“หยุดเดินเดี๋ยวนี้เลยนะยัยตัวป่วน! ถ้าเธอไม่หุบปากแล้วยืนนิ่งๆ ฉันสาบานว่าจะทิ้งเธอไว้ตรงนี้จริงๆ ด้วย!”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความหงุดหงิดระคนเหนื่อยหอบของธันดังแทรกความเงียบงันของป่าดิบชื้น พายหยุดชะงักกึก รองเท้าผ้าใบสีขาวที่เคยสะอาดสะอ้านบัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบดินโคลน เธอหอบหายใจจนตัวโยนก่อนจะหันไปค้อนขวับใส่คนตัวสูงที่ยืนทำหน้ายักษ์อยู่ด้านหลัง
“พี่ธัน! พูดอะไรน่ะ? ถ้าทิ้งพายไว้ พายจะแจ้งความฐานทอดทิ้งผู้ประสบภัยในพื้นที่ป่าอาสานะคะ!”
“นี่มันพื้นที่ป่าดิบ ไม่ใช่ในมหาลัยที่เธอจะเดินสวยๆ ไปให้ไอ้คีย์มันขายขนมจีบได้ทุกวัน” ธันแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งมาที่พาย “ที่เธอหลงเข้ามาลึกขนาดนี้ ก็เพราะมัวแต่ห่วงจะตามหาดอกไม้ประหลาดอะไรนั่นไม่ใช่หรือไง แล้วดูสภาพตอนนี้สิ... แผนที่ก็ไม่มี สัญญาณโทรศัพท์ก็ดับสนิท สมน้ำหน้าตัวเองหรือยัง?”
พายเม้มปากแน่น ความน้อยใจตีตื้นขึ้นมาในอก เธอไม่ได้ตั้งใจจะสร้างเรื่อง แต่มันเป็นความผิดพลาดที่เธออยากจะพิสูจน์ตัวเองในงานอาสาครั้งนี้แท้ๆ แต่ยิ่งเถียงเขาก็ยิ่งดูเหมือนคนอวดดี ธันถอนหายใจยาวก่อนจะยอมลดท่าทีแข็งกร้าวลง เมื่อเห็นไหล่บางของพายเริ่มสั่นน้อยๆ ด้วยความกลัว
เขาก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่แทบจะไม่มีเหลือ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ของธันปะทะเข้ากับจมูกพาย มันเป็นกลิ่นสะอาดเหมือนแดดตอนบ่ายที่ทำให้หัวใจที่เต้นรัวเริ่มสงบลงอย่างประหลาด ธันไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่เขาเอื้อมมือไปคว้าข้อมือพายไว้แน่นแล้วออกแรงดึงให้เดินตาม
“เดินตามหลังฉัน แล้วห้ามห่างเกินหนึ่งช่วงแขน ถ้ามีงูหรือสัตว์มีพิษ... ฉันจะตีขาเธอให้หักก่อนที่มันจะได้ทำอะไร”
“โหดร้ายจัง...” พายบ่นอุบอิบ แต่ก็ยอมเดินตามหลังแผ่นหลังกว้างนั้นแต่โดยดี
ตลอดเส้นทางที่เต็มไปด้วยรากไม้และกิ่งไม้ที่คอยจะเกี่ยวเสื้อผ้า ธันทำหน้าที่เหมือนโล่กำบัง เขาใช้ไม้ที่คว้ามาได้ปัดกวาดทางเดินให้พายตลอดเวลา ความซึมกะทือที่เขาชอบแสดงออกค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความปากร้าย พายมองแผ่นหลังนั้นด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป จากความหมั่นไส้กลายเป็นความรู้สึกบางอย่างที่เธอเองก็เริ่มนิยามไม่ได้
กระทั่งท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมม่วง ความมืดมิดของป่าเริ่มคืบคลานเข้ามาพร้อมกับเสียงแมลงที่กรีดร้องระงม อุณหภูมิรอบกายลดต่ำลงจนพายเริ่มสั่นสะท้าน เธอเดินสะดุดรากไม้จนเสียหลักร่างบางถลาไปข้างหน้า แต่โชคดีที่ธันหันกลับมารับไว้ได้ทัน วงแขนแข็งแรงโอบรัดเอวเธอไว้แน่นจนหัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ
“บอกแล้วไงว่าให้ดูทาง” ธันดุ แต่คราวนี้แววตาเขากลับอ่อนโยนอย่างน่าประหลาด
“พาย... พายกลัว” พายกระซิบ เสียงสั่นเครือ “มันมืดเกินไปแล้ว พี่ธันจะหาทางออกเจอไหมคะ?”
