“ถ้าคิดจะขวางทางฉัน ก็ลองดูว่านายจะทนแรงกระแทกไหวไหม”
น้ำเสียงของธันเย็นเยียบจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง เขาไม่ได้ตะโกน แต่ความกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างสูงโปร่งนั้นทำเอาอากาศรอบตัวดูจะเบาบางลง พายยืนตัวแข็งทื่อ มือไม้สั่นไปหมด เธอเห็นคีย์ยืดอกขึ้นเล็กน้อย มุมปากของรุ่นพี่หนุ่มเหยียดออกเป็นยิ้มที่ดูท้าทายมากกว่าจะเป็นมิตร
“แรงกระแทกเหรอ? ก็น่าสนใจดีนะธัน แต่น่าเสียดายที่คนอย่างฉัน... ไม่ชอบหลีกทางให้ใครโดยเฉพาะถ้าของชิ้นนั้นอยู่ในจุดที่ฉันอยากครอบครองพอดี” คีย์ปรายตามองมาที่พาย แววตาของเขาทำเอาพายรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตุ๊กตาที่กำลังถูกแย่งชิง
ธันแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะคว้าข้อมือพายไปกุมไว้แน่น แรงบีบนั้นไม่ถึงกับเจ็บ แต่หนักแน่นและสื่อความหมายชัดเจนว่า 'อย่าคิดจะไปไหน'
“เสียใจด้วยนะคีย์ เพราะคืนนี้พายจะไปกับฉัน” ธันดึงพายให้ก้าวตามออกมาจากวงสนทนาที่กำลังจะกลายเป็นสมรภูมิย่อมๆ โดยไม่หันกลับไปมองคีย์อีกเลย
ตลอดทางเดินที่ทอดยาวไปยังลานจัดงานเลี้ยงฉลอง คืนดาวมหาลัยปีนี้ถูกประดับประดาด้วยไฟนีออนสลับสีดูหรูหรา แสงสะท้อนจากพื้นหินอ่อนทำให้นัยน์ตาของธันวาวโรจน์ พายพยายามก้าวเท้าตามจังหวะของรุ่นพี่หนุ่มแต่ก็แทบจะสะดุดขาตัวเองอยู่หลายครั้ง เธอเหลือบมองใบหน้าด้านข้างที่เรียบเฉยจนน่ากลัวของเขา
“ธันคะ... คือว่า...”
เขาสะบัดหน้ากลับมามองเธอ สายตาดุๆ นั้นยังคงอยู่ แต่เมื่อเห็นพายที่มีสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิงนิดๆ จากการถูกลากมาและความโก๊ะประจำตัวที่ทำให้เธอเกือบจะสะดุดชายเดรสของตัวเอง เขาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมาแรงๆ แล้วหยุดเดิน
ธันปล่อยมือจากข้อมือเธอ เปลี่ยนมาเป็นประคองไหล่บางไว้เบาๆ เขาจัดชุดเดรสสีครีมที่พายเลือกใส่มาให้เข้าที่เข้าทางอย่างถือวิสาสะ นิ้วเรียวยาวของเขาปัดปอยผมที่ปรกหน้าเธอออกอย่างเบามือ สัมผัสที่แผ่วเบานั้นตัดกับใบหน้าดุๆ ของเขาอย่างสิ้นเชิง
“เดินระวังหน่อยพาย ถ้าตกบันไดคอหักขึ้นมา ฉันไม่แบกไปส่งโรงพยาบาลให้เสียเวลาหรอกนะ” ปากก็พูดไปแบบนั้น แต่เขากลับเป็นคนคอยประคองเธอไม่ให้ห่าง
“ธันเป็นห่วงพายใช่ไหมล่ะคะ?” พายถามเสียงอ้อมแอ้ม หัวใจในอกเต้นผิดจังหวะ
เขานิ่งไปเสี้ยววินาที ดวงตาคมกริบหลบวูบไปทางอื่น “เพ้อเจ้อ ฉันแค่ไม่อยากให้งานเสียชื่อเพราะยัยเด็กซุ่มซ่ามทำขายหน้า... ไปได้แล้ว คนเริ่มมองกันหมดแล้ว”
เมื่อทั้งสองเดินเข้าสู่บริเวณงานเลี้ยง เสียงเพลงแจ๊สคลอเบาๆ และเสียงพูดคุยของนักศึกษาชั้นนำของคณะต่างๆ ทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลายขึ้น ทว่าในความรู้สึกของพาย มันกลับเหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านทั่วร่าง ธันในชุดเชิ้ตสีดำพับแขนเสื้อเผยให้เห็นกล้ามแขนแน่นๆ และนาฬิกาเรือนหรู ดูสง่าผ่าเผยจนใครต่อใครก็ต้องเหลียวมอง
มินนี่ที่ยืนรออยู่ใกล้โต๊ะค็อกเทลรีบกวักมือเรียกพายทันทีที่เห็นทั้งคู่เดินเข้ามา “ยัยพาย! มานี่เร็ว แกนี่มันตัวเรียกซีนจริงๆ เดินมากับเดือนวิศวะแบบนี้ ระวังพวกสาวๆ ในงานจะรุมทึ้งแกนะจ๊ะ”
