"ถ้าจะหลบหน้ากันขนาดนี้ ปีนหน้าต่างหนีออกไปเลยไหมล่ะพาย?"
เสียงยียวนของมินนี่ดังขึ้นทันทีที่ฉันมุดหัวลงไปใต้โต๊ะเลกเชอร์ เพียงเพราะเหลือบไปเห็นเงาคุ้นตาของใครบางคนที่เดินผ่านประตูหน้าห้องประชุมไปเมื่อครู่นี้ หัวใจฉันเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความทรงจำเมื่อคืน... ภาพที่ฉันเผลอหลุดปากพูดอะไรบางอย่างที่น่าอายออกไป แถมยังทำท่าทางเปิ่นๆ ใส่พี่ธันตอนที่เขามาส่งหน้าหอพัก มันย้อนกลับมาฉายซ้ำเป็นฉากๆ เหมือนหนังม้วนเก่าที่หยุดเล่นไม่ได้
"มินนี่! เบาๆ สิ! ถ้าพี่ธันได้ยินขึ้นมา ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน" ฉันกระซิบเสียงลอดไรฟัน พลางขดตัวจนแทบจะกลายเป็นก้อนแป้งเปียกใต้โต๊ะ
"ทำไมต้องหลบ? เรื่องเมื่อคืนมันก็แค่อุบัติเหตุทางความรู้สึก... หรือว่าแกไม่ได้คิดอะไรกับเขาจริงๆ?" มินนี่เลิกคิ้วมองอย่างรู้ทัน ยัยเพื่อนตัวดีคนนี้ไม่เคยปล่อยให้ฉันได้หายใจหายคอสะดวกเลยจริงๆ
ฉันเม้มปากแน่น ความรู้สึกอุ่นวาบที่ฝ่ามือยังคงหลงเหลืออยู่ ทุกครั้งที่นึกถึงสายตาคมดุแต่แฝงด้วยความอ่อนโยนของพี่ธันในตอนนั้น แก้มของฉันก็แทบจะไหม้ ฉันไม่ได้หลบหน้าเพราะเกลียดหรอกนะ แต่เพราะกลัว... กลัวว่าถ้าสบตากับเขาในตอนนี้ ฉันจะเผลอแสดงความรู้สึกที่ซ่อนไว้ออกไปหมดจนไม่เหลือพื้นที่ให้ตัวเองได้หายใจ
ทว่า โชคชะตามักจะชอบเล่นตลกเสมอ ประตูห้องประชุมถูกผลักเปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับร่างสูงโปร่งในชุดช็อปวิศวะสีเข้มที่ดูโดดเด่นกว่าใคร กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นฟีโรโมนอ่อนๆ แบบผู้ชายที่ฉันคุ้นเคยลอยมาปะทะจมูก พี่ธันเดินตรงเข้ามาพร้อมกับเอกสารในมือ ท่ามกลางเสียงซุบซิบของสาวๆ ในคณะที่ต่างพากันจับจ้องมาที่เขาราวกับเป็นแม่เหล็กดึงดูด
"พาย... อาจารย์ฝากเอาชีทมาให้"
เสียงทุ้มต่ำนั้นนิ่งสนิท ทว่าในความนิ่งนั้นกลับมีแรงสั่นสะเทือนที่ทำให้ฉันต้องรีบผลุดลุกขึ้นมานั่งตัวตรงด้วยความลนลานจนหัวไปโขกกับใต้โต๊ะ ‘ปึก!’ เสียงดังสนั่นจนเพื่อนข้างๆ หันมามองเป็นตาเดียว
"โอ๊ย..." ฉันร้องเสียงหลง เอามือกุมขมับตัวเองไว้แน่น
"ซุ่มซ่ามไม่เปลี่ยน" พี่ธันถอนหายใจยาว แววตาของเขาดูเหนื่อยหน่ายแต่ในมือกลับวางชีทลงบนโต๊ะเบาๆ ก่อนจะถือวิสาสะเอื้อมมือมาจับมือฉันออกเพื่อดูว่าหัวโนหรือเปล่า สัมผัสที่ปลายนิ้วเย็นๆ ของเขาแตะลงบนหน้าผากทำเอาฉันนิ่งไปราวกับถูกสาป
"พี่... พี่ธันมาทำไมคะ" ฉันถามตะกุกตะกัก พยายามเบี่ยงหน้าหลบสายตาที่ดูเหมือนจะทะลุไปถึงความคิดข้างในนั่น
