กลิ่นเหม็นไหม้ของคราบเขม่าและเหล็กกล้าที่ถูกเผาผลาญจนบิดเบี้ยว ยังคงลอยอวลอยู่ในอากาศยามวิกาลของโรงงานเหล็กกล้าหมายเลขสาม เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของเหล่ากรรมกรและเจ้าหน้าที่รัฐวิสาหกิจที่วิ่งวุ่นวายดั่งมดแตกสนาน ไม่สามารถกลบเสียงหัวใจที่เต้นระรัวอย่างเยือกเย็นของหลี่มู่เหยาได้
ดวงตากลมโตคู่คมกริบกวาดมองความเสียหายตรงหน้าอย่างพิจารณา เปลวเพลิงที่เพิ่งถูกดับลงทิ้งไว้เพียงโครงสร้างสีดำทะมึนและเศษซากวัตถุดิบที่เสียหายมูลค่ามหาศาล ท่ามกลางความโกลาหลนั้น ร่างสูงสง่าในชุดเสื้อคลุมทำงานสีน้ำเงินเข้มตามแบบฉบับยุค 70 แต่กลับถูกสวมทับด้วยรัศมีอันเย่อหยิ่งดุจพญาอินทรีราชันกำลังก้าวเข้ามาใกล้ นางไม่ต้องหันไปมองก็รับรู้ได้ถึงไอสังหารและแรงกดดันอันคุ้นเคยที่แผ่ออกมาจากบุรุษผู้ยืนอยู่เบื้องหลัง
"ท่านผู้อำนวยการฉิน... ดูท่าทางคลังสินค้าหมายเลขสามจะต้อนรับการมาดำรงตำแหน่งใหม่ของท่านได้อย่างเร่าร้อนยิ่งนักนะคะ"
หลี่มู่เหยาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความนัยอันคมกริบ นางค่อยๆ หมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับฉินอวี้เฉิน
ภายใต้แสงไฟฉุกเฉินสีส้มสลัว ใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่ถอดแบบมาจากท่านอ๋องผู้เยือกเย็นในอดีตชาติบัดนี้บึ้งตึง ดวงตาคมปลาวาฬหรี่แคบลงอย่างอันตราย สันจมูกโด่งเป็นคมสันขยับน้อยๆ ยามที่เขาขบกรามแน่นด้วยความโกรธกริ้ว เขาก้าวเข้าประชิดตัวนางในระยะประชิด กลิ่นอายบุรุษเพศที่ผสมผสานกับกลิ่นอายควันไฟรอบตัวช่างชวนให้รู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
"หลี่มู่เหยา... เธอคิดว่าสถานการณ์เช่นนี้เป็นเรื่องล้อเล่นงั้นหรือ?"
เสียงทุ้มต่ำตวาดลอดไรฟัน มันเต็มไปด้วยอำนาจและการข่มขู่ที่มักใช้สยบคนทั้งโรงงานให้หมอบราบคาบ แต่สำหรับอดีตกุนซือหญิงผู้เคยผ่านสนามรบและเกมการเมืองในวังหลวงมาโชกโชน สายตาคุกคามนี้เป็นเพียงแค่ลมปากที่ไร้พิษสง
"ดิฉันมิกล้าล้อเล่นกับความมั่นคงของชาติหรอกค่ะท่านผู้อำนวยการ... เพียงแต่กำลังคิดว่า เพลิงไหม้ครั้งนี้หาใช่ความประมาทเลินเล่อไม่ แต่เป็น 'กลยุทธ์ตัดแขนขา' ที่คุ้นตาเสียยิ่งกว่าอันใดในตำราพิชัยสงคราม" นางเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่สว่างใสสบประสานกับดวงตาคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว "มีคนจงใจทำลายระบบการผลิต เพื่อบีบให้สายการผลิตหยุดชะงัก และโยนความผิดนี้ให้สตรีอ่อนแออย่างดิฉัน... ที่เพิ่งเสนอแผนปฏิรูปการเบิกจ่ายวัตถุดิบไปเมื่อวานนี้"
ฉินอวี้เฉินชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบฉายแววประหลาดใจวูบหนึ่งก่อนจะกลับมาเย็นชาดังเดิม เขารู้ดีว่าคลังสินค้าแห่งนี้ถูกควบคุมด้วยระบบบัญชีที่ซับซ้อน และมีเพียงคนที่มีความเข้าใจเรื่องการจัดการขั้นสูงเท่านั้นถึงจะรู้ว่า เอกสารการเบิกจ่ายล็อตล่าสุดถูกเก็บไว้ที่ไหน หากไฟไหม้ทำลายหลักฐานทั้งหมดนี้จริง ความผิดฐานทุจริตและทำลายทรัพย์สินทางราชการจะตกเป็นของหลี่มู่เหยาโดยไม่มีทางแก้ตัว
นี่ไม่ใช่แค่เพลิงไหม้ธรรมดา... แต่มันคือสงครามประสาทในเรือนหลังที่ถูกยกมาไว้ในโรงงานอุตสาหกรรมยุคสังคมนิยม!
"เธอเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าฉันจะเชื่อคำพูดพล่อยๆ ของเธอ?" ฉินอวี้เฉินโน้มใบหน้าลงมาใกล้ กระซิบด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นริมใบหูของนาง "ในฐานะผู้อำนวยการ ฉันมีอำนาจสั่งพักงานและส่งตัวเธอเข้าห้องสอบสวนได้ทันทีภายในห้านาทีนี้"
หลี่มู่เหยาไม่สะดุ้งสะเทือน นางกลับแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่งดงามและลึกล้ำราวกับดอกบัวขาวที่เบ่งบานท่ามกลางโคลนตม นางยกมือขึ้นจัดปกเสื้อแจ็คเก็ตสีน้ำเงินของเขาให้เรียบร้อยอย่างถือวิสาสะ ท่าทีอาจหาญนี้ทำให้ฉินอวี้เฉินถึงกับชะงักงันโดยไม่ทันตั้งตัว
"ท่านอ๋อง... อภัยด้วยค่ะ ดิฉันหมายถึงท่านผู้อำนวยการ" นางจงใจเปลี่ยนสรรพนามด้วยแววตาระยิบระยับ "หากท่านส่งตัวดิฉันเข้าห้องสอบสวนตอนนี้ โรงงานเหล็กกล้าแห่งนี้จะสูญเสียโอกาสในการส่งมอบเหล็กให้แก่โครงการสร้างชาติภายในกำหนดเจ็ดวันข้างหน้า และเมื่อถึงเวลานั้น ศัตรูที่อยู่เบื้องหลังเงาก็จะหัวเราะเยาะความโง่เขลาของท่านที่ยอมตัดมือขวาของตนเองทิ้งเพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบ"
มือหนาของฉินอวี้เฉินที่กำเข้าหากันแน่นคลายออกทีละน้อย เขาสํารวจใบีนานาอันนิ่งสงบของสตรีตรงหน้า หัวใจที่ด้านชามานานนับภพชาติกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง ความเฉลียวฉลาด เด็ดเดี่ยว และกล้าหาญที่จะต่อรองกับพญายมเช่นนี้... มีเพียงหลี่มู่เหยาคนเดียวเท่านั้นในใต้หล้า
"เธอมีแผนอะไร?" เขาเอאถามเสียงต่ำในที่สุด ยอมรับความพ่ายแพ้ชั่วคราวต่อปัญญาของนาง
"พรุ่งนี้เช้า ตอนประชุมใหญ่ประจำสัปดาห์ ท่านเพียงแค่ประกาศว่า 'เราจะเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส ด้วยการใช้ระบบกระจายสินค้าสำรองจากมณฑลข้างเคียง และปรับผังการผลิตใหม่ภายในสี่สิบแปดชั่วโมง'" หลี่มู่เหยาเอ่ยถ้อยคำราวกับกำลังร่ายคาถาบัญชาการทัพ "ส่วนเรื่องหลักฐานที่ถูกเผา... ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของดิฉันในการขุดคุ้ย 'หนูสกปรก' ที่แอบซ่อนอยู่ในห้องบัญชีเองค่ะ"
ฉินอวี้เฉินจ้องมองรอยยิ้มมั่นใจนั้น ความรู้สึกคุ้นเคยราวกับพวกเขากำลังนั่งวางแผนศึกอยู่บนตำหนักอักษรในอดีตชาติไหลทะลักเข้ามาในห้วงคำนึง เขากัดฟันกรอดด้วยความหมั่นไส้ระคนชื่นชม สตรีผู้นี้ช่างกล้ามนุษย์ยิ่งนัก กล้าแม้กระทั่งมาออกคำสั่งต่อหน้าผู้มีอำนาจสูงสุดเช่นเขา
"ดี..." น้ำเสียงของฉินอวี้เฉินแหบพร่าลงเล็กน้อย ยามที่เขาโน้มตัวกระซิบตอบกลับด้วยถ้อยคำที่ทำให้หัวใจของนางกระตุกสั่น "ถ้าเธอกู้สายการผลิตกลับมาไม่ได้ภายในสองวัน ฉันจะลงโทษเธอด้วยวิธีที่เธอจะต้องจดจำไปจนวันตาย... หลี่มู่เหยา"
ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง ทันใดนั้นเอง แสงไฟฉายสAวGของยามรักษาการณ์ก็สาดส่องมาทางพวกเขา พร้อมกับเสียงตะโกนตื่นตระหนกที่ดังแหวกความมืดเข้ามา
"ท่านผู้อำนวยการครับ! เกิดเรื่องด่วนแล้วครับ!" เจ้าหน้าที่ฝ่ายพัสดุวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงแทบเท้าของฉินอวี้เฉิน ใบหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด "เมื่อครู่... เราพบจดหมายสนเท่ห์เสียบไว้ที่ประตูห้องทำงานของท่าน พร้อมกับ... ถ้วยชาเคลือบกระเบื้องลายครามที่ข้างในบรรจุยาพิษสีดำสนิท!"
ฉินอวี้เฉินและหลี่มู่เหยาสบตากันทันที ประกายตาของทั้งคู่เปลี่ยนเป็นคมกริบดั่งใบมีด
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางข้ามมิติเวลาไปกับตัวละครของเรานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
กุนซือหญิงแห่งยุคสมัยกับท่านอ๋องผู้กุมชะตาเมืองเหล็ก•ตอนที่ 2
กลยุทธ์ล้อมเมืองเพื่อช่วยหน่วย
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงแห่งยุคสมัยกับท่านอ๋องผู้กุมชะตาเมืองเหล็ก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
