"ถ้าคุณมองโครงการนี้ด้วยเลนส์ของความปลอดภัยแบบโบราณ เราก็คงเป็นได้แค่ผู้รับเหมาสร้างสี่เหลี่ยมคอนกรีตทึบตัน ไม่ต่างอะไรกับหลุมหลบภัยครับคุณภัคคิน"
น้ำเสียงของรินรดาคมกริบและบาดลึกพอๆ กับสายลมร้อนระอุที่พัดปะทะผิวหน้าของพวกเขาบนพื้นที่รกร้างกลางย่านชานเมือง เสียงเครื่องจักรกลหนักไกลออกไปคำรามก้องแข่งกับเสียงทุ้มต่ำของสถาปนิกหนุ่มที่ยืนกอดอกนิ่งสนิท ใบหน้าคมคายภายใต้แว่นตากรอบบางบึ้งตึงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมกราบกวาดมองแปลนกระดาษในมือสลับกับโครงสร้างเหล็กขึ้นสนิมของอาคารเก่าที่ถูกทิ้งร้างมานานแรมปี
ภัคคินขยับกรอบแว่นเล็กน้อย ท่าทางเยือกเย็นแต่แฝงไปด้วยความหงุดหงิดที่ถูกท้าทายความคิดสร้างสรรค์ เขาไม่ได้หันไปมองเธอทันที แต่ปล่อยให้ความเงียบกดดันอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท
"ความปลอดภัยไม่ใช่เรื่องโบราณครับคุณรินรดา แต่มันคือพื้นฐานที่คนทำครีเอทีฟอย่างคุณชอบมองข้ามเพราะมัวแต่ไปสนใจว่ามุมไหนจะถ่ายรูปออกมาสวยลงอินสตาแกรมได้มากกว่ากัน อาคารหลังนี้โครงสร้างทรุดตัวไปสิบเปอร์เซ็นต์ ถ้าเราไม่เสริมคานเหล็กรับน้ำหนักตรงนี้ตามแบบที่ผมคำนวณ ต่อให้ดีไซน์ของคุณจะล้ำเลิศแค่ไหน มันก็กลายเป็นอนุสาวรีย์แห่งความประมาทได้ภายในพริบตา"
รินรดาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอตวัดสายตากลับมาสบกับดวงตาคมกริบของเขาอย่างไม่เกรงกลัว มือเรียวบางปัดปอยผมที่ถูกลมพัดมาปรกลงข้างแก้มออกอย่างลวกๆ
"คุณนี่มัน... มองโลกในแง่ร้ายเป็นอาชีพเลยใช่ไหมครับ เอ๊ย... ใช่ไหมคะ—เอ๊ย... ใช่ไหมครับ!" รินรดาเผลอหลุดปากแก้ไขสรรพนามตัวเองเมื่อเห็นมุมปากของชายหนุ่มกระตุกยิ้มหยัน ก่อนเธอจะเชิดหน้าขึ้นสูงอย่างถือดี "ฉันไม่ได้หมายความว่าเราจะละเลยความปลอดภัย ฉันหมายถึงเราควรเปิดพื้นที่ตรงกลางให้แสงธรรมชาติสาดส่องเข้ามาเชื่อมโยงผู้คน ไม่ใช่สร้างกำแพงกั้นพวกเขาออกจากโลกภายนอกเหมือนคุณกำลังสร้างคุกทาสีพาสเทล!"
