“ถอยออกไป”
น้ำเสียงเรียบเย็นที่แฝงไปด้วยแรงอัดอั้นพุ่งตรงมาจากชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดช็อปวิศวะสีเข้ม ธันยืนขวางอยู่กลางโถงทางเดินหน้าคณะบริหารฯ สายตาคมกริบของเขาไม่ได้มองไปที่ใครอื่นเลย นอกจากคีย์ รุ่นพี่ปีสี่ที่เพิ่งจะถือวิสาสะคว้าข้อมือของพายไว้
พายยืนตัวลีบ ดวงตากลมโตฉายแววสับสนและตื่นตระหนก เธอไม่คิดว่าเหตุการณ์ที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรจะกลายเป็นศึกสายฟ้าแลบแบบนี้ “พี่คีย์... ปล่อยพายก่อนนะคะ คือ...”
“พี่ถามว่าได้ยินไหมว่าพายเขากำลังจะไปกับใคร” คีย์เลิกคิ้วกวนประสาท เขายังไม่ยอมปล่อยมือจากพาย แถมยังดึงร่างบางให้เข้ามาใกล้ตัวอีกนิด “ทำไม? คนของคณะวิศวะนี่มีหน้าที่แค่ซ่อมเครื่องยนต์ หรือว่างจัดจนต้องมาเป็นหมาเฝ้าของคณะคนอื่นด้วยล่ะครับ?”
ธันไม่ได้โต้ตอบด้วยคำพูดด่าทอเหมือนที่ใครๆ คาดหวัง แต่เขากลับก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาประชิดตัวคีย์ในระยะอันตราย รัศมีอำนาจที่แผ่ออกมาทำให้คนรอบข้างที่มุงดูอยู่ต่างพากันถอยกรูด บรรยากาศรอบข้างเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจที่หอบถี่ของพาย
“ผมเตือนคุณแล้วนะ” ธันพูดเสียงต่ำ แต่มันกลับดังก้องในความรู้สึกของทุกคน “ครั้งแรกผมถือว่าคุณไม่รู้ ครั้งที่สองผมถือว่าคุณแกล้งโง่ แต่ถ้ามีครั้งที่สาม... อย่าหาว่าผมไม่สุภาพก็แล้วกัน”
“หึ พ่อคนปากดี” คีย์แสยะยิ้ม “นายมีสิทธิ์อะไร? เป็นแฟนเหรอ? หรือแค่คนแอบชอบที่ยังไม่กล้าแม้แต่จะจีบตรงๆ?”
คำถามนั้นเหมือนศรปักอก แต่แทนที่ธันจะโกรธจนสติหลุด เขากลับแค่นยิ้มที่มุมปาก มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือของพายอีกข้างอย่างถือสิทธิ์ แรงบีบที่แผ่วเบาแต่หนักแน่นทำให้พายเผลอเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าด้านข้างของเขา—ใบหน้าที่หล่อเหลาแต่เต็มไปด้วยความนิ่งเฉยดั่งทะเลลึก
“สิทธิ์เหรอ?” ธันดึงร่างพายให้หลุดจากพันธนาการของคีย์มาไว้ข้างกายอย่างง่ายดาย ก่อนจะกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้ตั้งใจจะให้ได้ยินแค่คนเดียว แต่มันกลับดังพอที่ทำให้คนรอบข้างนิ่งค้างไปตามๆ กัน “พายไม่ใช่ของใคร... และไม่ใช่ของเล่นที่คุณจะมาคว้าตัวไปตอนไหนก็ได้ เพราะนับจากวันนี้ไป พายคือคนของผม”
คำว่า ‘คนของผม’ ถูกเน้นย้ำหนักแน่นราวกับประกาศิต พายรู้สึกเหมือนหัวใจเต้นผิดจังหวะจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีจนลามไปถึงใบหู
มินนี่ที่ยืนแอบดูอยู่ไม่ไกลถึงกับเอามือปิดปากกรี๊ดเบาๆ ด้วยความฟิน “ตายแล้ว! นี่มันซีนในนิยายชัดๆ พ่อพระเอกสายซึนของฉันยอมเปิดตัวแล้ว!”
คีย์ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะร่วนเหมือนได้ยินเรื่องตลก “คนของนาย? งั้นก็ลองถามเจ้าตัวดูสิว่าเขาเต็มใจเป็น ‘คนของนาย’ จริงหรือเปล่า”
สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่พาย เธอรู้สึกเหมือนกลายเป็นเป้านิ่งกลางสนามรบ พายเม้มปากแน่น ความซุ่มซ่ามที่เคยมีหายไปหมดสิ้น เหลือเพียงความประหม่าที่ทำให้เธอทำอะไรไม่ถูก “ธัน...”
ธันหันมามองเธอ สายตาที่เคยเย็นชาเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนเพียงชั่ววูบ มือหนาที่ยังกุมมือเธอไว้ยิ่งกระชับแน่นขึ้น เหมือนเป็นการให้กำลังใจเงียบๆ ว่า *ไม่ต้องกลัว ผมอยู่ตรงนี้*
“ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อขออนุญาตใคร” ธันหันกลับไปจ้องหน้าคีย์ด้วยแววตาที่จริงจังจนน่าขนลุก “ผมมาเพื่อบอกให้รู้ว่า ต่อไปนี้ใครหน้าไหนก็อย่าคิดจะมายุ่งกับพายอีก ถ้าไม่อยากมีปัญหาใหญ่กับคนอย่างผม”
“นายขู่ฉัน?”
