกำแพงน้ำแข็งที่ภัคคินสร้างขึ้น มันคือเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่เคยถูกทิ้งให้โดดเดี่ยวท่ามกลางเศษซากความคาดหวัง ก้าวเรียวเดินเข้าไปประชิดตัวร่างสูงอย่างไม่เกรงกลัว ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงเหลือเพียงคืบเดียว จนกลิ่นอายบุรุษผสมกลิ่นมิ้นท์จางๆ จากตัวเขาลอยเข้ามาชิดปลายจมูก ภัคคินชะงัก ชะตาชีวิตของเขาไม่เคยเปิดโอกาสให้ใครเข้ามาใกล้ในอาณาเขตอันตรายนี้ได้นานนัก ร่างสูงทำท่าจะถอยหลังตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว แต่ทว่า... มือเรียวบางกลับเอื้อมไปคว้าข้อมือหนาเอาไว้แน่น "อย่าถอยหนีสิครับ... ท่านสถาปนิกผู้เก่งกาจ" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตา เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง นุ่มนวลขึ้นอย่างผิดคาด จนแววตาของภัคคินฉายแววตื่นตระหนก "คุณคิดว่าฉันไม่เคยผ่านจุดที่ต้องสู้คนเดียวเหรอ? คุณคิดว่ารอยยิ้มของฉันมันได้มาฟรีๆ โดยไม่ต้องแลกกับน้ำตาหยดไหนเลยหรือยังไง" ดวงตากลมโตเป็นประกายแน่วแน่ ไม่มีแม้แต่เงาของความหวาดกลัวสะท้อนอยู่ในนั้น มีเพียงความจริงใจที่พยายามทะลวงผ่านเปลือกนอกอันแข็งกระด้าง "ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟังคำตัดพ้อของคุณ... และไม่ได้มาเพื่อเป็นกระจกสะท้อนความน่าสมเพชที่คุณสร้างขึ้นมาหลอกตัวเองหรอกนะภัคคิน" เธอกดเสียงต่ำลงทีละคำ ชัดเจน บาดลึก "แต่ฉันมาเพราะ... ฉันไม่อยากเห็นคุณทำร้ายตัวเองด้วยการแบกความผิดพลาดของคนอื่นไว้บนบ่าอีกต่อไปแล้ว" คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจแกร่ง ภัคคินนิ่งงัด สติสัมปชัญญะที่เคยควบคุมทุกอย่างในชีวิตหลุดลอยหายไปชั่วขณะ หัวใจข้างซ้ายเต้นกระหน่ำรุนแรงจนน่ากลัว มันไม่ใช่จังหวะของความโกรธ แต่มันคือความตื่นตระหนกที่ถูกรุกรานพื้นที่ส่วนตัว—พื้นที่ที่เขาไม่เคยอนุญาตให้ใครเหยียบย่างเข้าไปได้เลยตลอดหลายปีที่ผ่านมา "คุณมัน... รั้นชะมัด" ภัคคินเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามดึงมือตัวเองกลับ แต่รินรดากลับยิ่งกระชับมือแน่นขึ้นไปอีก "ปากร้ายจริงนะ... แต่เสียดายที่สายตาของคุณมันฟ้องหมดเปลือกแล้วว่ากำลังร้องขอความช่วยเหลือ" รินรดายกยิ้มมุมปากอย่างผู้เหนือกว่า แม้หัวใจในอกจะเต้นแรงไม่แพ้กัน "ยอมรับมาเถอะน่า ว่าคุณดีใจที่มีฉันอยู่ตรงนี้... ในห้องทำงานมืดๆ บ้าๆ นี่" ภัคคินก้มมองหญิงสาวที่กล้าต่อปากต่อคำกับเขาแม้ในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความเปราะบาง แววตาคมปลาบฉายแววซับซ้อน ปากร้ายๆ ที่มักจะคอยหาเรื่องเถียงเผลอเม้มเข้าหากันแน่น ความรู้สึกโหยหาบางอย่างที่ถูกกดทับไว้ใต้ก้นบึ้งของจิตใจกำลังปะทุขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ มือหนาที่เคยทิ้งข้างลำตัวค่อยๆ ยกขึ้นอย่างลังเล ก่อนที่ปลายนิ้วอุ่นจะเอื้อมไปสัมผัสกรอบหน้าเนียนของหญิงสาวอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่นุ่มนวลและสั่นเทานิดๆ นั้นทำให้รินรดาชะงัก ลลมหายใจของเธอสะดุดกึก ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งสนิท ท่ามกลางความเงียบงันที่ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน "รินรดา..." เสียงทุ้มพร่าเรียกชื่อเธอเบาหวิว ราวกับเสียงกระซิบจากความฝัน "เธอ... เข้ามาในนี้ทำไมวะ" "ก็บอกแล้วไง... ว่าฉันจะมาเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้คุณเอง" เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง ไร้ซึ่งรอยยิ้มกวนประสาท มีเพียงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากแววตา ภัคคินชะงักค้าง ใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้ามาใกล้โดยไม่รู้ตัว ระยะห่างระหว่างริมฝีปากลดลงเหลือเพียงลมหายใจอุ่นที่รดรินรดกันและกัน หัวใจของทั้งคู่เต้นเป็นจังหวะเดียวกันอย่างน่าประหลาด บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยเคมีที่ดึงดูดเข้าหากันราวกับแรงโน้มถ่วงของจักรวาล ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของพวกเขากำลังจะขยับเข้าหาเพื่อปิดช่องว่างทั้งหมด เสียงเคาะประตูดังปัง! ก็ทำลายบรรยากาศสีชมพูละมุนนั้นลงอย่างไร้ความปรานี "คุณภัคคินคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ! ข้อมูลโปรเจกต์หลักในเซิร์ฟเวอร์กลางถูกแฮก... ตอนนี้ระบบล่มทั้งหมดแล้วค่ะ!" เสียงร้อนรนของเลขาหน้าห้องที่ดังทะลุประตูเข้ามา ทำให้รินรดากับภัคคินผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟช็อต ภัคคินขบกรามแน่น นัยน์ตาสีเข้มกลับมาลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความเกรี้ยวกราดและความเฉียบขาดในเสี้ยววินาที ร่างสูงหันขวับไปมองหน้าประตู ก่อนจะหันกลับมาสบตารินรดาที่มีแววตาตื่นตะลึงไม่แพ้กัน "ดูเหมือนว่า... คืนนี้เราคงยังไม่ได้นอนกันง่ายๆ แล้วล่ะครับ" ภัคคินเอسด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ก่อนจะคว้าเสื้อสูทพาดบ่า ทิ้งท้ายสายตาคมกริบที่แฝงความหมายบางอย่างไว้ให้เธอด้านหลัง ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและคอยสนับสนุนผลงานของเมทริกซ์ซีโร่เสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับนายมาดนิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%