"ถ้ายกเลิกสัญญาแค่เพราะความงี่เง่าของลูกค้า ก็เชิญให้เขาเดินออกไปทางประตูหน้าได้เลยครับ ผมไม่เก็บขยะที่ไม่มีวิสัยทัศน์ไว้ในโปรเจกต์ของผมหรอก"
ภัคคินกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนเย็นเยือก เขาไม่ได้ละสายตาจากแปลนอาคารที่กางอยู่บนโต๊ะทำงานด้วยซ้ำ มือหนาของเขายังคงถือดินสอเขียนแบบหมุนไปมาด้วยจังหวะที่มั่นคง ทว่ารินรดากลับสัมผัสได้ถึงแรงปะทะทางอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ใต้ความนิ่งสนิทนั้น
"พี่ภัค! นี่มันลูกค้าระดับ S-Class นะครับ เงินงวดนี้มันช่วยให้สตูดิโอเราอยู่รอดไปได้อีกปีเต็มๆ เลยนะ" ลูกน้องคนเดิมแย้งด้วยท่าทางลนลาน แต่ภัคคินเพียงแค่เงยหน้าขึ้น สายตาคมกริบราวกับใบมีดตวัดมองไปที่คนพูดเพียงแวบเดียว
"คนประเภทที่เชื่อมั่นในอำนาจเงินมากกว่างานศิลปะและโครงสร้างที่ถูกต้อง คือคนที่ผมปฏิเสธมาตลอดสิบปี ถ้าคุณรับมือไม่ได้ ก็หลบไป... ริน คุณตามผมมา"
ภัคคินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สูทสีเข้มเข้ารูปเน้นให้เขากลายเป็นภาพลักษณ์ของความสมบูรณ์แบบที่เข้าถึงยาก รินรดาคว้าสมุดจดและแท็บเล็ตตามหลังเขาไปทันที เธอรู้จักภัคคินดีกว่าใคร แม้ภายนอกเขาจะดูดุและเย็นชา แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาแสดงท่าทีปกป้องศักดิ์ศรีของงานจนเกือบจะดูเหมือนหาเรื่องใส่ตัว
"คุณจะทำแบบนี้ไม่ได้นะภัคคิน" รินรดาเดินขนาบข้างในโถงทางเดิน "ลูกค้าเขากำลังโกรธ ถ้าคุณไปเจอเขาด้วยสีหน้าแบบนี้ มีหวังโปรเจกต์พังพินาศแน่"
"ผมก็แค่จะเป็นตัวผม" ภัคคินตอบสั้นๆ แต่ทว่าก้าวเดินของเขาเริ่มชะลอลง มือที่ว่างอยู่ข้างหนึ่งกำแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นเล็กน้อยที่หลังมือ รินรดาสังเกตเห็นความผิดปกติ เธอสัมผัสได้ว่าแววตาของชายหนุ่มไม่ได้มองไปที่โถงต้อนรับ แต่มันกำลังมองทะลุผ่านความว่างเปล่าไปถึงอดีตที่ไกลแสนไกล
"พี่ภัค..." เสียงของเธอนุ่มลง "ถ้าไม่ไหว... เดี๋ยวรินจัดการเอง"
ภัคคินหยุดกะทันหันจนรินรดาเกือบเดินชนแผ่นหลังกว้าง เขาหันกลับมามองเธอ สายตาที่มักจะแข็งกร้าวบัดนี้สั่นไหวอย่างรุนแรงเหมือนเรือที่กำลังเผชิญพายุในมหาสมุทร เขานิ่งเงียบไปนานราวกับกำลังเลือกว่าจะเปิดเผยรอยร้าวในใจหรือจะสวมหน้ากากใบเดิมต่อไป
"เมื่อก่อน... ผมก็เคยใจเย็นแบบคุณนี่แหละ" เขาพึมพำ น้ำเสียงนั้นสั่นเครือจนรินรดาใจหาย "ผมเคยเชื่อว่าความประนีประนอมคือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับสถาปนิก... จนกระทั่งความประนีประนอมนั้นพรากทุกอย่างไปจากชีวิตผม"
เขาก้าวเดินต่อไป แต่คราวนี้เขาคว้ามือรินรดาไว้แน่น กระชับมันไว้ด้วยความรู้สึกที่มากกว่าการจับมือธรรมดา มันคือการยึดเหนี่ยว
"ในวันที่ผมต้องเลือกระหว่างการออกแบบที่ปลอดภัยตามใจผู้มีอิทธิพล กับความปลอดภัยของโครงสร้างที่ผมเชื่อมั่น... ผมเลือกอย่างหลัง แต่พ่อของผม ซึ่งเป็นสถาปนิกที่ผมยึดถือเป็นแบบอย่าง กลับเลือกที่จะก้มหัวให้เงินก้อนนั้น" ภัคคินแค่นยิ้มขมขื่น "ตึกนั้นพังลงมาในวันที่ฝนตกหนักที่สุด... พ่อผมไม่ได้ตายในตึก แต่เขาตายในคุกด้วยความผิดที่เขาไม่ได้ก่อแต่เป็นคนยอมรับมัน"
รินรดานิ่งงัน คำพูดของเขาหนักอึ้งราวกับภูเขา ความนิ่งขรึมและท่าทีปากร้ายที่เขาใช้เป็นเกราะกำบัง แท้จริงแล้วคือความกลัวที่จะต้องเป็นคนอ่อนแอเหมือนพ่อในวันนั้น