“เปล่าครับ” ธันตอบนิ่งๆ “ผมแค่แจ้งให้ทราบ... เผื่อคุณจะลืมไปว่าคณะวิศวะกับบริหารฯ เรามีข้อตกลงเรื่องเขตแดนกันอยู่ ถ้าอยากให้ผมไปใช้เขตแดนของบริหารฯ บ่อยขึ้นเพราะเรื่องส่วนตัว ก็ลองดูได้”
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่คีย์จะสะบัดหน้าเดินหนีไปด้วยความหัวเสีย ทิ้งไว้เพียงบรรยากาศที่ยังคงคุกรุ่นด้วยไอความร้อนจากบทสนทนาเมื่อครู่ เมื่อลับร่างคีย์ พายก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะรีบดึงมือออกจากการกอบกุมของธันทันที
“ธัน... พูดอะไรออกไปน่ะคะ!” พายโวยวายเบาๆ ทั้งที่ใจยังเต้นแรงไม่หยุด “คนเขามองกันทั้งคณะแล้วนะ!”
“ก็ให้เขามองไปสิ” ธันตอบหน้าตายขณะล้วงกระเป๋ากางเกง “หรือว่าอยากให้ผมไปแก้ข่าว? ว่าจริงๆ แล้วคุณไม่ได้เป็นคนของผม เป็นแค่เด็กโก๊ะๆ ที่ชอบเดินสะดุดบันไดจนผมต้องคอยตามเก็บกวาดให้?”
“นี่!” พายทำแก้มป่อง “ใครโก๊ะ! แล้วใครบอกว่าให้ตามเก็บกวาดคะ!”
ธันมองคนตรงหน้าด้วยสายตาที่ลึกซึ้งขึ้น เขายื่นมือไปจัดปอยผมที่ยุ่งเหยิงของเธออย่างถือวิสาสะ พายชะงักไปกับสัมผัสที่อบอุ่นนั้น “ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นหรอกน่า... ที่พูดไปเมื่อกี้ ไม่ใช่แค่เพราะรำคาญไอ้คีย์หรอกนะ”
“แล้ว... เพราะอะไรคะ?” เสียงของพายแผ่วลงจนเกือบจะเป็นเสียงกระซิบ
ธันไม่ได้ตอบทันที เขาโน้มตัวลงมาจนระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่ไม่กี่เซนติเมตร กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ผสมกับกลิ่นจางๆ ของน้ำมันเครื่องจากตัวเขาทำให้พายรู้สึกใจสั่นจนทำอะไรไม่ถูก “อยากรู้จริงๆ เหรอ?”
ขณะที่พายกำลังจะอ้าปากตอบ จู่ๆ เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของธันก็ดังขึ้นขัดจังหวะ เขาหยิบมันขึ้นมาดูเพียงแวบเดียว ดวงตาคมกริบก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมทันที
“พาย... ฟังผมนะ” น้ำเสียงของธันเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง มันเต็มไปด้วยความวิตกกังวลที่เขาสั่งเก็บไว้ไม่ได้ “คืนนี้ห้ามกลับหอคนเดียวเด็ดขาด... ล็อกห้องให้แน่นหนา และถ้าได้ยินเสียงอะไรผิดปกติ อย่าออกมาเปิดประตูจนกว่าจะเป็นผมเข้าใจไหม”
พายขมวดคิ้วด้วยความงุนงง “ทำไมคะ? เกิดอะไรขึ้น?”
ธันไม่ได้ตอบ เขาหันมองไปทางมุมตึกที่มืดมิดด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความระแวง ก่อนจะคว้าข้อมือพายแล้วลากให้เดินตามเขาไปอย่างรวดเร็ว “เพราะคนที่คุณเพิ่งปฏิเสธไป... เขาไม่ได้เล่นแค่เกมจีบสาวอย่างที่พายคิดหรอกนะ”
วินาทีนั้นเอง แสงไฟในโถงทางเดินที่เคยสว่างไสวก็ดับวูบลงพร้อมกันทั้งชั้น เหลือเพียงความมืดมิดที่เข้าจู่โจมประสาทสัมผัสของพายอย่างรวดเร็ว เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนกำลังเดินย่ำผ่านความมืดเข้ามาใกล้จุดที่พวกเขายืนอยู่...
เป็นอย่างไรบ้างคะกับบทนี้? ชาพีชหวานน้อยหวังว่าจะถูกใจเหล่านักอ่านที่คอยเอาใจช่วยน้องพายกับพี่ธันกันอยู่นะคะ ขอบคุณที่ติดตามกันเสมอมาค่ะ!
วิศวะขี้เก๊ก กับยัยเด็กโก๊ะตัวแสบ•ตอนที่ 23
ความจริงจากใจ
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะขี้เก๊ก กับยัยเด็กโก๊ะตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!