เซฟโซนสุดกวนกับนายมาดนิ่ง•ตอนที่ 9

รอยร้าวในความสมบูรณ์แบบ

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
"ผมเตือนคุณแล้วว่าโครงสร้างรับน้ำหนักของปีกทิศใต้มีปัญหา ถ้าดึงดันใช้สเปกวัสดุเดิม งานนี้พังไม่เป็นท่าแน่" เสียงทุ้มต่ำที่มักจะนิ่งสนิทจนเกือบจะราบเรียบในยามปกติ ทว่าในนาทีนี้กลับเจือไปด้วยความตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด ภัคคินยืนค้ำโต๊ะประชุมตัวใหญ่ แววตาภายใต้กรอบแว่นสายตาคมกริบกวาดมองตัวเลขบนกระดาษคำนวณที่เพิ่งถูกตีกลับมาจากวิศวกรอาวุโส บรรยากาศในห้องประชุมใหญ่ของบริษัทสถาปัตยกรรมชื่อดังเงียบกริบ ชนิดที่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงเครื่องปรับอากาศทำงาน ไม่มีใครกล้าหายใจแรง แม้แต่หัวหน้าทีมโครงสร้างยังต้องหลบสายตา ความผิดพลาดระดับมหันต์เกิดขึ้นแล้ว—และมันเกิดขึ้นกับคนอย่าง "ภัคคิน" สถาปนิกผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบ สมบูรณ์แบบ และไม่เคยปล่อยให้งานหลุดรอดสายตาแม้แต่มิลลิเมตรเดียว รินรดายืนกอดอกพิงผนังกระจกอยู่มุมห้อง ดวงตากลมโตคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยพิจารณาสถานการณ์ เธอมองสีหน้าของชายหนุ่มที่พยายามเก็บอาการขุ่นเคืองไว้ใต้มาดนึกคุมเชิง แม้ภายนอกเขาจะยังดูเยือกเย็นและรักษาฟอร์มได้ดี แต่สันจมูกที่โด่งเป็นสันและกรามที่ขบเข้าหากันแน่นฟ้องชัดเจนว่าเขากำลังหัวเสียกับความผิดพลาดในส่วนของงานดีไซน์ฐานรากที่ประสานงานกับทีมโครงสร้างคลาดเคลื่อน ซึ่งถ้าปล่อยไว้ถึงวันพรีเซนต์ลูกค้ารายใหญ่พรุ่งนี้ มีหวังโปรเจกต์ร้อยล้านสะดุดขาตัวเองล้มคว่ำไม่เป็นท่า "คุณภัคคินครับ ทางฝ่ายโครงสร้างแจ้งว่าถ้าจะรื้อแก้ตอนนี้ ต้องใช้เวลาอย่างน้อยสามวัน ซึ่งกำหนดส่งแบบคือมะรืนนี้..." เสียงผู้ช่วยฝ่ายประสานงานละล่ำละลักรายงานด้วยความหวาดกลัว "สามวัน?" ภัคคินทวนคำ เสียงลอดไรฟัน "แล้วคุณคิดว่าลูกค้าจะรอเราแก้ตัวไหมถ้าพรีเซนต์งานล่ม?" ความกดดันแผ่ซ่านจนแทบหายใจไม่ออก ไม่มีใครกล้าเสนอทางออก เพราะโจทย์นี้มันแทบจะเป็นทางตัน "ก็ไม่ต้องรื้อส้า... จะไปยากอะไร" เสียงใสแต่กวนประสาทดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทุกสายตาหันขวับไปมองเป็นตาเดียว รินรดายืดตัวตรง เดินน่องเรียวเข้ามาใกล้โต๊ะประชุมราวกับสถานการณ์ตรงหน้าเป็นแค่เรื่องสนุกริมถนน ภัคคินขมวดคิ้วมุ่น ปรายตามองครีเอทีฟสาวปากเก่งด้วยความไม่สบอารมณ์ "นี่ไม่ใช่เวลามาเล่นลิ้น รินรดา งานกำลังจะพัง" "ใครเล่นลิ้นคะคุณสถาปนิกผู้ไร้ที่ติ" รินรดาเหยียดยิ้มมุมปาก เดินเข้ามาหยุดยืนข้างๆ เขา กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ลอยแตะจมูกท่ามกลางอากาศร้อนระอุของห้องประชุม เธอยื่นแท็บเล็ตในมือให้เขาดูภาพกราฟิก 3D ที่เธอเพิ่งร่างคร่าวๆ บนหน้าจอ "ในเมื่อแก้ฐานรากไม่ทัน ก็เปลี่ยนวิธีเล่าเรื่องสิคะ" ภัคคินชะงัก ก้มมองหน้าจอแท็บเล็ต ดวงตาคมกวาดอ่านตัวเลขและไอเดียที่ถูกเขียนขึ้นอย่างรวดเร็วแต่เฉียบคม "คุณหมายความว่า..." "ใช่ค่ะ" รินรดาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนไหล่แทบจะชนกัน สัมผัสอุ่นๆ จากตัวเธอทำให้ภัคคินเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว "ในเมื่อโครงสร้างปีกทิศใต้รับน้ำหนักแบบเดิมไม่ได้ เราก็ไม่ต้องฝืน ดีไซน์ใหม่ให้มันดูเป็นคอนเซปต์ 'สถาปัตยกรรมลอยตัว' (Floating Architecture) ซะเลย ใช้วัสดุคอมโพสิตเบาพิเศษมาช่วยพยอง โชว์ความโปร่งโล่งแบบตั้งใจ มันไม่เพียงแต่แก้ปัญหาเรื่องน้ำหนักได้ แต่ยังทำให้ดีไซน์ดูว้าวขึ้นเป็นกอง ลูกค้าชอบความฉีกแนวแบบนี้อยู่แล้วด้วย จริงไหมล่ะคะ?" คำพูดของเธอราวกับสายฝนที่ตกลงมากลางฤดูแล้ง ทุกอย่างกระจ่างชัดในสมองอันปราดเปรื่องของสถาปนิกหนุ่มทันที มันไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่มันคือการเปลี่ยน "จุดบกพร่อง" ให้กลายเป็น "จุดเด่น" ที่เหนือชั้นกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ ภัคคินเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ ในแววตานั้นมีความตกตะลึงระคนทึ่งฉายชัดอยู่ชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะรีบซ่อนมันไว้ภายใต้มาดขรึมตามเคย แต่รินรดากลับทันเห็นรอยประกายความโล่งอกในดวงตาคู่นั้นอย่างชัดเจน "อืม..." ภัคคินแกล้งทำเป็นครางรับในลำคอ ปรับน้ำเสียงให้เรียบสนิทเหมือนเดิม "ก็... พอดูได้ ไม่ได้แย่ซะทีเดียวสำหรับความคิดของคนนอกวงการสถาปัตย์" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอทันที ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความหมั่นไส้ "คนนอกวงการเหรอคะ? เมื่อกี้ใครนะที่ยืนหน้าเครียดทำหน้าเหมือนโลกจะแตกเพราะแก้ปัญหาไม่ได้ หึ... ปากแข็งไม่เปลี่ยนเลยนะคะคุณภัคคิน" "ผมไม่ได้ปากแข็ง ผมแค่พูดตามข้อเท็จจริง งานนี้ถ้าไม่ได้ไอเดียปะติดปะต่อของคุณช่วยไว้..." ภัคคินชะงักไปนิดเมื่อรู้ตัวว่าเกือบจะชมเธอออกนอกหน้า เขาจึงรีบตัดบทกระแอมเบาๆ "อะแฮ่ม! ทุกคนแยกย้าย ทีมกราฟิกเอาไอเดียนี้ไปทำต่อให้จบภายในสองชั่วโมงนี้ ส่วนเธอ..." เขาหันมามองหน้าหญิงสาวที่ยังยืนกอดอกเชิดใส่ "รินรดา อยู่คุยรายละเอียดกับผมต่อตรงนี้" เมื่อคนอื่นๆ ทยอยเดินออกไปจนหมดห้อง ประตูห้องประชุมถูกปิดลง ปล่อยให้คนทั้งสองอยู่ตามลำพัง ความเงียบกลับมาเยือนอีกครั้ง แต่ครั้งนี้บรรยากาศมันไม่ได้ตึงเครียดเหมือนก่อนหน้า หากแต่มีความกรุ่นกลิ่นบางอย่างที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะแทน ภัคคินถอดแว่นสายตาออก วางมันลงบนโต๊ะก่อนจะยกมือขึ้นนวดคลึงหว่างคิ้วเพื่อผ่อนคลายความเหนื่อยล้า เขายังคงยืนอยู่ที่เดิมไม่ยอมขยับไปไหน ขณะที่รินรดายังยืนกอดอกมองเขาด้วยรอยยิ้มเย้าแหย่ "เหนื่อยหน่อยนะครับ คนเก่ง" รินรดาเอ่ยแซاด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะนิดๆ "นึกว่าจะไม่มีวันทำพลาดซะอีก เห็นฟอร์มจัดมาตลอดสัปดาห์" ภัคคินชะงักมือที่นวดขมับ เขาเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้า ดวงตาคมกريบที่ไร้กรอบแว่นดูดุดันและทรงเสน่ห์ขึ้นเป็นกอง