“ถ้ายังไม่เลิกทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้ ฉันจะทิ้งไว้กลางทางจริงๆ ด้วยนะพาย”
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะรำคาญใจของธันดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดของห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลใกล้ค่ายพัก เขาไม่ได้มองหน้าฉัน แต่สายตาจดจ้องอยู่กับการบรรจงใช้สำลีแตะแผลถลอกที่แก้มฉันอย่างเบามือ ผิดกับคำพูดที่ดูใจร้ายนั่นลิบลับ
ฉันเม้มปากแน่น พยายามกลั้นน้ำตาที่เอ่อรื้นขึ้นมาด้วยความรู้สึกผิดและโล่งใจที่ปนเปกันไปหมด เหตุการณ์ในป่าวันนั้น... การเดินหลงทางจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด มันทำให้ฉันได้เห็นมุมที่ฉันไม่เคยเห็นในตัวผู้ชายหน้านิ่งคนนี้
“พายไม่ได้อยากร้องสักหน่อย แค่... ฝุ่นมันเข้าตาค่ะ” ฉันเถียงอุบอิบ พยายามดึงมือที่กุมข้อมือเขาไว้กลับมา แต่ธันกลับกดน้ำหนักมือให้แน่นขึ้นอีกนิด
“โกหกไม่เนียนเลยสักครั้ง” เขาเงยหน้าขึ้น สบตาฉันตรงๆ แววตาของธันในตอนนี้ไม่มีความเกรี้ยวกราดเหมือนทุกครั้งที่เขาดุฉัน แต่มันมีความอ่อนล้าและความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าที่ฉันจะตีความออก “รู้ไหมว่าตอนที่ฉันหาเธอไม่เจอ... ฉันคิดอะไรอยู่”
หัวใจของฉันเต้นรัวเหมือนกลองชุด มันเต้นแรงจนกลัวว่าธันจะได้ยิน
“คิดว่าพายคงทำเรื่องซุ่มซ่ามจนตกเหวไปแล้วใช่ไหมคะ?” ฉันพยายามหัวเราะกลบเกลื่อน แต่เสียงที่ออกมากลับสั่นเครือ
“คิดว่าถ้าไม่มีเธอคอยเดินตามหลังให้รำคาญ ชีวิตฉันคงเงียบเหงาจนน่าเบื่อตาย” เขาพูดแค่นั้นก่อนจะผละออกไปทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียง บรรยากาศระหว่างเราเริ่มอึดอัดแต่ก็อบอุ่นอย่างประหลาด
ช่วงเวลานี้ควรจะเป็นเวลาพักผ่อนหลังจากรอดตายจากป่า แต่ในหัวของฉันกลับมีแต่ภาพตอนที่ธันคว้ามือฉันไว้ตอนที่เกือบจะก้าวพลาดลงไปในร่องหินลึก แรงดึงมหาศาลนั้นยังคงฝังแน่นอยู่ที่ข้อมือ เช่นเดียวกับแววตาตื่นตระหนกที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทางเย็นชา
“ธันคะ...”
“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว” เขาขัดขึ้นมาเสียก่อน มือหนาเอื้อมไปคว้าแก้วน้ำส่งให้ “ดื่มน้ำซะ จะได้หายตื่นเต้นสักที”
ฉันรับมาดื่มเงียบๆ มองเขาที่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ข้อความที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอทำให้คิ้วเข้มของเขาขมวดมุ่น ชื่อของผู้ส่งที่เห็นแวบๆ ทำให้ฉันใจคอไม่ดีนัก ‘คีย์’... รุ่นพี่บริหารฯ คนที่ฉันพยายามหลีกเลี่ยงมาตลอดนั่นเอง
“คีย์โทรมาตามหรือไง?” ธันถามเสียงเรียบแต่แฝงไปด้วยความไม่พอใจ
“พาย... พายไม่ได้ติดต่อพี่เขาเลยนะคะ ตั้งแต่ออกมาจากป่า พายก็อยู่กับธันตลอด” ฉันรีบแก้ตัวกลัวเขาจะเข้าใจผิด
ธันแค่นหัวเราะในลำคอ “ทำไมต้องแก้ตัวขนาดนั้นล่ะ? ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรเธอเลยนะยัยโก๊ะ”
เขาขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้น กลิ่นหอมจางๆ จากเสื้อช็อปของเขาทำให้ฉันใจสั่น สายตาที่เขามองมาเปลี่ยนไป มันมีความดิบเถื่อนและความหวงแหนที่ไม่ได้ซ่อนไว้อีกต่อไป มือของเขาเอื้อมมาเกลี่ยเส้นผมที่ปรกหน้าฉันออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนนั้นทำให้ฉันเผลอกลั้นหายใจ
“ถ้าคีย์มันรู้ว่าเธอมากับฉันในสภาพนี้... มันคงไม่ปล่อยเธอไว้แน่”
“ธันจะทำยังไงคะ?” ฉันถามด้วยเสียงแผ่วเบา
เขายกยิ้มมุมปาก ยิ้มที่ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนโดนมนต์สะกด “ก็คงต้องแสดงความเป็นเจ้าของให้ชัดเจนกว่านี้หน่อย... ไม่ใช่เหรอ?”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องพักผู้ป่วยอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้ไม่ใช่ความอึดอัด แต่เป็นความตื่นเต้นที่ก่อตัวขึ้นราวกับพายุที่รอวันปะทุ ธันก้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกของเราเกือบจะแตะกัน ลมหายใจอุ่นๆ รินรดอยู่ที่ข้างแก้มของฉัน
แต่แล้ว... เสียงเปิดประตูห้องพักดังขึ้นพรวดพราดพร้อมกับเสียงใสๆ ของมินนี่ที่ตะโกนเข้ามา
“พาย! แกเป็นยังไงบ้าง! ฉันได้ข่าวว่า...”
