วิศวะขี้เก๊ก กับยัยเด็กโก๊ะตัวแสบ•ตอนที่ 11

งานกีฬาสีที่วุ่นวาย

ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ... พาย” ประโยคเรียบๆ ที่ดูเหมือนคำทักทายปกติจากคนรู้จัก หากแต่สำหรับพายแล้ว น้ำเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูนั้นกลับทำให้หัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก พายชะงักค้าง มือที่กำลังถือลังน้ำดื่มหนักอึ้งสั่นเทาเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ หันกลับไปเผชิญหน้ากับต้นเสียง ธันยืนอยู่ตรงนั้น... ในชุดเสื้อช็อปวิศวะสีเข้มที่แขนเสื้อพับขึ้นโชว์เส้นเลือดจางๆ ที่ท้องแขน ใบหน้าคมสันเรียบเฉยตามสไตล์รุ่นพี่ปีสามผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชา แต่ดวงตาคู่นั้นกลับกำลังจ้องเขม็งมาที่เธอนิ่งสนิท ราวกับจะค้นหาความผิดปกติบางอย่าง “พะ... พี่ธัน! มาทำอะไรแถวนี้คะ?” พายถามเสียงตะกุกตะกัก พยายามกลบเกลื่อนอาการประหม่าด้วยการจัดระเบียบลังน้ำให้เข้าที่ แต่ความซุ่มซ่ามเจ้าประจำก็ไม่เคยปรานี ขอบลังไม้กระแทกเข้ากับมุมโต๊ะเสียงดังสนั่นจนขวดน้ำข้างในล้มระเนระนาด ธันถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะเดินเข้ามาประชิดตัว พายสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายเขาที่แผ่ซ่านเข้ามาใกล้จนต้องกลั้นหายใจ “ซุ่มซ่ามไม่เปลี่ยนเลยนะเรา” ธันเอ่ยพลางก้มลงเก็บขวดน้ำที่กลิ้งหล่นมาแทบเท้าพายด้วยความคล่องแคล่ว “นี่มันโซนสตาฟฝ่ายจัดการแข่งขัน แล้วเด็กปีหนึ่งคณะบริหารอย่างเธอมาทำอะไรที่นี่?” “พาย... พายสมัครเป็นสตาฟค่ะ อยากมาช่วยงานกีฬาของมหาลัย” พายตอบพลางก้มหน้าหลบสายตา รวบรวมความกล้าพูดต่อ “มินนี่บอกว่าฝ่ายนี้ยังขาดคน พายก็เลย...” “มินนี่?” ธันเลิกคิ้ว สายตาคมปลาบเปลี่ยนเป็นเข้มขึ้นทันที “ไอ้เด็กนั่นน่ะเหรอที่พาเธอมาลุยงานหนักแบบนี้” “งานไม่หนักหรอกค่ะ พายทำได้” พายรีบเถียงเบาๆ แม้ในใจจะแอบหวั่นกับสายตาคู่นั้นของเขา แต่ยังไม่ทันที่การโต้เถียงจะดำเนินไปไกลกว่านั้น เงาของใครบางคนก็ทอดทับลงมาตรงหน้าเสียก่อน “เอ้า พาย! พี่กำลังตามหาตัวอยู่พอดีเลยครับ มานี่หน่อยสิ พี่มีเรื่องจะปรึกษาเรื่องผังงานพิธีเปิดนิดหน่อย” คีย์ รุ่นพี่คณะบริหารที่พ่วงตำแหน่งประธานรุ่น ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างพายและธันอย่างถือวิสาสะ มือของคีย์เอื้อมมาแตะไหล่พายเบาๆ อย่างเป็นกันเอง การกระทำนั้นทำให้ธันที่ยืนอยู่ข้างๆ ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ใบหน้าเรียบเฉยจะเริ่มขึงขังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “เธอมีงานต้องทำอีกเยอะ อย่าเพิ่งไปกับคนอื่นที่ไม่ใช่สตาฟฝ่ายเราดีกว่ามั้ง” ธันพูดเสียงเรียบ แต่กดดันจนคนฟังรู้สึกหนาวสันหลัง “พี่ธันคะ พายต้องไปดูงานกับพี่คีย์ก่อน เดี๋ยวพายกลับมาทำต่อนะคะ” พายพยายามไกล่เกลี่ย แต่ธันกลับทำเป็นไม่ได้ยิน เขาก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว ขวางทางเดินของคีย์เอาไว้ด้วยรูปร่างที่สูงใหญ่กว่า “งานฝ่ายนี้มีหัวหน้าสตาฟอยู่แล้ว ผมเอง” ธันเน้นเสียงหนักแน่น ดวงตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคีย์ “ส่วนพาย... เขาเป็นสตาฟที่ผมจะดูแลเรื่องการจัดโซนด้วยตัวเอง