"มาดูคนแถวนี้ว่ายังจำเรื่องเมื่อคืนได้ไหม หรือว่าสมองกระทบกระเทือนจนลืมไปหมดแล้วว่าพูดอะไรไว้บ้าง"
ประโยคนั้นทำเอาเลือดในกายฉันสูบฉีดจนหน้าแดงก่ำ เขาจำได้... เขาจำคำพูดเพ้อเจ้อของฉันได้ทุกคำเลยหรือเปล่านะ? พี่ธันไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาแค่ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะ สายตาที่เขามองมามันไม่ได้มีความดุเหมือนอย่างเคย แต่มันมีความสงสัยและความคาดหวังบางอย่างที่ฉันไม่อาจนิยามได้
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังแทรกเข้ามาในบทสนทนาที่กำลังอึดอัด ‘พี่คีย์’ เดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มพิมพ์ใจตามสไตล์หนุ่มบริหารฯ ผู้แสนอบอุ่น
"อ้าว ธัน มาทำอะไรที่นี่เหรอ? หรือว่ามาหาพาย?" พี่คีย์เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงที่เป็นมิตรเกินเหตุ แต่มือของเขากลับถือแก้วกาแฟมาเผื่อฉันด้วย
บรรยากาศในห้องประชุมเปลี่ยนไปทันที ความกดอากาศดูเหมือนจะต่ำลงกะทันหัน พี่ธันหันไปมองพี่คีย์ด้วยสายตาเย็นเยียบ รังสีอำมหิตที่เขาแผ่ออกมาทำให้ฉันต้องรีบขยับตัวออกห่างจากพี่คีย์อย่างอัตโนมัติ
"ฉันมาธุระ" พี่ธันตอบสั้นๆ ก่อนจะหันมามองฉันอีกครั้ง คราวนี้สายตาเขามีประกายไฟบางอย่างวาบผ่าน "แล้วเย็นนี้... ถ้าไม่อยากให้ฉันไปตามถึงคณะ ก็หัดรับสายบ้าง อย่ามัวแต่ให้คนอื่นมาวอแว เข้าใจไหม?"
เขาหันหลังเดินออกไปทันทีทิ้งให้ฉันยืนงงเป็นไก่ตาแตกกลางห้อง พี่คีย์มองตามหลังพี่ธันด้วยรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะเดาทางออก แต่ก่อนที่พี่คีย์จะพูดอะไรต่อ ข้อความในมือถือของฉันก็เด้งขึ้นมาพอดี... เป็นข้อความจากพี่ธันที่ส่งมาทิ้งไว้สั้นๆ
'ถ้ายังไม่เลิกหลบหน้า... เดี๋ยวพี่จะบุกไปหาถึงในห้องนอนจริงๆ ด้วย'
หัวใจฉันเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอกจริงๆ แล้วสิ นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย ทำไมทุกอย่างถึงดูวุ่นวายและทำให้ฉันใจสั่นได้ขนาดนี้!
ขอบคุณที่ติดตามความรักป่วนๆ ของพายและพี่ธันมาจนถึงตอนนี้ แล้วมาลุ้นกันต่อนะคะว่าพายจะจัดการกับสถานการณ์นี้ยังไงในตอนถัดไปค่ะ
วิศวะขี้เก๊ก กับยัยเด็กโก๊ะตัวแสบ•ตอนที่ 17
ตื่นมาพร้อมความอาย
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะขี้เก๊ก กับยัยเด็กโก๊ะตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!