ประโยคของมินนี่ชะงักไปทันทีเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ธันผละออกจากฉันอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟลวก ใบหน้าของเขากลับมานิ่งสนิทเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่าแววตาคู่คมนั้นยังคงมีความคุกรุ่นที่ปิดไม่มิด
“มาเร็วไปนะ” ธันพึมพำ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อช็อปให้เข้าที่
ฉันรีบก้มหน้าซ่อนความร้อนผ่าวบนใบหน้า หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอก มินนี่มองสลับระหว่างฉันกับธันด้วยสายตาจับผิดก่อนจะคลี่ยิ้มกรุ่มกริ่มออกมาอย่างรู้ทัน
“เอ่อ... ฉันขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าเนี่ย? ถ้าขัดก็บอกนะ เดี๋ยวจะออกไปรอข้างนอก” มินนี่หัวเราะคิกคัก แต่ธันกลับทำเพียงแค่นเสียงในลำคอแล้วเดินไปที่ประตู
“ไม่มีอะไรหรอก ดูแลเพื่อนเธอด้วยแล้วกัน ฉันต้องไปจัดการเรื่องเอกสารต่อ” เขาพูดโดยไม่หันกลับมามอง แต่ก่อนจะพ้นประตูไป เขาก็หยุดชะงักแล้วหันกลับมา “อ้อ พาย... พรุ่งนี้ฉันจะมารับที่หอ อย่าลืมทำแผลล่ะ ถ้าเห็นว่าแผลอักเสบขึ้นมา... ฉันไม่ปล่อยเธอไว้แน่”
เขาเดินออกไปทิ้งให้ฉันนั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนเตียง มินนี่รีบกระโดดเข้ามาเขย่าแขนฉันทันที
“นี่มันอะไรกันพาย! เมื่อกี้ฉันเห็นอะไรน่ะ ธันคนเก๊กคนนั้นน่ะนะที่ทำท่าจะจูบแก? แถมสายตานั่นมันอะไรกัน เหมือนพร้อมจะกินแกเข้าไปทั้งตัวเลย!”
ฉันส่ายหัวไปมาพยายามตั้งสติ แต่คำพูดของเขายังคงดังก้องอยู่ในหัว การที่เขาบอกว่าจะมารับฉัน... และการแสดงความเป็นเจ้าของที่เขาเพิ่งเอ่ยถึง มันหมายความว่ายังไงกันแน่
มินนี่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วทำหน้าซีด “พาย... แกดูนี่ คีย์เพิ่งโพสต์รูปในสตอรี่... มันคือรูปหน้าหอพักแก เมื่อห้านาทีก่อน”
ฉันเบิกตากว้าง หยิบโทรศัพท์มาดูด้วยมือที่สั่นเทา รูปถ่ายจากหน้าหอพักที่ฉันอาศัยอยู่ พร้อมแคปชั่นสั้นๆ ที่อ่านแล้วรู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง
‘รอรับคนสำคัญ... ไม่ว่ายังไง ก็ต้องเอาคืนมา’
ชาพีชหวานน้อยหวังว่าทุกคนจะยังไม่วางนิ้วจากหน้าจอนะคะ เพราะการตัดสินใจของธันครั้งนี้อาจเปลี่ยนความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งคู่ไปตลอดกาลค่ะ!
วิศวะขี้เก๊ก กับยัยเด็กโก๊ะตัวแสบ•ตอนที่ 28
กลับมาแล้วนะ
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะขี้เก๊ก กับยัยเด็กโก๊ะตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!