"เพราะฉะนั้นริน" ภัคคินหันมาเผชิญหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนเธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ร้อนผ่าว "อย่าให้ผมต้องประนีประนอมกับคนพวกนี้อีกเลย ถ้าวันนี้ผมต้องสูญเสียโปรเจกต์ไป ผมยินดี... ดีกว่าต้องสูญเสียสิ่งที่ผมเชื่อไปตลอดกาล"
เสียงฝีเท้าของลูกค้าวีไอพีที่กำลังเดินใกล้เข้ามาพร้อมกับเสียงโวยวายดังขึ้นจากฝั่งล็อบบี้ รินรดาเงยหน้าขึ้นมองภัคคินที่บัดนี้กลับมานิ่งสนิทอีกครั้ง แววตาของเขาเย็นเยียบและดุดันราวกับสิงโตที่พร้อมจะขย้ำศัตรู
"พี่ภัค..." รินรดาเรียกชื่อเขาเบาๆ ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนเกือบจะชิด "ถ้าพี่จะเลือกทางนั้น... งั้นรินจะขอยืนข้างพี่เอง ในฐานะครีเอทีฟ... รินจะทำให้ไอ้ลูกค้าพวกนั้นรู้ว่า การเลือกสถาปนิกคนนี้ คือความโชคดีที่สุดในชีวิตของพวกเขา ไม่ใช่ความซวย"
ภัคคินชะงัก สายตาคมคายจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับกำลังค้นหาความจริงใจที่เขาไม่เคยได้รับจากใครมานาน ความนิ่งเฉยในดวงตาคู่สวยของเขาเริ่มละลายลงแทนที่ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ท่วมท้น
เขายื่นมืออีกข้างขึ้นมา ปลายนิ้วแตะที่ข้างแก้มของรินรดาแผ่วเบา สัมผัสที่ต่างไปจากทุกที ความเย็นชาถูกแทนที่ด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ลึกสุดใจ
"ริน... อย่าทำแบบนั้นถ้ามันจะทำให้เธอต้องเดือดร้อนไปด้วย" เขาพูดเสียงแหบพร่า
ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังมาคุและเต็มไปด้วยความอึดอัดที่แฝงไปด้วยความหวานล้ำ ประตูห้องโถงล็อบบี้ก็ถูกผลักเปิดออกกะทันหัน ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทหรูหราเดินเข้ามาพร้อมผู้ติดตามสองสามคน เขามองเห็นทั้งคู่ที่กำลังยืนเผชิญหน้ากันในท่าทางที่ดูใกล้ชิดเกินกว่าคนร่วมงานทั่วไป
"อยู่นี่เอง! ไอ้สถาปนิกตัวดี!" ลูกค้ารายนั้นตะโกนลั่น "จะคุยกันหรือจะนัดเดท ก็หัดดูเวล่ำเวลาบ้าง! ผมให้เวลาพวกคุณอีกแค่ห้านาที ถ้ายังไม่มีคำตอบที่น่าพอใจ สัญญานี้เป็นอันจบสิ้น!"
ภัคคินไม่ได้หันไปมองเสียงโวยวายนั้น เขายังคงจ้องรินรดาไม่วางตา ก่อนจะขยับริมฝีปากกระซิบเบาๆ ให้ได้ยินเพียงแค่สองคน
"หลังจบเรื่องนี้... เรามีเรื่องต้องคุยกันยาวๆ นะครับ"
ทว่าก่อนที่รินรดาจะทันได้โต้ตอบ ประตูอีกบานที่เชื่อมกับทางเข้าส่วนตัวก็เปิดออก พร้อมกับร่างของหญิงสาวคนหนึ่งที่เดินตรงเข้ามาหาพวกเขาด้วยสายตาที่เย็นชาและรอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศในห้องเย็นเยือกขึ้นกว่าเดิมทันที
"ภัคคิน... ไม่คิดจะแนะนำให้ฉันรู้จักคนข้างๆ หน่อยหรือคะ?"
ความเงียบเข้าปกคลุมทันทีที่หญิงสาวคนนั้นเอ่ยจบ รินรดาชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นแววตาของภัคคินที่เปลี่ยนไปจากเดิม... มันไม่ใช่ความเย็นชา แต่มันคือความเจ็บปวดที่เขาพยายามซ่อนมาตลอดชีวิต
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของภัคคินและรินรดามาถึงตอนนี้นะครับ เมทริกซ์ซีโร่ครับ
เซฟโซนสุดกวนกับนายมาดนิ่ง•ตอนที่ 22
ความทรงจำในอดีต
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับนายมาดนิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!