"ถ้าพูดกันตามเนื้อผ้า คุณรินรดาไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะกับโปรเจกต์รีโนเวต์พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นนี้ตั้งแต่แรกหรอกครับ... งานสถาปัตยกรรมเชิงอนุรักษ์มันต้องการคนที่มีรากฐานความคิดลึกซึ้งกว่าการทำคอนเทนต์เรียกลอดวิวบนโซเชียล"
น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมของ 'คุณกิตติ' กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากสมาคมสถาปนิกสยามดังแทรกขึ้นกลางห้องประชุมใหญ่ ท่ามกลางบรรยากาศที่เคยผ่อนคลายหลังการพรีเซนต์งานรอบพิเศษกลับดิ่งวูบลงราวกับติดลบ
รินรดานั่งหลังตรง รอยยิ้มมั่นใจที่มักประดับอยู่บนเรียวปากเสมอถูกดึงกลับเข้า ภายในอกเหมือนมีก้อนหินหนักอึ้งหล่นทับ คำพูดเหล่านั้นไม่ได้ตะโกน แต่มันบาดลึกและแม่นยำยิ่งกว่ามีดโกนอาบน้ำยา
เธอเป็นครีเอทีฟ... ถูกต้อง เธอถนัดการสื่อสาร สร้างกระแส และดึงดูดผู้คนให้หันมาสนใจรากเหง้าทางวัฒนธรรมในมุมมองที่ร่วมสมัย แต่การถูกแปะป้ายจาก "คนนอก" วงการออกแบบโดยตรง ว่าเป็นเพียงแค่ "ตัวตลกโซเชียล" ที่ไม่มีน้ำหนักพอ มันทำให้ความภาคภูมิใจในผลงานตลอดหลายสัปดาห์ที่ทุ่มเทพังทลายลงในพริบตา
"ผมคิดว่าคุณกิตติกำลังมองข้ามแก่นสำคัญของโปรเจกต์นี้นะครับ"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นตัดหน้าความเงียบงัน ภัคคินซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามขยับตัวเล็กน้อย ใบหน้าคมคายบึ้งตึง ดวงตาคมกริบฉายแววกรุ่นโกรธอย่างชัดเจนจนแทบไม่ต้องซ่อน รังสีความกดดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวสถาปนิกหนุ่มจนกรรมการหลายคนถึงกับชะงัก
"ความลึกซึ้งที่คุณพูดถึง มันหมายถึงการเก็บของเก่าไว้ในตู้กระจกแล้วปล่อยให้ฝุ่นเกาะจนไม่มีใครสนใจใช่ไหมครับ? ถ้าอย่างนั้นเราจะจ้างสถาปนิกมาปรับปรุงพื้นที่ทำไม ในเมื่อสิ่งที่เราต้องการคือ 'ลมหายใจ' ของคนรุ่นใหม่ และคุณรินรดากําลังทำหน้าที่นั้นได้ดีกว่าใครทั้งหมดในที่นี้"
รินรดาหันไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนพูด หัวใจที่กำลังเต้นรัวด้วยความรู้สึกแย่กลับกระตุกวูบ
นี่คือภัคคิน... ผู้ชายปากร้ายที่ชอบคอยหยิกแกมหยอกเธอ ปากร้ายใส่เธอสารพัด แต่เวลาที่เธอเพลี่ยงพล้ำและถูกคนนอกโจมตี เขากลับก้าวขึ้นมาเป็นโล่กันกระสุนให้ทันทีโดยไม่ลังเล แม้ว่าท่าทางของเขาจะยังคงแข็งกระด้างและดูหาเรื่องคนอื่นอยู่ตลอดเวลาก็ตาม
"ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้นครับคุณภัคคิน แต่เรากำลังพูดถึงความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง..." คุณกิตติพยายามอธิบาย แต่ถูกขัดจังหวะด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ ที่ฝืนปั้นขึ้นบนใบหน้าของรินรดา
"ไม่เป็นไรค่ะคุณภัคคิน" รินรดาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท แม้ภายในจะสั่นไหว เธอสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมเศษเสี้ยวความมั่นใจที่เหลืออยู่กลับคืนมา "ดิฉันเข้าใจมุมมองของคุณกิตติค่ะ งานออกแบบเชิงอนุรักษ์มีมาตรฐานของมัน และดิฉันยอมรับว่าตัวเองไม่ได้จบสถาปัตยกรรมโดยตรง... ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะ ดิฉันจะนำไปปรับปรุงในส่วนของความสมเหตุสมผลค่ะ"
เธอเลือกที่จะถอย...
ไม่ใช่เพราะยอมแพ้ แต่เพราะคำพูดเหล่านั้นมันไปสะกิดจุดเปราะบางในใจที่เธอพยายามซ่อนไว้ รินรดาเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า หรือเธอกำลังล้ำเส้นเข้ามาในพื้นที่ที่เธอไม่คู่ควรจริงๆ? ภาพของเธอกับภัคคินที่ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กันในไซต์งานเมื่อวานเริ่มพร่าเลือน ความมั่นใจที่เคยมีล้นปรี่กลับลดระดับลงจนน่าใจหาย
เมื่อการประชุมเลิกรา ทุกคนทยอยเดินออกจากห้อง ภัคคินรีบก้าวเข้ามาขวางทางรินรดาที่กำลังเก็บแฟ้มเอกสารใส่กระเป๋าด้วยท่าทางเร่งรีบ
"เดี๋ยวก่อนรินรดา" สถาปนิกหนุ่มเอ่ยเสียงเข้ม ดวงตาคู่นคมจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "คุณรีบไปไหน? เรื่องเมื่อครู่..."