"คุกทาสีพาสเทลเหรอ?" ภัคคินทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอของเขาฟังดูอันตรายและทรงเสน่ห์ในคราวเดียวกัน ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเธอทีละก้าว จนรินรดาต้องเผลอถอยหลังโดยสัญชาตญาณ แต่แผ่นหลังของเธอกลับชนเข้ากับเสาคอนกรีตเปลือยเสียแล้ว "ถ้าคุณคิดว่าสัดส่วนทองคำและการคำนวณแรงดึงของผมมันคือคุก งั้นคุณก็คงเป็นนักโทษที่แหกคุกเก่งที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาเลยล่ะครับ"
ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นกระดาษพิมพ์เขียวและบุคลิกเคร่งขรึมของสถาปนิกหนุ่มลอยวนอยู่รอบตัว รินรดาชะงักไปชั่วขณะ หัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะไปสามจังหวะอย่างไม่น่าให้อภัย เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ปากที่เคยต่อปากต่อคำกลับเม้มเข้าหากันแน่นเมื่อพบว่าอีกฝ่ายจ้องมองริมฝีปากของเธอนานเกินความจำเป็น
ดวงตาคมกริมของภัคคินฉายแววบางอย่างที่อ่านไม่ออก มันไม่ใช่ความโกรธ ไม่ใช่การเอาชนะ แต่มันคือความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามกดทับมันไว้ภายใต้มาดนิ่งขรึมมาตลอด
"ถอยไปหน่อยได้ไหมครับ คุณยืนใกล้เกินไปจนผมไม่มีสิทธิ์คิดงานแล้วนะ" ภัคคินกระซิบเสียงต่ำ ชิดริมหูของเธอจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินต้นคอ
"คนที่เดินเข้ามาใกล้ฉันก่อนคือคุณต่างหาก..." รินรดาพยายามดึงเสียงให้มั่นคงที่สุด แม้ว่ามือที่ถือม้วนแปลนกระดาษจะเริ่มสั่นเล็กน้อย "ถอยออกไปเลยนะภัคคิน ไม่งั้นฉันจะฟ้องฝ่ายHR ว่าคุณคุกคามทางเพศในเวลางาน"
ภัคคินมุมปากกระตุกยิ้มกว้างขึ้นอีกนิด ยอมขยับตัวถอยหลังไปหนึ่งก้าวตามคำสั่ง แต่สายตายังคงพินิจพิเคราะห์ใบหน้าเนียนใสที่มีเหงื่อซึมบางๆ จากความร้อนและอารมณ์กรุ่นโกรธ
"เชิญฟ้องได้เลยครับ เพราะต่อให้คุณฟ้อง ผมก็ยังยืนยันคำเดิมว่าแบบแปลนโซนระเบียงที่คุณออกแบบมาเนี่ย... มันอันตรายเป็นบ้า"
"แต่มันขายได้! และมันตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่!" รินรดาตอกกลับทันควัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความดื้อรั้น "คุณเข้าใจคำว่า 'ประสบการณ์ร่วม' ไหมคะ? อาคารหลังนี้ไม่ได้สร้างให้อยู่รอดปลอดภัยแบบไร้ชีวิตชีวา แต่มันต้องมีจิตวิญญาณ มีความรู้สึกร่วมระหว่างคนกับพื้นที่!"
"แล้วถ้าพื้นที่นั้นมันพังถล่มลงมาทับคนมีจิตวิญญาณพวกนั้นตายคาที่ล่ะครับ จิตวิญญาณมันจะช่วยผายปอดให้พวกเขาไหม?" ภัคคินย้อนถามด้วยน้ำเสียงกวนประสาทแต่แววตากลับจริงจังจนน่ากลัว "คุณมองความงาม แต่ผมมองความรับผิดชอบ... เรามันคนละเผ่าพันธุ์กันจริงๆ รินรดา"
บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะร้อนระอุขึ้นอีกหลายเท่า ไม่ใช่เพราะแสงแดดในยามบ่าย แต่เป็นเพราะแรงปะทะทางความคิดและเคมีบางอย่างที่ดึงดูดเข้าหากันอย่างรุนแรง ทั้งสองยืนจ้องตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร เหมือนสนามรบขนาดย่อมที่เต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความดื้อรั้น
ทว่า ก่อนที่รินรดาจะได้งัดวาทศิลป์ชุดใหญ่มาฟาดฟันสถาปนิกปากร้ายต่อ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกจากทางด้านหน้าโครงการก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน
"คุณภัคคินครับ! คุณรินรดาครับ! แย่แล้วครับ!"
วิศวกรประจำโครงการวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหยุดยืนหอบแฮกอยู่ตรงหน้าทั้งคู่ ใบหน้าซีดเผือดจนเห็นได้ชัด เหงื่อกาฬไหลท่วมหน้าผาก
"มีอะไรครับคุณกิตติ?" ภัคคินดึงสายตากลับจากหญิงสาวทันที สีหน้าเปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึมในเสี้ยววินาที
"คนงาน... คนงานไปขุดเจอวัตถุต้องสงสัยตรงฐานรากโซน B ครับ ลักษณะคล้าย... คล้ายกระดูกมนุษย์ฝังอยู่ใต้คอนกรีตเก่าครับ!"
รินรดาเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าภัคคินทันที ความขัดแย้งเรื่องงานเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เมื่อพวกเขารู้ตัวว่ากำลังยืนอยู่บนพื้นที่ที่มีบางอย่างถูกซ่อนไว้อย่างไม่ชอบมาพากล
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับ "เมทริกซ์ซีโร่" นะครับ
เซฟโซนสุดกวนกับนายมาดนิ่ง•ตอนที่ 7
ทัศนคติที่ขัดแย้ง
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับนายมาดนิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!