กลิ่นสนิมเหล็กและน้ำมันเครื่องคละคลุ้งหนาแน่นในห้องทำงานอับทึบ ปิดตายจากโลกภายนอกด้วยบานประตูไม้สักหนาหนัก ทว่าสิ่งที่กดทับบรรยากาศให้หยุดนิ่งมิใช่กลิ่นอายอุตสาหกรรมยุคเจ็ดสิบ หากแต่เป็นสายตาคมปลาบดุจใบมีดโกนคู่หนึ่ง ที่กำลังจดจ้องมองเอกสารรายงานการผลิตบนโต๊ะสลับกับร่างบอบบางของสตรีตรงหน้า
"สหายหลี่... เธออธิบายความหมายของตัวเลขสามแถวนี้ให้ฉันฟังหน่อยสิ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น และทรงอำนาจจนแทบหยุดลมหายใจดังขึ้น ฉินอวี้เฉินในชุดเสื้อคลุมทำงานสีเขียวเข้มแบบนายช่างใหญ่ ทว่ากลับแผ่กลิ่นอายของแม่ทัพผู้บัญชาการทหารนับแสนนายออกมาอย่างเต็มเปี่ยม เขานั่งไขว่ห้าง นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะไม้เป็นจังหวะเชื่องช้า แต่มั่นคงดั่งเสียงกลองศึกยามใกล้รุ่ง ดวงตาคมกริบราวพญาอินทรีคู่นั้นกวาดมองหลี่มู่เหยาตั้งแต่ปลายเส้นผมจรดปลายรองเท้าผ้าใบเก่าๆ คล้ายกำลังชั่งน้ำหนักสินค้าชิ้นหนึ่งในตลาดค้าทาส
หลี่มู่เหยาไม่ได้สะทกสะท้าน แม้ในอกจะสัมผัสได้ถึงชีพจรที่เต้นเร็วกว่าปกติเล็กน้อย แต่นางเลือกที่จะแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความเยือกเย็นและลึกล้ำราวกับสตรีสูงศักดิ์ในตำหนักในผู้กำลังทอดพระเนตรการละเล่นชวนขัน นางก้าวเท้าช้าๆ เข้าไปใกล้โต๊ะทำงานไม้ตัวนั้นอย่างไร้ความเกรงกลัว ท่วงท่าการเดินมีความสง่างามดั่งหงส์เหิน ทว่าถูกกักเก็บไว้ภายใต้กรอบของชุดสาวโรงงานเนื้อหยาบ
"ผู้อำนวยการฉินถามถึงความผิดปกติ หรือกำลังสงสัยในสติปัญญาของดิฉันกันแน่คะ"
นางเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าคมกริบไม่แพ้กัน ดวงตาดอกท้อคู่สวยสบประสานกับดวงตาดดุร้ายคู่นั้นอย่างไม่หลบเลี่ยง ในห้วงเวลาสั้นๆ นั้น รอบตัวราวกับมีเสียงดาบกระทบกันเบาๆ อากาศรอบกายพลอยอุณหภูมิลดฮวบลงจนน่าประหลาด
ฉินอวี้เฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก
"ความผิดปกติ? หึ... เธอกล้าดียังไงถึงซ่อนรหัสกลศึกของตำราพิชัยสงครามซุนวูไว้ในรายงานบัญชีเหล็กกล้าของรัฐบาล เธอกำลังคิดจะเล่นตลกอะไรกับฉัน หลี่มู่เหยา"
คำพูดของเขาไม่ใช่การคาดเดา แต่มันคือการประกาศิต เขารู้... เขารู้ทันทีตั้งแต่แรกเห็นว่าตัวเลขเหล่านั้นไม่ได้ถูกคำนวณด้วยหลักบัญชีสมัยใหม่ แต่ถูกจัดเรียงด้วยกระบวนการเดินหมากกลยุทธ์ "ค่ายกลแปดทิศ" เพื่อปกปิดการรั่วไหลของวัตถุดิบและเปิดโปงบัญชีลับของหัวหน้าฝ่ายผลิตที่ทุจริต
ภายในใจของหลี่มู่เหยาไหววูบชั่วขณะ ความทรงจำอันเลือนรางของท่านอ๋องผู้โหดเหี้ยมและเฉียบขาดในอดีตชาติซ้อนทับกับบุรุษตรงหน้าอย่างสมบูรณ์แบบ เขายังคงเป็นฉินอวี้เฉินผู้มองทะลุทุกเล่ห์กล ไม่ว่ากาลเวลาจะเปลี่ยนผ่านไปกี่ภพชาติ แววตาที่อ่านเกมขาดในเสี้ยววินาทียังคงเด่นชัดเช่นเดิม
"ดิฉันเพียงแต่เห็นว่า วิธีการตรวจสอบแบบเดิมๆ ของโรงงานเรานั้น ล้า로나และเปิดช่องโหว่ให้คนมือยาวสอดมือเข้ามาได้ง่ายเกินไป" นางโน้มตัวลงเล็กน้อย กลิ่นหอมจางๆ ประหลาดคล้ายดอกเหมยหลงฤดูโชยแตะนาสิกของชายหนุ่ม "หรือว่า... ผู้อำนวยการฉินรู้สึกหวาดกลัวต่อสิ่งที่คุณมองไม่เห็นกันคะ?"