“มินนี่!” พายร้องเรียกเพื่อนเสียงหลง ก่อนจะหันไปมองธันที่ยืนนิ่งอยู่ข้างๆ เขาไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่ยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นจิบสายตามองไปทั่วงานเหมือนกำลังสำรวจพื้นที่
“หิวไหม?” ธันก้มลงกระซิบข้างหูพาย เสียงทุ้มต่ำของเขาทำเอาขนอ่อนลุกซู่
“กะ...ก็นิดหน่อยค่ะ”
“ไปหาอะไรกินตรงมุมโน้นดีกว่า ตรงนี้คนเยอะน่ารำคาญ” เขาบอกก่อนจะพยักพเยิดไปยังมุมมืดๆ ที่มีโต๊ะอาหารว่างวางอยู่
ในขณะที่พายกำลังตักเค้กเข้าปากอย่างมีความสุข ธันกลับยืนพิงกำแพงกอดอกมองเธอด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก ความใจดีแบบเงียบๆ ของเขามันทำให้พายรู้สึกอบอุ่นจนเกือบลืมไปเลยว่าเมื่อไม่กี่นาทีก่อนเพิ่งจะเกิดสงครามประสาทกับคีย์มา
ทว่าความสงบสุขนั้นอยู่ได้ไม่นาน เมื่อเสียงดนตรีจังหวะเร็วขึ้นและพิธีกรประกาศช่วงเวลาการเต้นรำเปิดฟลอร์ ธันวางแก้วเครื่องดื่มลงแล้วยื่นมือมาตรงหน้าพาย ใบหน้าคมคายนั้นดูจริงจังจนเธอประหม่า
“ออกไปเต้นเป็นเพื่อนหน่อย”
“พายเต้นไม่เป็นนะคะ เดี๋ยวก็เหยียบเท้าธันหรอก!” เธอรีบปฏิเสธพัลวัน
“ไม่ต้องห่วงเรื่องเท้าฉันหรอก แค่อย่าไปเหยียบเท้าคนอื่นก็พอ... มานี่” เขาคว้ามือนุ่มของเธอไว้แน่นแล้วออกแรงดึงให้ลุกขึ้น
จังหวะที่พายกำลังจะก้าวขาตามแรงดึงของธันออกไปกลางฟลอร์ แสงไฟในงานก็ดับพรึ่บลงชั่วขณะ เสียงฮือฮาดังขึ้นระงม แต่ทันใดนั้นก็มีเสียงเปียโนดังขึ้นบรรเลงเพลงรักหวานซึ้งที่ทุกคนคุ้นเคย ไฟสปอร์ตไลท์ดวงเดียวกวาดลงมากลางงาน... ไม่ใช่ที่เวทีหลัก แต่ส่องลงมาที่พายและธันซึ่งยืนอยู่กลางฟลอร์
ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ สายตาของคนทั้งงานไม่ได้จับจ้องที่ธันอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันกลับจับจ้องไปที่บุคคลที่เดินเข้ามาจากทางเข้างาน... ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีขาวสะอาดตาถือช่อดอกกุหลาบสีแดงสดเดินเข้ามาหาพายโดยไม่สนใจใครหน้าไหนทั้งสิ้น
“คีย์?” พายอุทานชื่อนั้นออกมาด้วยความตกใจ ขณะที่ธันปล่อยมือพายแล้วก้าวมาบังเธอไว้ทันที
คีย์หยุดยืนอยู่ห่างจากธันไม่กี่ก้าว เขายิ้มให้พายอย่างอ่อนโยนก่อนจะพูดขึ้นด้วยเสียงที่ดังพอจะทำให้ทุกคนในงานเงียบกริบ “ขอโทษที่มาสายนะครับพาย... แต่พอดีผมมีสิ่งที่อยากจะถามพายท่ามกลางทุกคนที่นี่... พายครับ จะรังเกียจไหมถ้าผมจะขอเป็นคนดูแลพายต่อจากนี้ไป?”
บรรยากาศรอบข้างเงียบสนิทลงในทันที ธันกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดที่แขนปูดโปน ส่วนพายยืนนิ่งงันด้วยความทำอะไรไม่ถูก ในหัวใจของเธอเต้นระรัวเหมือนจะหลุดออกมา เธอหันไปมองธันที่ยืนบดบังเธออยู่ เขาไม่ได้พูดอะไร แต่แววตาที่มองคีย์นั้นเต็มไปด้วยความคุกรุ่นที่พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อ
นิยายเรื่องนี้ช่างมีรสชาติเหมือนชาพีชหวานน้อยที่แฝงความขมปลายลิ้นจริงๆ นะคะ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ยังคงคอยลุ้นและเป็นกำลังใจให้กับความรักที่แสนวุ่นวายของยัยพายกับนายธันนะคะ
วิศวะขี้เก๊ก กับยัยเด็กโก๊ะตัวแสบ•ตอนที่ 47
คืนดาวมหาลัย
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะขี้เก๊ก กับยัยเด็กโก๊ะตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!