ธันนิ่งไปครู่หนึ่ง เขามองไปรอบๆ ก่อนจะตัดสินใจพากันเข้าไปหลบในโพรงหินกว้างที่อยู่ไม่ไกลนัก เขาถอดเสื้อแจ็คเก็ตวิศวะตัวนอกออกแล้วคลุมไหล่ให้พาย ก่อนจะนั่งลงข้างๆ แล้วเริ่มก่อกองไฟด้วยความชำนาญ พายมองทุกการกระทำของเขาด้วยความทึ่ง
“พี่ทำเป็นทุกอย่างเลยเหรอคะ?”
“วิศวะเขาฝึกมาแบบนี้” ธันตอบสั้นๆ ขณะเขี่ยกองไฟ “ไม่ใช่แค่เรื่องคำนวณ แต่อยู่ให้รอดในทุกสถานการณ์... ก็เป็นหน้าที่ของวิศวกรเหมือนกัน”
เปลวไฟวูบวาบสะท้อนบนใบหน้าหล่อเหลาของธัน พายนั่งกอดเข่ามองเขาเงียบๆ บรรยากาศเงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเอง การติดอยู่ในป่ากับคนที่เธอเฝ้าแต่แอบค้อนใส่ในมหาลัย กลายเป็นเรื่องที่ทำให้พายรู้สึกปลอดภัยอย่างเหลือเชื่อ
“พี่ธันคะ...” พายเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ “ทำไมพี่ต้องทำดีกับพายนัก ทั้งที่พี่ก็บอกว่าพายน่ารำคาญ...”
ธันชะงักมือที่กำลังเติมฟืน ดวงตาคมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของพาย แสงไฟไหววูบเผยให้เห็นแววตาที่ซับซ้อนเกินกว่าที่เขาจะปิดบังได้อีกต่อไป เขาสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ของกันและกัน
“ที่ฉันรำคาญ... ก็เพราะฉันไม่ชอบเห็นเธอไปยิ้มให้ไอ้คีย์มัน” เขากระซิบเสียงแหบพร่า “และที่ฉันต้องตามเธอมา... ก็เพราะฉันทนไม่ได้หรอกถ้าต้องรู้ว่าเธอต้องตกอยู่ในอันตรายโดยที่ไม่มีฉันอยู่ข้างๆ”
พายเบิกตากว้าง คำสารภาพที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังทำให้หัวใจเธอแทบหยุดเต้น ทว่าในจังหวะที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งจนเกินต้านทาน เสียงแกรกกรากของกิ่งไม้แห้งหักดังขึ้นจากเงามืดหลังพุ่มไม้หนาทึบเบื้องหน้า!
ธันลุกขึ้นยืนทันทีอย่างระแวดระวัง เขาคว้าข้อมือพายให้ลุกตามพลางหรี่ตามองไปยังจุดที่เสียงดังขึ้นอย่างเฉียบคม
“นั่นใคร!” ธันตวาดกร้าว
เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากความมืดมิด ชายวัยกลางคนในชุดพรานป่าที่ดูไม่คุ้นตาคนหนึ่งยืนนิ่งถือมีดพกในมือ แววตาของเขาดูเหี้ยมเกรียมและไม่เป็นมิตรอย่างชัดเจน และที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือในมืออีกข้างของเขากำลังถือโทรศัพท์เครื่องที่พายทำหายไปก่อนจะหลงป่า... ซึ่งตอนนี้หน้าจอมีสัญลักษณ์กระพริบแจ้งเตือนแปลกๆ ที่ไม่ใช่การรับสายธรรมดา!
“ไม่ต้องกลัวครับน้องๆ” ชายแปลกหน้าแสยะยิ้ม “แค่ส่งของมาให้พวกผม แล้วผมจะปล่อยให้พวกคุณเดินกลับไปได้... แต่ถ้าไม่... ป่านี้จะเป็นหลุมฝังศพที่ดีที่สุดสำหรับวิศวกรกับยัยเด็กบริหารอย่างพวกคุณ”
ชาพีชหวานน้อยหวังว่าทุกคนจะยังไม่วางนิ้วจากหน้าจอนะคะ เพราะศึกปะทะครั้งนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องหัวใจแล้วค่ะ!
วิศวะขี้เก๊ก กับยัยเด็กโก๊ะตัวแสบ•ตอนที่ 26
ความลับในป่าใหญ่
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะขี้เก๊ก กับยัยเด็กโก๊ะตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!