ไม่ต้องรบกวนรุ่นพี่จากคณะอื่นหรอกครับ” พายยืนอึ้ง มินนี่ที่แอบซุ่มดูอยู่ไม่ไกลรีบหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปด้วยความตื่นเต้น ส่วนคีย์เองก็ชะงักไปนิด ก่อนจะยิ้มมุมปาก “โอ้โห ดูเหมือนวิศวะจะหวงของเล่นชิ้นใหม่จังนะครับ งั้นตามสบายครับพาย ไว้คุยกันวันหลังนะ” คีย์เดินจากไปแล้ว แต่ความตึงเครียดไม่ได้ลดลงเลย พายลอบมองคนข้างๆ ที่ยังคงมีท่าทางหงุดหงิดไม่เลิก “พี่ธันคะ... ทำไมต้องพูดแบบนั้นด้วยล่ะคะ พายก็แค่มาช่วยงาน” ธันหันขวับมามองพาย ท่าทางซึนๆ ที่มักจะแสดงออกเวลาไม่พอใจเริ่มฉายชัด “คนอย่างไอ้คีย์มันไม่ได้มีจุดประสงค์แค่จะคุยเรื่องงานหรอก พาย... เธอช่วยหัดระวังตัวบ้างได้ไหม?” “ก็พี่คีย์เขาใจดี...” “ฉันไม่ได้ใจดีเหมือนมัน!” ธันสวนกลับทันควัน ก่อนจะชะงักไปเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าเผลอหลุดปากพูดอะไรออกไป เขารีบหันหลังกลับไปจัดลังน้ำต่อเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีระเรื่อ “...หมายถึง ฉันไม่มีเวลามานั่งใจดีกับงานที่ทำพลาดบ่อยๆ หรอกนะ ไปหยิบสมุดบันทึกมาจดรายชื่ออุปกรณ์ที่ต้องเบิกเดี๋ยวนี้ แล้วห้ามทำตกอีกเด็ดขาด!” พายแอบยิ้มออกมาบางๆ แม้ธันจะปากจัดและชอบทำตัวเย็นชาใส่ แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ใต้ความดุนั้น มันเป็นความรู้สึกอบอุ่นแปลกๆ ที่พายเองก็อธิบายไม่ถูก บ่ายวันนั้นผ่านไปอย่างทุลักทุเล พายทำสมุดจดหายบ้าง สะดุดสายไฟบ้าง จนธันต้องคอยตามแก้ปัญหาให้อยู่ตลอดเวลา แต่ละครั้งที่เขาเดินเข้ามาใกล้ พายจะได้กลิ่นหอมสะอาดอ่อนๆ จางๆ จากตัวเขาเสมอ มันเป็นบรรยากาศที่ดูเหมือนจะราบรื่น หากแต่ในจังหวะที่การประชุมสตาฟช่วงสุดท้ายกำลังจะเลิก “พาย เดี๋ยวอยู่เคลียร์ของต่ออีกแป๊บนึงนะ พี่มีเรื่องจะบอก” ธันพูดทิ้งท้ายไว้ก่อนจะเดินแยกไปคุยกับสตาฟคนอื่น พายยืนรออยู่หลังแสตนด์เชียร์ที่เริ่มมืดลงตามแสงอาทิตย์ที่ลับขอบฟ้า ในจังหวะที่เธอหยิบสมุดขึ้นมาตรวจสอบรายการสิ่งของ เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ก้าวเข้ามาใกล้จากด้านหลัง แต่ทว่า... สัมผัสที่จับลงบนไหล่ของเธอกลับไม่ใช่ความอบอุ่นแบบที่เธอคุ้นเคย “พี่ธันคะ? ทำไมวันนี้มือเย็นจัง...” พายเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม ทว่าความเงียบที่ตอบกลับมานั้นผิดปกติ พายหมุนตัวกลับไปหวังจะแกล้งหยอก แต่รอยยิ้มกลับแข็งค้างอยู่บนใบหน้า เมื่อคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่ธัน แต่เป็นใครบางคนที่เธอจำได้แม่นว่าไม่ควรมาอยู่ที่นี่ ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิทที่ดูขัดกับบรรยากาศสนามกีฬามหาลัยอย่างสิ้นเชิง ยืนแสยะยิ้มส่งมาให้เธอ พร้อมกับหยิบซองจดหมายสีขาวที่ประทับตราครั่งสีแดงสดออกมาวางบนมือพาย “คุณพาย... มีคนฝากจดหมายฉบับนี้มาให้ครับ... และเขาก็ฝากบอกมาว่า การเล่นสนุกของคุณมันจบลงแค่วันนี้” ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความวุ่นวายของพายและธันในตอนนี้นะคะ ชาพีชหวานน้อยดีใจมากค่ะที่ทุกคนชอบ หวังว่าตอนต่อไปจะทำให้อดใจรอไม่ไหวนะคะ!
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะขี้เก๊ก กับยัยเด็กโก๊ะตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%