ฉินอวี้เฉินแค่นเสียงในลำคอ ร่างสูงใหญ่ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนร่างบอบบางต้องเงยหน้าขึ้นมอง ความกดดันจากมวลอากาศรอบตัวพุ่งสูงขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก เขายื่นมือหนาออกไปหมายจะคว้าคางบางเพื่อบังคับให้นางเงยหน้ารับคำคาดคั้น
ทว่าหลี่มู่เหยารวดเร็วกว่า นางแสร้งทำเป็นเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มเอกสารอีกเล่ม ทำให้ปลายนิ้วแข็งแกร่งของเขาเฉียดผ่านปลายคางนางไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด กลิ่นกายบุรุษและไอร้อนจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านเข้ามาในระยะประชิด จนหัวใจดวงน้อยกระหน่ำตีอกอย่างบ้าคลั่ง
"เธอช่างอาจหาญนัก..." เสียงกระซิบพร่าต่ำดังอยู่ข้างใบหูของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนขนลุกชัน "กล้าเล่นเกมกับพยัคฆ์ร้าย ระวังตัวไว้เถอะ... สหายหลี่ เพราะถ้าเธอเดินหมากพลาดแม้แต่ก้าวเดียว ฉินอวี้เฉินผู้นี้จะเป็นคนบดขยี้เธอให้แหลกคามือด้วยตัวเอง"
นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มท้าทายยังคงประดับบนเรียวปากอิ่มสวย "ถ้าเช่นนั้น ดิฉันคงต้องฝากตัวให้ท่านผู้อำนวยการช่วย 'เคี่ยวกรำ' ให้หนักมือเสียแล้วกระมังคะ"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด ทั้งสองยืนประจันหน้ากันราวกับแม่ทัพสองฝ่ายที่กำลังจดจ้องหาจุดอ่อนของกันและกัน ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าหวาดหวั่น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างเร่งรีบ ทำลายมนต์สะกดแห่งการชิงไหวชิงพริบลงทันที
"ท่านผู้อำนวยการครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เสียงตะโกนของรองผู้จัดการดังลั่นจากนอกห้องพร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไม่ทันอนุญาต "มีคำสั่งด่วนที่สุดจากส่วนกลาง... ส่งเจ้าหน้าที่ตรวจ 3 นายมาอายัดบัญชีและคลังสินค้าทั้งหมดของโรงงานเราในทันทีครับ!"
ฉินอวี้เฉินชะงัก สายตาคมกริบละออกจากใบหน้าของหลี่มู่เหยาช้าๆ หันไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาดุดัน ทว่าในวินาทีต่อมา เขาก็ต้องเบิกوกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อหันกลับมามองสตรีตรงหน้า
หลี่มู่เหยายังคงยืนอยู่ที่เดิม มุมปากของนางยกยดขึ้นเป็นรอยยิ้มลึกล้ำที่อ่านไม่ออก ราวกับนางล่วงรู้เหตุการณ์นี้ล่วงหน้ามานานนับเดือนแล้ว แววตาของนางระยิบระยับด้วยประกายแห่งชัยชนะที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน
"ดูเหมือนว่า..." นางเอ่ยกระซิบเบาๆ น้ำเสียงกังวานใสดั่งระฆังหยก ทว่าเย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งในฤดูเหมันต์ "เกมกระดานกระดานนี้ ได้เวลาเปิดฉากอย่างแท้จริงแล้วสินะคะ ท่านอ๋อง..."
ฉินอวี้เฉินสะท้านเฮือกในอก ร่างสูงแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระบาล เมื่อคำว่า "ท่านอ๋อง" ที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของนางเมื่อครู่ ไม่ใช่เสียงกระซิบธรรมดา แต่มันคือรหัสลับจากอดีตชาติที่ตายไปพร้อมกับลมหายใจสุดท้ายของเขากับนางเมื่อสามร้อยปีก่อน!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางข้ามมิติเวลามาสู่วังวนแห่งเกมอำนาจและห้วงรักอันลึกล้ำนี้นะคะ
กุนซือหญิงแห่งยุคสมัยกับท่านอ๋องผู้กุมชะตาเมืองเหล็ก•ตอนที่ 3
ผู้กำกับเหล็กผู้ไร้หัวใจ
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงแห่งยุคสมัยกับท่านอ๋องผู้กุมชะตาเมืองเหล็ก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