ร่างสูงใหญ่ขยับก้าวเข้าไปหาทีละก้าวอย่างคุกคาม จนรินรดาต้องถอยหลังไปชนกับกระจกใสโดยอัตโนมัติ "สนุกมากสินะ ที่ได้เห็นผมเพลี่ยงพล้ำ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบใกล้หู ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้มจนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจ "ก็... นิดหน่อยค่ะ อยากรู้เหมือนกันว่าเวลาสถาปนิกผู้เย่อหยิ่งตกม้ามันหน้าตาเป็นยังไง" เธอยังคงพยายามรักษาฟอร์ม เชิดหน้าสู้แม้หัวใจจะเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ภัคคินโน้มตัวลงมาใช้มือข้างหนึ่งยันกระจกไว้ กักตัวเธอไว้ในอ้อมแขนโดยปริยาย ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนแทบจะสัมผัสกัน สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับจะค้นหาความหมายบางอย่าง "ขอบใจ..." เสียงทุ้มเอ่ยแผ่วเบาอย่างไม่ค่อยเต็มเสียงนัก แต่ชัดเจนพอที่จะทำให้รินรดาชะงัก คราวนี้ไม่มีร่องรอยของการกวนประสาท มีเพียงความจริงจังที่ระคนความอ่อนโยนบางเบาที่เขาไม่เคยแสดงให้ใครเห็น "ว่าไงนะตะกี้... ฟังไม่ถนัดเลยค่ะ" รินรดาแกล้งเอียงคอถาม ประกายตาซุกซน ภัคคินหรี่ตาลงเล็กน้อย มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นนิดๆ อย่างรู้ทัน เขาก้มหน้าลงไปกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม จนรินรดาต้องเผลอเม้มปากแน่นด้วยความประหม่า "ผมบอกว่า... ขอบคุณครับที่ช่วยชีวิตผมไว้..." เขารเว้นจังหวะไปนิด ก่อนจะเติมประโยคต่อมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ชวนให้ใจสั่นสะท้าน "และขอบคุณที่ทำให้ผมรู้ว่า... เวลาผมพลาด อย่างน้อยก็มีคุณคอยยืนอยู่ข้างๆ เสมอ" รินรดาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มขาวเนียนอย่างห้ามไม่อยู่ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติบัดนี้กลับรัวเร็วยิ่งกว่ากลองศึก ยังไม่ทันที่เธอจะหาคำพูดไหนมาสวนกลับเพื่อรักษาฟอร์ม ภัคคินก็โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีก จนริมฝีปากของเขากลือบจะแตะคลอเคลียกับริมฝีปากของเธอในระยะประชิด— ปัง! เสียงเปิดประตูห้องประชุมดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างของหัวหน้าฝ่ายบัญชีที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก "คุณภัคคินครับ! งานงอกแล้วครับ ลูกค้ารายใหญ่โทรมาแจ้งยกเลิกนัดพรีเซนต์พรุ่งนี้กระทันหันเพราะ..." ภัคคินผละตัวออกห่างจากรินรดาอย่างรวดเร็ว แววตาคมกริบตวัดกลับไปมองผู้มาใหม่ด้วยความหงุดหงิดสุดขีดที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีสำคัญ ขณะที่รินรดารีบยกมือขึ้นเสיผมแก้เก้อ พวงแก้มยังคงแดงก่ำด้วยความเขินอาย "เพราะอะไร?" ภัคคินเค้นเสียงถามลอดไรฟันด้วยความหัวเสีย --- ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับ "เมทริกซ์ซีโร่" นะครับ
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับนายมาดนิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%