"ฉันไม่มีอะไรจะคุยค่ะ" รินรดาตัดบท น้ำเสียงราบเรียบจนน่าใจหาย เธอหลบสายตาเขา ตั้งใจหยิบกระเป๋าขึ้นสะพาย "คุณกิตติพูดถูกในหลายๆ เรื่องค่ะ ฉันควรเว้นระยะห่างและรู้ว่าขอบเขตของตัวเองอยู่ตรงไหน งานนี้มันโตเกินกว่าที่ครีเอทีฟสายปั่นกระแสอย่างฉันจะมาจับตั้งแต่แรกแล้วล่ะมั้งคะ"
ภัคคินขมวดคิ้วมุ่น ความหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ เขาเกลียดรอยยิ้มฝืนๆ แบบนี้ เกลียดแววตาที่พยายามซ่อนความอ่อนแอไว้เบื้องหลังท่าทีแข็งกระด้าง ยิ่งเธอบอกว่าตัวเอง "ไม่คู่ควร" เขากยิ่งรู้สึกเหมือนโดนตบหน้าฉาดใหญ่
"พูดบ้าอะไรของคุณ!" ภัคคินเผลอขึ้นเสียงโดยไม่รู้ตัว มือใหญ่คว้าข้อมือเรียวไว้แน่นเมื่อเห็นเธอกำลังจะเดินเลี่ยงหนี "คุณเป็นคนดึงโปรเจกต์นี้ขึ้นมาจากหลุมนะรินรดา! อย่าเอาคำพูดของคนแก่หัวโบราณคนเดียวมาลดทอนคุณค่าของตัวเองสิ!"
"แล้วคุณจะให้ฉันทำยังไงล่ะคะคุณภัคคิน!" รินรดาหันขวับกลับมามอง น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้แทบจะเอ่อล้นออกมาขอบตา แต่เธอเชิดหน้าขึ้นเพื่อสะกดมันไว้ "ให้ฉันทนหน้าด้านทำงานต่อไปทั้งๆ ที่คนในวงการเขา มองว่าฉันเป็นแค่ตัวตลกที่เกาะกระแสคุณเหรอคะ? คุณเก่งค่ะ คุณมีฝีมือ มีปริญญา มีทุกอย่างที่คนอื่นยอมรับ แต่ฉัน... ฉันกำลังรู้สึกว่าตัวเองเป็นตัวถ่วงของคุณอยู่"
ประโยคสุดท้ายหลุดออกมาจากปากพร้อมกับความเงียบงันที่เข้าปกคลุม
ภัคคินชะงักค้าง มือที่จับข้อมือเธออยู่ค่อยๆ คลายแรงลงอย่างไม่รู้ตัว ใบหน้าคมคายซีดเผือดลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินความรู้สึกที่แท้จริงซ่อนอยู่เบื้องหลังท่าทีปากเก่งของเธอ
"ตัวถ่วงเหรอ..." ภัคคินทวนคำ เสียงของเขาเบาราวกับกระซิบ แต่แววตากลับไหววับอย่างรุนแรง
รินรดาเบือนหน้าหนี สะบัดข้อมือหลุดจากการเกาะกุม "ปล่อยฉันเถอะค่ะ... ขอเวลาให้ฉันคิดทบทวนดูก่อนว่าฉันควรจะถอนตัวออกจากโปรเจกต์นี้ดีไหม"
พูดจบ เธอก็หันหลังเดินจ้ำอ้าวออกจากห้องประชุมไปทันที ทิ้งให้ภัคคินยืนนิ่งค้างอยู่กลางห้องที่ว่างเปล่า ความเย็นเยียบแผ่ซ่านไปทั่วร่างราวกับถูกแช่แข็ง
เขาก้าวขาไม่ออก สมองตื้อตันไปหมด ภาพแผ่นหลังที่ดูโดดเดี่ยวของหญิงสาวทำให้เขารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก นี่เป็นครั้งแรกที่ผู้ชายปากแข็งอย่างเขาเพิ่งตระหนักว่า กำแพงความซึนและความปากจัดของตัวเอง บางครั้งมันก็กลายเป็นมีดที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงคนที่เขาอยากปกป้องมากที่สุด
ภัคคินกำหมัดแน่นในกระเป๋าเสื้อ ความโกรธขึงพุ่งเป้าไปที่ตัวเอง แต่ก่อนที่เขาจะได้ก้าวตามเธอออกไป ประตูห้องประชุมอีกด้านก็ถูกผลักเปิดออกพร้อมกับร่างสูงของใครบางคนก้าวเข้ามา
"อ้าว ภัคคิน... ยังไม่กลับอีกเหรอ?" เสียงทุ้มของ 'ธน ์' สถาปนิกหนุ่มรุ่นพี่ผู้ทรงอิทธิพลและเป็นอดีตคนรักเก่าของรินรดาเอ่ยทักขึ้นด้วยรอยยิ้มเจ้าเลื้อ P พร้อมกับช่อดอกไม้ช่อใหญ่ในมือ "ฉันเพิ่งรู้ข่าวว่ารินรดาโดนกรรมการตำหนิในที่ประชุม... น่าสงสารเขานะครับ สงสัยงานนี้เธอคงต้องพึ่งพาคนที่มีประสบการณ์มากกว่าอย่างฉันมาช่วยกอบกู้สถานการณ์เสียแล้วล่ะมั้ง"
ภัคคินหันขวับกลับไปมอง ดวงตาคมกริบฉายประกายอันตราย บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนติดลบทันทีที่ได้ยินชื่อและท่าทีคุกคามของศัตรูหัวใจคนนี้ก้าวล่วงเข้ามาในจังหวะนรกเช่นนี้!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันเสมอนะครับ
เซฟโซนสุดกวนกับนายมาดนิ่ง•ตอนที่ 28
รินรดากับความมั่นใจที่ลดลง
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับนายมาดนิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!